20 พ.ค. เวลา 08:32 • นิยาย เรื่องสั้น

🙏บันทึกประสบการณ์ทางจิต ep6.

"เหงื่อแตกกาฬ และ ธรรมมะรักษา"
ครั้งหนึ่งช่วงผู้เขียนอายุประมาณ30 ยังอยู่ที่สมุทรปราการ มีวันหนึ่งที่บ้านทุกคนออกไปต่างจังหวัดกัน มีผู้เขียนคนเดียวที่ต้องอยู่บ้านเพราะติดวันทำงาน และรู้สึกไม่ค่อยสบายเหมือนจะมีไข้
เมื่ออยู่บ้านคนเดียวอาการก็ไม่ค่อยสู้ดีนัก พยายาม กินยาและเช็ดตัวแล้วแต่อาการก็ไม่ค่อยจะทุเลาลงมีแต่ยิ่งตกเย็นยิ่งไข้สูงวัดปรอทได้38.6C' แถมเริ่มมีอาการถ่ายท้องถ่ายเหลว เท่าที่จำได้เข้าห้องน้ำไปประมาณ3รอบแล้ว เวลาน่าจะประมาณทุ่มกว่าๆได้ เพราะเปิดทีวีทิ้งไว้ได้ยินเสียงข่าวภาคค่ำอยู่
รอบที่สามมีอาการเหนื่อยจัด หน้ามืด และล้มในห้องน้ำเพราะลุกขึ้นแล้วมืดไปหมดรู้สึกตัวอีกทีคือนั่งอยู่ที่พื้นห้องน้ำหัวพิงประตู ไข้สูงรู้สึกว่าลมหายใจร้อนมากเหนื่อย ไม่มีแรง และเหงื่อ เหงื่อออกมาจากทุกรูขุมขน ใบหน้า มือ แขนขา หัว ลำตัว มีแต่เหงื่อออกเต็มไปหมด จะอาเจียน จะถ่ายท้อง อาการตอนนั้นบอกไม่ถูก รู้สึกเหมือนว่าตัวเองกำลังจะตาย แล้วก็มีคำนึงแว้บเข้ามาในหัวให้เข้าใจคำว่า "เหงื่อแตกกาฬ" มันเป็นอย่างนี้ ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยป่วยแล้วรู้สึกเจียนไปเจียนอยู่แบบนั้น
ระหว่างนั้นยังรู้สึกตัวจึงเอาน้ำในอ่างราดส้วมควักขึ้นมาล้างหน้าพรมใส่หน้าอกลูบตามตัว แล้วในใจก็นึกขึ้นได้ว่า เราจะไม่ตายในสภาพนี้ เราจะไม่ยอมตายแบบขรี้แตกกางเกงไม่ใส่😅ตายอยู่ในห้องน้ำ จึงพยายามล้างทำความสะอาดใส่กางเกง แล้วออกจากห้องน้ำแบบสภาพยืนไม่ไหว จึงนอนที่หน้าห้องน้ำนั้นแหละ จังหวะนั้นรู้สึกเจียนอยู่เจียนไปจริงๆ
อยู่ๆใจก็นึกขึ้นได้ว่า ไหนๆถ้าจะตายก็ขอตายแบบมีสติมีสมาธิละกันไม่อยากตายสภาพทุเรศทุรังแบบนี้ หิ้งพระอยู่บนบ้านชั้นสอง จึงคลาน(ใช้คำว่าคลานเลย)เพราะยืนไม่ไหว กะว่าจะมานั่งสมาธิหน้าหิ้งพระ พอขึ้นมาถึงหน้าหิ้งพระก็นั่งไม่ไหวอีกไม่มีแรงเวียนหัวจะอ้วก จึงนึกในใจว่าขอนอนตรงนี้แหละ จะทำสมาธิตรงนี้เพราะไม่ไหวแล้ว
