19 พ.ค. เวลา 06:01 • ความคิดเห็น
"The opposite of love is not hate, it's indifference."
— Elie Wiesel
คนส่วนใหญ่มักคิดว่าสิ่งตรงข้ามกับ "ความรัก" คือ "ความเกลียดชัง"
แต่ในความเป็นจริงของความรู้สึก... สิ่งที่อยู่ตรงข้ามกับความรักอย่างแท้จริง คือ **"ความเฉยเมย" (Indifference)**
ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น?
หากความรักเดินทางมาถึง "ความเกลียด" ตำแหน่งของมันแท้จริงแล้วยังอยู่ไม่ไกลจากความรักเลย เพราะในขั้นตอนนี้ เรายังคงมีระยะของสายตาและความรู้สึกที่วนเวียนอยู่กับคนๆ นั้น เรายังไม่อาจตัดขาดได้ เขายังคงมีอิทธิพลต่อความสุขและความทุกข์ของเรา
ในเชิงพลังงาน ความเกลียดชังจึงเป็นเพียงอารมณ์เชิงลบของความรัก และในหลายครั้ง เมื่อปมปัญหาได้รับการแก้ไข ความเกลียดก็สามารถเดินทางย้อนกลับไปสู่จุดที่รักกันแนบแน่นกว่าเดิมได้ด้วยซ้ำ
แต่ "ความเฉยเมย" คือขั้นกว่าของความเกลียด และเป็นสถานีสุดท้ายของความรัก
เมื่อเราเฉยเมย พลังงานทั้งหมดจะถูกตัดขาดลงอย่างสิ้นเชิง มันคือการลดคุณค่าของอีกฝ่ายจนเหลือ "ศูนย์" เขาไม่ได้อยู่ในสมการชีวิตของเราอีกต่อไป เราไม่มีแม้แต่พลังงานเหลือพอที่จะไปโกรธหรือไปเกลียดเขาด้วยซ้ำ
เมื่อเส้นทางความสัมพันธ์มาถึงจุดนี้ ต่อให้คนที่เคยรักมาล้มลงตรงหน้า จิตใจก็ไร้ซึ่งแรงกระเพื่อมใดๆ ไม่มีความรัก และไม่มีความเกลียด... มีเพียงความว่างเปล่า
นี่คือความรู้สึกที่น่ากลัวที่สุดระหว่างมนุษย์ด้วยกัน **มันคือความรุนแรงที่ไร้เสียง**
แนวคิดนี้ถูกอธิบายไว้อย่างทรงพลังโดย **เอลี วีเซล (Elie Wiesel)** นักเขียนและผู้รอดชีวิตจากการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิว (Holocaust) เขาเคยกล่าวไว้ว่า:
> "สิ่งที่ตรงข้ามกับศิลปะไม่ใช่ความน่าเกลียด แต่คือความเฉยเมย... และสิ่งที่ตรงข้ามกับชีวิตไม่ใช่ความตาย แต่คือความเฉยเมย"
ในบริบททางสังคม ความเฉยเมยคือการมองดูเพื่อนมนุษย์ถูกทำร้าย ถูกลบเลือน หรือถูกทำให้ไร้ตัวตน แล้วเราเลือกที่จะเบือนหน้าหนี การทำเหมือนอีกฝ่าย **"ไม่มีตัวตนอยู่บนโลกนี้" (Erasure)** คือการปฏิเสธความเป็นมนุษย์ของเขาอย่างสิ้นเชิง ซึ่งมันทรมานและเยือกเย็นกว่าการถูกเกลียดชังมากมายนัก
ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์ในระดับสังคม หรือระดับคนสองคน...
ความเฉยเมยคือการประหารชีวิตทางความรู้สึกที่เงียบเชียบที่สุด
ขอเอาใจช่วยความสัมพันธ์ของใครก็ตามที่กำลังเผชิญหน้ากับความขัดแย้ง หากวันนี้คุณยังอยู่ในระยะที่ "แค่เกลียดกัน" จงทำความเข้าใจมัน และอย่าปล่อยให้ความสัมพันธ์ดิ่งลึกไปจนถึงจุดที่สายเกินแก้... จุดแห่ง **Indifference**
โฆษณา