20 พ.ค. เวลา 01:50 • ธุรกิจ

🪖Security Dilemma: กับดักความมั่นคง

โลกกำลัง “ซื้อความกลัว” ด้วยรายจ่ายกลาโหมสูงสุดในประวัติศาสตร์
🔑Key Takeaways
• รายจ่ายกลาโหมโลกพุ่งแตะระดับสูงสุดใหม่ และเพิ่มต่อเนื่องเป็นปีที่ 11 ติดต่อกัน สะท้อนการโยกทรัพยากรจากการพัฒนาเศรษฐกิจไปสู่ความมั่นคงมากขึ้น
• การใช้จ่ายยังถูกขับเคลื่อนโดยมหาอำนาจหลักอย่าง สหรัฐฯ จีน และรัสเซีย ซึ่งรวมกันมากกว่าครึ่งของโลก
• ยุโรปกลายเป็นภูมิภาคที่เร่งติดอาวุธเร็วที่สุด รายจ่ายรวมเพิ่มขึ้น 14% เป็น 864 พันล้านดอลลาร์ และเพิ่มขึ้นกว่า 102% ในรอบ 10 ปี
• หลายภูมิภาคต้องแบกรับต้นทุนสูง โดยเฉพาะตะวันออกกลางและแอฟริกา ที่ต้องเลือกระหว่างความมั่นคงกับการพัฒนาเศรษฐกิจ
• วงจร Security Dilemma ทำให้การเพิ่มรายจ่ายของประเทศหนึ่ง กลายเป็นแรงกดดันให้ประเทศอื่นเพิ่มตาม จนเกิดการแข่งขันด้านความมั่นคงที่ยากจะหยุด
โลกกำลังเดินอยู่บนเส้นด้ายของความไม่แน่นอน ขณะที่เศรษฐกิจหลายประเทศยังฟื้นตัวได้ไม่เต็มที่ ในเวลาเดียวกัน ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์กลับรุนแรงขึ้น ทั้งสงครามรัสเซีย–ยูเครน ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง การแข่งขันเชิงอำนาจในเอเชีย รวมถึงความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน
ทั้งหมดนี้สะท้อนออกมาผ่านตัวเลขเดียวอย่างชัดเจน — งบกลาโหมโลกที่ยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
📊 รายจ่ายกลาโหมโลกพุ่งไม่หยุด
รายงาน Trends in World Military Expenditure 2025 โดย Stockholm International Peace Research Institute (SIPRI) ระบุว่า รายจ่ายทางทหารทั่วโลกแตะระดับ 2.887 ล้านล้านดอลลาร์ และเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 11 ติดต่อกัน สูงที่สุดเท่าที่ SIPRI เคยบันทึกไว้
รายจ่ายดังกล่าวคิดเป็นราว 2.5% ของ GDP โลก หรือ Military Burden ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2009 สะท้อนว่าโลกกำลังจัดสรรทรัพยากรจำนวนมากขึ้นให้กับความมั่นคงแทนการลงทุนเพื่อการเติบโตระยะยาว
หากมองตามภูมิภาค ตะวันออกกลางยังมีภาระด้านกลาโหมต่อ GDP สูงที่สุดที่ 3.8% รองลงมาคือยุโรปที่ 3.2% ขณะที่ เอเชียและโอเชียเนียเองก็เร่งการลงทุนด้านความมั่นคงมากขึ้นต่อเนื่อง
Top 5 ประเทศที่ใช้จ่ายกลาโหมสูงที่สุดของโลกยังคงเป็นมหาอำนาจหลัก และรวมกันคิดเป็น 58% ของรายจ่ายกลาโหมทั่วโลก
🇺🇸 สหรัฐฯ 954 พันล้านดอลลาร์
🇨🇳 จีน 336 พันล้านดอลลาร์
🇷🇺 รัสเซีย 190 พันล้านดอลลาร์
🇩🇪 เยอรมนี 114 พันล้านดอลลาร์
🇮🇳 อินเดีย 92 พันล้านดอลลาร์
🛡️ ยุโรป: ความขัดแย้งกับความกลัว
ยุโรปเป็นภูมิภาคที่เพิ่มรายจ่ายกลาโหมมากที่สุด โดยเพิ่มขึ้น 14% แตะระดับ 864 พันล้านดอลลาร์ สูงสุดเป็นประวัติการณ์ และเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา
แรงผลักดันสำคัญมาจากสงครามรัสเซีย–ยูเครน รวมถึงความไม่แน่นอนเกี่ยวกับบทบาทของสหรัฐฯ ในการค้ำประกันความมั่นคงของภูมิภาค
