เมื่อระบบเศรษฐกิจถูกควบคุมไว้ได้เกือบเบ็ดเสร็จ ดราโกเนียนจะเคลื่อนเข้าสู่ขั้นตอนที่สอง นั่นคือการเปลี่ยนโครงสร้างอำนาจทางการเมืองให้กลายเป็น สถาบันหุ่นเชิด (Puppet Institutions) หรือรัฐบาลเงา (The Shadow Government)
• การเลือกสรรผู้ปกครอง:
ในมิติของรัฐศาสตร์อวกาศและทฤษฎีการแทรกซึมระดับลึก ยุทธศาสตร์การควบคุมดาวเคราะห์เป้าหมายจะไม่สามารถบรรลุผลได้อย่างยั่งยืนเลย หากปราศจากกลไก "การเลือกสรรและการสร้างหุ่นเชิดในชั้นปกครอง" (The Elite Selection and Convergence)
แท้จริงแล้วเป็นเพียงข้ารับใช้และผู้แปลนโยบายกดขี่ของดราโกเนียนให้กลายเป็นกฎหมายท้องถิ่น ระเบียบโลกใหม่ (New World Order) ที่ถูกขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่องผ่านสถาบันเหนือรัฐบาลในปัจจุบัน จึงเป็นเพียงพิมพ์เขียวการสร้างคอกปศุสัตว์ที่สมบูรณ์แบบ โดยมีมนุษย์ด้วยกันเองเป็นผู้คุมคอกที่ซื่อสัตย์ที่สุดคอยดูแลระบบให้ดำเนินไปอย่างไม่มีวันสะดุด
• การสร้างสมาคมลับ:
ในมิติของโครงสร้างอำนาจหลังม่านและการบริหารงานปกครองข้ามดวงดาว กลไกที่ทำให้จักรวรรดิดราโกเนียนสามารถรักษาอำนาจเหนือดาวเคราะห์โลกได้อย่างยาวนานนับพันปีโดยไม่เปิดเผยตัวตนคือ "การสถาปนาเครือข่ายสมาคมลับและรัฐบาลเงา" (The Secret Society Matrix & Shadow Government)
ภายในแกนกลางของสภาโอไรออนกลับเผชิญกับสภาวะรอยร้าวในจักรวรรดิ (The Imperial Fractures) ซึ่งเป็นแรงกดดันปะทุภายในที่รอวันระเบิด บันทึกพงศาวดารกาแล็กซีลับได้เผยให้เห็นถึงความเปราะบางเชิงโครงสร้างและกลุ่มต่อต้านแฝงเร้นในสองมิติสำคัญ ดังต่อไปนี้
ความขัดแย้งระหว่างสายเลือด (The Internal Caste Friction)
รอยร้าวประการแรกเกิดขึ้น ณ ยอดพีระมิดแห่งอำนาจของสายพันธุ์เลื้อยคลานเอง ซึ่งเป็นความขัดแย้งทางอุดมการณ์และการยอมรับระหว่าง ชนชั้นปกครองชิอาคาร์ (The Royal Ciakar) กับ วรรณะนักรบดราโกเนียน (The Soldier Caste)