7 ชั่วโมงที่แล้ว • ความคิดเห็น
คนตั้งกระทู้คมมากตรงที่
ไม่ได้ถามว่า“ความรู้ดีไหม”
ดีแค่ไหนฉลาดจริงรึไม่?
รึฉลาดรู้เรื่องโง่ๆ?
แต่ถามลึกไปกว่านั้นว่า
“ถ้าความรู้ปลดปล่อยมนุษย์
จริงทำไมมนุษย์ยิ่งรู้มากจึงยิ่ง
ทุกข์มากขึ้น”
นี่เป็นคำถามที่แตะทั้งปรัชญา จิตวิทยาและธรรมชาติของการเป็นมนุษย์ในคราวเดียวกันเลย
คุณนี่ทำให้ผมเสื้อแสงขาดอีก
โตละ!
คนที่รู้น้อยอาจทุกข์จากสิ่งตรงหน้าแต่คนที่รู้มากมักทุกข์จาก
สิ่งที่ยังมาไม่ถึงพอเห็นโลกซับซ้อนขึ้นก็เริ่มเห็นข้อจำกัดของ
ตัวเอง
เห็นความไม่แน่นอนในชีวิตตนชีวิตคนเห็นความจริงที่ควบคุม
ไม่ได้
ความรู้ไม่ใช่เป็นเพียงแสงสว่างเสมอไป ในบางครั้งมันก็เหมือนไฟฉายที่ส่องให้เห็นรอยร้าวของชีวิตชัดกว่าเดิมเท่านั้น
แต่ในอีกด้านความรู้ก็ไม่ได้เกิด
มาเพื่อทำให้มนุษย์ “สบายใจ” อย่างเดียวนะLuck
มันอาจเกิดมาเพื่อทำให้มนุษย์ “ตื่นรู้”มากกว่าตื่นจากภาพลวง ตื่นจากความหลงว่าทุกอย่างจะเป็นอย่างใจเรา
บางทีคนฉลาดจริงอาจไม่ใช่
คนที่รู้ทุกอย่างแต่คือคนที่รู้ว่าอะไรควรปล่อยวางปล่อยว่าง
รู้ขอบเขตของเหตุผลและยัง
เหลือพื้นที่ให้หัวใจได้หายใจ
อยู่บ้างมันเหนื่อยมากไปมุ้ยนั่น
เอากลอนเฮ่ยๆมาให้Luck!
“คนโง่ คนฉลาด”นั้นอาจเป็น
เพียงชื่อเล่นที่โลกเขียนไว้บน
หน้าผาก
ทว่าภายใต้เนื้อหนัง เลือด น้ำตา
และความเหนื่อยยาก
ทุกคนต่างแบกคืนยาวไม่ต่างกัน
คนหนึ่งรู้ดาวฤกษ์ทั้งฟากฟ้า
อีกคนรู้แค่เพียงทางกลับบ้าน
แต่ยามอกหักความเงียบก็เจ็บ
เท่ากันเหมือนๆกัน
ยามสูญเสียยามที่ชราแก่เฒ่า
มือทุกมือก็สั่นเทาคล้ายกันหมด
ความรู้จึงไม่ใช่มาตรวัดความ
เป็นคนเพราะมนุษย์ไม่ได้สูงต่ำด้วยจำนวนถ้อยคำตัวเขียนในหัว
บางคนอ่านหนังสือทั้งโลกแต่ยังไม่เข้าใจความรักสักตัวเลยสักนิด
บางคนเขียนชื่อแทบไม่ได้แต่
กอดคนร้องไห้สูญเสียใจเป็น “
เราอาจไม่ได้ต่างกันที่โง่หรือฉลาดแค่ต่างกันว่าใครกำลัง
สุขทุกข์กับความจริงแบบไหนเท่านั้นเอง
ปะต้าว่านะLuck!
โฆษณา