🇷🇺 รัสเซีย ใช้จ่ายสูงถึง 7.5% ของ GDP แม้จะพยายามใช้อาวุธต้นทุนต่ำและโดรนจำนวนมากเพื่อลดภาระของสงครามยืดเยื้อ
🇺🇦 ยูเครน ใช้จ่ายสูงถึง 40% ของ GDP หรือคิดเป็น 63% ของรายจ่ายรัฐบาล เป็นการระดมทรัพยากรแทบทั้งหมดเพื่อความอยู่รอดในภาวะสงคราม
🇩🇪 เยอรมนี ใช้จ่ายทะลุ 2% ของ GDP เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1990 ถือเป็นการเปลี่ยนท่าทีด้านความมั่นคงครั้งสำคัญหลังสงครามเย็น
กลุ่ม NATO ในยุโรปใช้รวมกันถึง 559 พันล้านดอลลาร์ และมีถึง 22 ประเทศที่ใช้จ่ายเกิน 2% ของ GDP
นอกจากนี้ ในปี 2025 สมาชิก NATO ยังเห็นพ้องที่จะเพิ่มการลงทุนด้านกลาโหมและความมั่นคงรวมเป็น 5% ของ GDP ภายในปี 2035 เพิ่มขึ้นมากจากเป้าหมายเดิมที่ 2%
สิ่งที่น่าสนใจคือ เป้าหมายใหม่นี้ไม่ได้รวมแค่งบกลาโหมโดยตรง แต่ยังรวมการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน ความมั่นคงทางอุตสาหกรรม และความพร้อมของภาคพลเรือนด้วย สะท้อนว่าความมั่นคงในโลกยุคใหม่กำลังเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และโครงสร้างพื้นฐานของประเทศมากขึ้นเรื่อย ๆ
🛡️ เอเชีย: สมรภูมิแห่งอนาคต
เอเชีย เพิ่มรายจ่ายกลาโหม 8.4% เป็น 643 พันล้านดอลลาร์ สูงสุดนับตั้งแต่ปี 2009 และเพิ่มขึ้นถึง 50% จากปี 2016
🇨🇳 จีนใช้จ่ายสูงถึง 336 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 31 พร้อมเร่งพัฒนาเทคโนโลยีทางทหารขั้นสูง สะท้อนการขยับเข้าใกล้สหรัฐฯ ในเชิงศักยภาพทางทหารมากขึ้น
🇯🇵 ญี่ปุ่น เพิ่มรายจ่ายกลาโหมแตะระดับสูงสุดในรอบหลายทศวรรษ เพิ่มขึ้น 9.7% เป็น 62.2 พันล้านดอลลาร์ คิดเป็น 1.4% ของ GDP สูงสุดตั้งแต่ปี 1958
🇰🇷 เกาหลีใต้ ใช้จ่าย 47.8 พันล้านดอลลาร์ โดยเน้นลงทุนในระบบป้องกันขีปนาวุธและความสามารถในการตอบโต้ภัยคุกคาม
🇹🇼 ไต้หวัน เพิ่มรายจ่ายกลาโหมถึง 14% เทียบเท่า 2.1% ของ GDP และตั้งเป้าจะเพิ่มสัดส่วนดังกล่าวในอนาคต เพื่อรับมือแรงกดดันข้ามช่องแคบ
ในขณะเดียวกัน 🇮🇳 อินเดีย และ 🇵🇰 ปากีสถาน ต่างก็เพิ่มรายจ่ายกลาโหมตามสถานการณ์ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นระหว่างกัน
สิ่งที่น่าสนใจคือ การแข่งขันในภูมิภาคนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่จำนวนงบประมาณ แต่รวมถึงเทคโนโลยีทางทหาร เช่น AI อาวุธขั้นสูง อวกาศ โดรน และไซเบอร์ ทำให้ภูมิภาคนี้กำลังกลายเป็นสมรภูมิแห่งอนาคต
🛡️ สหรัฐฯ: ลดลงชั่วคราว แต่ยังครองโลก
ทวีปอเมริกาเป็นภูมิภาคเดียวที่รายจ่ายกลาโหมโดยรวมลดลง โดยลดลง 6.6% เหลือ 1,065 พันล้านดอลลาร์
สาเหตุหลักมาจาก 🇺🇸 สหรัฐฯ ที่ลดรายจ่ายลง 7.5% เหลือ 954 พันล้านดอลลาร์ จากการไม่อนุมัติเงินช่วยเหลือใหม่ให้ยูเครน
อย่างไรก็ตาม แม้รายจ่ายจะลดลงในระยะสั้น แต่สหรัฐฯ ยังเป็นประเทศที่ใช้จ่ายด้านกลาโหมสูงที่สุดในโลก และยังลงทุนอย่างหนักในอาวุธนิวเคลียร์ เรือดำน้ำรุ่นใหม่ และเทคโนโลยีทางทหารขั้นสูง เพื่อรักษาความได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์เหนือจีน
🛡️ ตะวันออกกลาง: ความขัดแย้งที่มีต้นทุนทางเศรษฐกิจ
