19 พ.ค. เวลา 07:25 • หนังสือ

ต้องให้มีคนตายก่อนจึงเพิ่งรู้ว่า yellow box junction คืออะไร

ผมเห็นสัญลักษณ์จราจรตารางทแยงสีเหลือง (yellow box junction) ครั้งแรกที่สิงคโปร์ เมื่อไปทำงานที่นั่นราวปี 1980
ต่อมาก็เห็นที่ญี่ปุ่นและอีกหลายประเทศ
yellow box junction ออกแบบโดยชาวอังกฤษในปี 1967 เป็นเส้นสีเหลืองตีทแยงสะดุดตา จุดหมายคือไม่ให้เกิดการติดขัด (gridlock) ตรงจุดแยก เพราะเมื่อเกิดรถติดที่แยกใดแยกหนึ่ง ก็จะส่งผลกระทบไปที่เส้นที่รถไม่ติดด้วย
จะว่าไปแล้ว หลักของ yellow box junction ก็น่าเป็นไปตามทฤษฎี Butterfly Effect นั่นคือการที่การจราจร ณ จุด ก. ติดขัดอาจส่งผลให้จุด ข. ติด
จุด ข. ก็ส่งผลต่อไปที่จุดอื่น ไปเรื่อยๆ เป็นลูกโซ่
ถ้าจุด ก. โล่ง ก็อาจทำให้การจราจรในมุมอื่นของเมืองที่ดูไม่เกี่ยวกัน โล่งไปด้วย
วิธีปฏิบัตินั้นง่ายมากคือ ห้ามจอดรถบนตารางทแยงเหลืองนี้เด็ดขาด
หากผู้ใช้ถนนทุกคนเคารพกฎ yellow box junction สภาวะรถติดจะลดลงทันตามเห็น เพราะทุกองค์ประกอบบนท้องถนนทำหน้าที่เหมือน Butterfly Effect ดีจุดหนึ่งก็ส่งผลดีอีกจุดหนึ่ง ไล่ไปเรื่อยๆ
ตรงกันข้าม จอดรถทับตารางทแยงเหลืองที่จุดหนึ่ง อาจทำให้ทั้งเมืองเป็นอัมพาตอย่างไม่น่าเชื่อ
เป็นเรื่องเล็กๆ ที่หลายคนมองข้าม
เมื่อใช้ได้ผล yellow box junction ก็แพร่หลายไปทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทย
แต่ผมไม่ค่อยเห็นสีเหลืองของเส้นในบ้านเรา เพราะมักมีรถยนต์จอดทับอยู่เสมอ
1
ไม่รู้พวกนี้สอบผ่านใบขับขี่มาได้อย่างไร เจอเส้นสีเหลืองเป็นต้องแล่นไปทับ
1
สงสัยคนขับคิดว่าเป็นฝูงงูเหลือมสีเหลืองกำลังจะทำร้ายคน
ข่าวดีคือเมื่อวานนี้มีหลายคนถ่ายรูปหลายมุมในเมือง ชาวบ้านเห็นเส้นสีเหลืองชัดๆ อีกครั้ง หลังจากเกิดเหตุรถไฟชนรถเมล์ บรรดาผู้ใช้ถนนกลับตัวกลับใจ เคารพกฎจราจรอย่างเคร่งครัด
1
คนไทยเรานี่ต้องล้มตายก่อน บาดเจ็บก่อน จึงค่อยเรียนรู้
ส่วนจะเรียนรู้ได้สักกี่วัน ก็คอยดูกัน
1
แล้วไม่ต้องเสียเวลา "ถอดบทเรียน" หรอกนะ เราไม่เคยจำอะไรได้
1
เคี้ยกเคี้ยก
โฆษณา