พอล้มตัวลงนอนหน้าหิ้งพระหันด้านข้างหาหิ้งพระยืดขายาวนอนหงาย ก็พยายามเอามือประสานแถวหน้าท้องแต่ประสานได้หรือไม่จำไม่ได้ แล้วจดจ่อกับคำบริกรรมพุธโธกำหนดลมหายใจ ช่วงเวลาแว้บเดียวในความรู้สึก เรารู้สึกเหมือนฝันและเห็นว่าเราอยู่ในสถานที่อบอุ่นกว้างขวางไม่มีประมาณห้อมล้อมไปด้วยแสงจะว่าสีขาวก็ไม่เฉยแต่สว่าง สว่างมาก รู้สึกสบายเรากำลังนั่งกึ่งหมอบอยู่ แล้วก็มีพระรูปหนึ่งเดินมาหา เราก้มกราบที่เท้าท่านเป็นลักษณะเท้าของคนผอมจีวรสีกลัก
ระหว่างนั้นความรู้สึกมันสุขอิ่มเอมใจ เบาสบาย กราบแล้วจึงเงยหน้าขึ้นมองพระรูปนั้น เราเห็นหลวงปู่มั่น ซึ่งปกติแม้เราจะศรัทธาในธรรมยุติ แต่เราระลึกถึงหลวงปู่มั่นน้อยมาก แต่เรากลับเห็นหลวงปู่มั่น ท่านจับหัวเรา ใบหน้าท่านและองค์ท่านมีประกายเหมือนรุ้งจากแสงแดดอยู่ด้านหลัง ทำให้พื้นที่โดยรอบที่สว่างอยู่แล้วยิ่งสว่างขึ้นอีก แล้วท่านก็พูดอะไรกับเราไม่รู้ เราจำไม่ได้ รู้แต่ความรู้สึกว่ามีนรู้สึกดีมากจนบรรยายไม่ถูก
แล้วเราก็รู้สึกตัว เราลืมตาเรานอนอยู่หน้าหิ้งพระแดดส่องเข้ามาทางหน้าต่างแล้ว จึงลุกขึ้นดูนาฬิกา เจ็ดโมงกว่าแล้วนี่เราคงไปทำงานสาย สรุปวันนั้นก็ไปสายจริงๆ
แต่ใจที่ตื่นขึ้นมาวันนั้นมันแปลกมากๆ มันอิ่มเอม เบา สบาย มีความสุขลึกๆ รู้สึกโลกมันสว่างขึ้น ได้กลิ่นของน้ำค้าง ได้ยินเสียงนกร้อง เหมือนสัมผัสทุกอย่างได้ละเอียดปราณีตในทุกประสาทสัมผัส
อาการทางกายก็แปลก ไม่ใช่แค่หายป่วย แต่มันสดชื่นมาก มีแรงมีกำลังเต็มกระฉับกระเฉง เหงื่อที่เคยแตกเหมือนคนอาบน้ำก็หาย อาการต่างๆไม่มีหลงเหลือให้รู้สึก
ที่งงใจอีกเรื่องคือ ช่วงระยะเวลาที่เราสัมผัสนั้นเรารู้สึกว่าสั้นมากช่วงเวลานิดเดียว แต่ถ้าเราไปอยู่หน้าหิ้งพระช่วง1-2ทุ่ม แล้วตื่นมาเกือบ8โมงเช้า มันน่าจะเกือบ12ชั่วโมงเลยนะที่เราหลับไป นับว่าอัศจรรย์ใจมาก
หลังจากวันนั้น เรามีโอกาสได้โทรหาและสอบถามถึงเรื่องที่เกิดขึ้นกับ หลวงพ่อลันวัดป่าภูดินสอ พระผู้ที่เรานับถือเป็นครูอาจารย์อีกท่าน ท่านบอกว่า"นั่นล่ะ เขาเรียกธรรมรักษา ไม่ได้เจอกันง่ายๆนะ ส่วนมากจะเกิดกับพระที่อยู่ในป่า ไม่มียาก็ใช้สมาธินี่แหละ"
ท่านบอกดีแล้วล่ะ ดีแล้วล่ะ ท่านบอกน่าสนใจทำต่อไป ท่านบอกอาการต่างๆเหล่านี้ท่านเรียกว่าเครื่องเล่นมัอะไรให้เล่นให้เพลิน เป็นกำลังในการปฏิบัติอีกเยอะ
นับว่าเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ผู้เขียน ได้รู้จัก"เหงื่อแตกกาฬ และ ธรรมรักษา"
#บันทึกประสบการณ์ทางจิต
#ธรรมมะจัดสรร
#ธรรมรักษา
โฆษณา