21 พ.ค. เวลา 05:00 • ธุรกิจ

ผ่าผลงาน SABINA Q1/2026 บทพิสูจน์กลยุทธ์ ‘เพิ่มกำไร-บริหารต้นทุน-รักษายอดขาย’

ไตรมาสแรกปีนี้ เราสามารถทำอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin หรือ NPM) เพิ่มขึ้นจาก 12.2% ในช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ขึ้นมาอยู่ที่ 13.4% ในปีนี้ สะท้อนความสามารถในการทำกำไรของบริษัทฯ ในภาวะที่ไม่ง่ายเลย และเป็นบทพิสูจน์กลยุทธ์ที่เราวางไว้ในปี 2026 ที่เราจะเน้น ‘เพิ่มกำไร บริหารต้นทุน และรักษายอดขาย’ ได้เป็นอย่างดี
คุณดวงดาว มหะนาวานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซาบีน่า จำกัด (มหาชน) หรือ SABINA ขยายความเพิ่มเติมหลังจากบริษัทฯ นำส่งงบการเงินประจำไตรมาสแรก (มกราคมถึงมีนาคม) ปี 2569 ต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยในงวด 3 เดือนแรกของปีนี้ SABINA มีรายได้รวม 769.2 ล้านบาท ลดลง 9.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีกำไรสุทธิ 103.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันของปี 2568 คิดเป็น 0.3%
ผลการดำเนินงานไตรมาสแรกสะท้อนว่า SABINA ยังรักษาความสามารถในการทำกำไรไว้ได้ตามเป้าหมาย ท่ามกลางปัจจัยท้าทาย โดยเฉพาะความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มความรุนแรงขึ้นตั้งแต่ช่วงกลางไตรมาส ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น และส่งผลกระทบต่อเนื่องไปถึงความมั่นใจของผู้บริโภค ทำให้การจับจ่ายใช้สอยชะลอตัว โดยการเติบโตของกำไรสุทธิมาจากการที่บริษัทฯ เดินหน้ารักษายอดขาย ด้วยการนำเสนอสินค้าใหม่ที่มีความหลากหลาย เพิ่มทางเลือกให้ผู้บริโภค พร้อมๆ กับการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ
“ปัจจัยสำคัญในช่วง 3 เดือนแรกของปีนี้ ยังเป็นเรื่องความไม่มั่นใจของผู้บริโภค ที่ทำให้กำลังซื้อลดลง แต่เรายังสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ บวกกับการทำแคมเปญและการออกสินค้าใหม่อย่างต่อเนื่อง ทำให้รายได้ยอดขายในบางสินค้าเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะสินค้าที่เราเรียกว่า เป็น “แคปซูล ลอนช์” (Capsule Launch) ซึ่งหมายถึงการนำเสนอสินค้าเฉพาะกลุ่มเล็กๆ ซึ่งเป็นกลยุทธ์การทำตลาดที่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ที่ลูกค้ามีความต้องการและมีความสนใจแบบเฉพาะเจาะจงมากขึ้น”
ในไตรมาสแรกของปีนี้ SABINA ยังได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการเติบโตของรายได้ช่องทางรับจ้างผลิต (OEM) ที่เพิ่มขึ้นถึง 52% จากคำสั่งซื้ออย่างต่อเนื่องของลูกค้าในสหราชอาณาจักรและยุโรป โดยสัดส่วนรายได้ OEM เมื่อเทียบกับรายได้รวมค่อยๆ เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญใกล้ระดับ 10%
และคาดว่า รายได้จากช่องทางนี้อาจจะมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นได้ถึง 12% ส่วนรายได้ช่องทางค้าปลีก (Retail) ในไตรมาสแรกลดลง 14.4% และรายได้ช่องทางไม่มีหน้าร้านหรือ NSR (Non-Store Retailing) ลดลง 11.8% ขณะที่การทำตลาดในฟิลิปปินส์ ยังเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้
แม้ว่าช่วงที่เหลืออยู่ของปีนี้ จะมีปัจจัยไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจรออยู่ แต่ SABINA ก็เชื่อว่า ภายใต้กลยุทธ์หลัก ในการ “เพิ่มกำไร-บริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ และรักษายอดขาย” จะทำให้ SABINA ฝ่าฟันความท้าทายรอบด้านไปสู่เป้าหมายสร้างการเติบโตในอนาคตได้อย่างแน่นอน !
โฆษณา