21 พ.ค. เวลา 03:35

ทรายถุงสำหรับงานปูกระเบื้อง ต้องเลือกแบบไหนถึงจะได้งานสวย

1. เลือก "ทรายหยาบ" สำหรับงานปรับระดับ (Screeding)
หากพื้นเดิมของคุณขรุขระหรือไม่สม่ำเสมอ คุณจำเป็นต้อง "เทปรับระดับพื้น" ก่อนปูกระเบื้อง ในขั้นตอนนี้ควรเลือก ทรายหยาบถุง ครับ
ทำไมต้องทรายหยาบ?: เม็ดทรายที่ใหญ่และมีความคมจะช่วยให้ปูนทราย (Mortar) มีแรงยึดเกาะสูง รับน้ำหนักได้ดี และลดการแตกร้าว (Shrinkage) ของชั้นปูนเมื่อแห้งตัว
ผลลัพธ์ที่ได้: พื้นฐานที่แข็งแรง ไม่ยุบตัวในอนาคต ทำให้กระเบื้องที่ปูทับลงไปไม่เกิดอาการ "กระเบื้องกระดก"
2. เลือก "ทรายละเอียด" สำหรับงานซ่อมแซมหรือปูแบบบาง
ในกรณีที่เป็นการซ่อมแซมกระเบื้องเพียงไม่กี่แผ่น หรือต้องการความละเอียดสูงในพื้นที่ขนาดเล็ก ทรายละเอียดถุง จะตอบโจทย์กว่า
ข้อดี: ผสมแล้วเนื้อปูนจะเนียนละเอียด ทำให้การปาดปูนทำได้ง่ายและเรียบกริบ เหมาะมากสำหรับช่างที่ต้องการเก็บงานรอยต่อให้ชิดที่สุด
ข้อควรระวัง: ไม่ควรใช้ทรายละเอียดเพียงอย่างเดียวในการเทพื้นหนาๆ เพราะอาจเกิดการแตกร้าวได้ง่ายกว่าทรายหยาบ
3. สังเกต "ความสะอาด" ของทรายในถุง
ความสวยงามของงานปูกระเบื้องไม่ได้อยู่ที่ความเรียบอย่างเดียว แต่อยู่ที่ความทนทานด้วย ทรายถุงที่ดีต้อง:
ไม่มีดินปน: หากทรายมีดินเหนียวหรือขี้เป็ดปนอยู่มาก จะทำให้แรงยึดเกาะของปูนลดลง ส่งผลให้กระเบื้อง "ร่อน" หรือ "ระเบิด" ออกมาในภายหลัง
ไม่มีเศษขยะหรือเปลือกหอย: เศษวัสดุแปลกปลอมจะทำให้การปาดปูนไม่เรียบ และอาจทำให้เกิดโพรงอากาศใต้แผ่นกระเบื้อง (กระเบื้องกลวง)
เคล็ดลับการใช้ทรายถุงให้งานออกมา "เป๊ะ"
สูตรผสมมาตรฐาน: สำหรับงานปูกระเบื้องทั่วไป มักใช้สัดส่วน ปูนซีเมนต์ 1 ส่วน ต่อ ทราย 3 ส่วน การใช้ทรายถุงจะช่วยให้คุณตวงสัดส่วนได้แม่นยำกว่าการตักทรายกอง
ความชื้นต้องพอเหมาะ: ก่อนผสมควรเช็คว่าทรายในถุงแห้งหรือชื้น หากทรายเปียกมากควรลดปริมาณน้ำที่ใช้ผสมลง เพื่อไม่ให้ปูนเหลวเกินไปจนควบคุมระดับกระเบื้องยาก
สั่งซื้อทรายถุงคุณภาพดี ได้ที่ Sand in bag
ติดต่อ เบอร์โทร : 066-125-1294
เว็บไซส์ www.sandinbag.com
#ทรายถุง #ทรายหยาบถุง #ทรายละเอียด #sandinbag #หินถุง #mikp56'
โฆษณา