ตะวันออกกลางยังเป็นภูมิภาคที่มีภาระด้านกลาโหมต่อ GDP สูงที่สุดในโลก โดยใช้จ่ายรวม 218 พันล้านดอลลาร์ หรือเฉลี่ยราว 3.8% ของ GDP
🇸🇦 ซาอุดีอาระเบีย ยังคงเป็นหนึ่งในประเทศที่ใช้จ่ายทางทหารสูงที่สุด 83.2 พันล้านดอลลาร์
🇮🇱 อิสราเอล แม้รายจ่ายลดลงเล็กน้อย แต่ยังสูงกว่าปี 2016 ถึง 120% จากความขัดแย้งในภูมิภาค
🇮🇷 อิหร่าน ลดลงต่อเนื่องจากปัญหาเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อสูงถึง 42% และมาตรการคว่ำบาตร
ภูมิภาคนี้สะท้อนภาพชัดเจนว่า ยิ่งความขัดแย้งสูง ต้นทุนทางเศรษฐกิจก็ยิ่งเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
🛡️ แอฟริกา: ทางเลือกที่ยากลำบาก
แอฟริกาใช้จ่ายด้านกลาโหมรวม 58.2 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 8.5%
🇩🇿 แอลจีเรียใช้จ่ายสูงถึง 25% ของรายจ่ายภาครัฐ สูงเป็นอันดับสองของโลกรองจากยูเครน
🇲🇦 โมร็อกโกใช้จ่ายมากเป็นอันดับสองในแอฟริกา โดยมีแรงขับเคลื่อนสำคัญจากความตึงเครียดระยะยาวเกี่ยวกับกรณีพิพาทเวสเทิร์นซาฮารา
หลายประเทศในแอฟริกายังคงเผชิญทั้งความขัดแย้งภายใน การก่อการร้าย และข้อจำกัดทางเศรษฐกิจ ทำให้บางประเทศต้องใช้งบประมาณจำนวนมากกับความมั่นคง ทั้งที่ยังขาดโครงสร้างพื้นฐาน การศึกษา และสวัสดิการพื้นฐานอีกจำนวนมาก
นี่จึงเป็นหนึ่งในภูมิภาคที่เห็นต้นทุนค่าเสียโอกาสชัดที่สุด เพราะทุกดอลลาร์ที่ใช้กับอาวุธอาจหมายถึงทรัพยากรที่หายไปจากการพัฒนาเศรษฐกิจระยะยาว
🔄 Security Dilemma: วงจรที่หยุดไม่ได้
สิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือ เมื่อประเทศหนึ่งเพิ่มรายจ่ายกลาโหม ประเทศอื่นย่อมรู้สึกไม่ปลอดภัย และต้องเพิ่มรายจ่ายตามไปด้วย
ทุกฝ่ายต่างมองว่าตนเองป้องกันตัว แต่ในมุมของอีกฝ่ายกลับถูกมองว่าเป็นภัยคุกคาม
สิ่งนี้เรียกว่า Security Dilemma ซึ่งกำลังเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้รายจ่ายกลาโหมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
❓สรุปว่าโลกปลอดภัยขึ้นจริงไหม?
แม้เศรษฐกิจโลกยังเผชิญกับความท้าทาย ทั้งหนี้สาธารณะสูง การเติบโตที่ชะลอตัว และความไม่แน่นอนในหลายด้าน แต่ประเทศต่าง ๆ กลับต้องจัดสรรงบประมาณจำนวนมหาศาลให้กับกองทัพมากขึ้นเรื่อย ๆ
ในมุมหนึ่ง นี่อาจเป็นต้นทุนที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ของโลกที่มีความเสี่ยงสูงขึ้น
แต่อีกมุมหนึ่ง ทรัพยากรที่ถูกใช้เพื่อป้องกันความเสี่ยง ก็คือทรัพยากรที่หายไปจากการลงทุนด้านการศึกษา นวัตกรรม โครงสร้างพื้นฐาน และการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน
ถ้าความมั่นคงได้กลายเป็นต้นทุนที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในโลกยุคปัจจุบัน
แต่เรากำลังซื้อความปลอดภัย
หรือกำลังสะสมความเสี่ยงมากขึ้นกันแน่?
เรื่องและภาพ: สราลี วงษ์เงิน Economist, Bnomics
════════════════
Making Economics Easy for Everyone
เปลี่ยนเรื่องเศรษฐกิจให้เป็นเรื่องง่ายสำหรับทุกคน
════════════════
#Geopolitics #Military #กลาโหม #ภูมิรัฐศาสตร์
#ธนาคารกรุงเทพ #Bnomics #BBL #BangkokBank
โฆษณา