Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
nothing but movie
•
ติดตาม
22 พ.ค. เวลา 03:55 • ภาพยนตร์ & ซีรีส์
หนังตลาดผสมความวิปลาสของเหอเมิ่งหัว
ผู้กำกับเหอเมิ่งหัวเป็นหนึ่งในผู้กำกับยุคทองค่ายชอว์ บราเดอร์สที่สำคัญมาก เขาคือคนที่ท่านเซอร์ขาดไม่ได้ เป็นจิ๊กซอว์สำคัญของความสำเร็จของชอว์ตั้งแต่เริ่มก่อร่างสร้างตัว เขาเป็นพหูสูตที่ทำหนังได้ทุกแนว สิ่งที่น่าสนใจยิ่งคือ เหอเมิ่งหัวเริ่มต้นจากหนังมาตรฐานความนิยมของฮ่องกงในยุคนั้น ทั้งหนังเพลง หนังดราม่า ทำทั้งกำลังภายใน แอ็กชัน และแฟนตาซี ก่อนจะมาสร้างชื่อหนักมากกับหนังสยองแบบพิธีกรรม-ไสยศาสตร์ หรือสายหนังคุณไสยคนเล่นของจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ตอนนั้นถือว่าแรงและแปลกใหม่สำหรับคนจีนฮ่องกง
และถ้าพูดถึงหนังแนวทางสยองแบบคุณไสยนี้เหอเมิ่งหัวคือตำนานในประวัติศาสตร์หนังสยองขวัญฮ่องกงช่วงยุค 70s เขาคือคนที่ผลักขอบเขตหนังสยองขวัญฮ่องกงให้กลายเป็นอะไรที่ทั้งแปลก วิปริตอย่างไม่เคยมีมาก่อน ซึ่งจะมีอิทธิพลต่อหนังผีไทย ฮ่องกง และไต้หวันในเวลาต่อมา
ก่อนหน้าหนังของเหอเมิ่งหัว หนังผีจีนส่วนใหญ่ยังวนเวียนอยู่กับโลกแบบเรื่องราวงิ้วจีน ผีสาวโหยหา ผีกระโดด หรือวิญญาณโบราณที่ยังคงมีความเป็นวรรณกรรมและแฟนตาซีอยู่มาก ต่อให้หลอนก็ยังเป็นความหลอนแบบสวยงาม
เพราะอิทธิพลจากวรรณกรรมคลาสสิกจีน โดยเฉพาะเรื่องเล่าของฝูสงหลิง ชุด เรื่องพิศวงจากห้องหนังสือ ซึ่งเต็มไปด้วยเรื่องรักระหว่างมนุษย์กับภูตผี ปีศาจ และวิญญาณสาว หนังของหลี่ฮั่นเสียงอย่าง Enchanting Shadow วิญญาณรักปีศาจสาว ในปี 1960 เป็นตัวอย่างที่ชัดเจน หนังเรื่องนี้มีเล่อตี้แสดงนำ แม้จะมีบรรยากาศแบบหนังสยองขวัญ แต่โดยเนื้อแท้มันคืองานโรมแมนติกเสียมากกว่า
แต่เหอเมิ่งหัวดึงหนังผีลงมาคลุกกับโคลน เลือด หนอง แมลง และราคะ เขาทำให้หนังสยองฮ่องกงเริ่มมีกลิ่นเหม็นของร่างกายและพิธีกรรมขึ้นมาจริง ๆ หนังที่ทำให้เขากลายเป็นตำนานของสาย cult horror คือ Black Magic หรือชื่อไทยว่า “คาถา” หนังเรื่องนี้ออกฉายในปี 1975 และแทบจะระเบิดความรู้สึกของคนดูฮ่องกงในเวลานั้น เพราะมันเอาคุณไสยมาใช้เป็นศูนย์กลางของเรื่องอย่างเต็มตัว
เนื้อเรื่องภายนอกดูเหมือนเมโลดราม่าธรรมดาเกี่ยวกับความรัก ความหึงหวง และการแก้แค้น แต่สิ่งที่ทำให้หนังน่ากลัวคือวิธีที่ตัวละครใช้ไสยศาสตร์เข้าทำลายกัน ผู้หญิงคนหนึ่งใช้หมอผีเพื่อทำเสน่ห์และเล่นงานคู่แข่งทางความรัก ก่อนที่ทุกอย่างจะลุกลามไปสู่การสาปแช่ง การทำของใส่กัน และการตายอย่างทรมาน หนังเต็มไปด้วยภาพพิธีกรรมแปลกประหลาด ตั้งแต่การใช้เลือดสัตว์ ยันต์ แมลงพิษ ไปจนถึงฉากที่ร่างกายคนถูกทำลายจากภายในราวกับมีอะไรสกปรกกำลังกินอวัยวะอยู่ใต้ผิวหนัง
สิ่งที่น่าสนใจมากคือ หนังใช้ บรรยากาศทำให้คนดูรู้สึกว่าพลังเหล่านี้มีอยู่จริง ตัวหมอผีในเรื่องแทบไม่ต่างจากนักบวชแห่งโลกมืด เขาไม่ใช่ตัวตลกแบบหมอผีในหนังจีนยุคหลัง แต่เป็นคนที่มีอำนาจเหนือชีวิตคนอื่นจริง ๆ ทุกครั้งที่ประกอบพิธี หนังจะเต็มไปด้วยเสียงสวด เสียงแมลง เสียงกลอง และภาพโคลสอัปของของสกปรกจนเกิดความรู้สึกอึดอัด สิ่งที่ทำให้คนดูฮ่องกงยุคนั้นยิ่งหลอนคือ หนังอ้างอิง ดินแดนทะเลใต้ ซึ่งหมายถึงไทย มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ในสายตาชาวจีนฮ่องกง
ดินแดนเหล่านี้ถูกมองว่าเต็มไปด้วยไสยศาสตร์ลึกลับ หนังจึงใช้ภาพจำเหล่านั้นอย่างเต็มที่ ทั้งหมอผี ป่าดิบลึกลับ ยันต์แปลก ๆ การใช้แมลงหรือสัตว์มีพิษ และพิธีกรรมที่ดูดิบเถื่อนกว่าความเชื่อแบบจีนดั้งเดิม
พอมาถึง Black Magic II หรือภาคสอง เหอเมิ่งหัวยิ่งผลักทุกอย่างไปไกลกว่าเดิม หนังภาคนี้แทบจะทำให้ภาคแรกดูสุภาพไปเลย มันเต็มไปด้วยภาพร่างกายบิดเบี้ยว การทรมาน และความหมกมุ่นทางเพศ หนังใช้ความเชื่อเรื่องการทำเสน่ห์และคุณไสยเป็นเหมือนอาวุธควบคุมคนอื่น ตัวละครจำนวนมากในเรื่องถูกผลักด้วยตัณหา ความอิจฉา และความอยากครอบครอง จนคุณไสยกลายเป็นเหมือนเชื้อโรคที่แพร่กระจายไปทั่วอณูของหนัง
มีหลายฉากที่ทุกวันนี้ยังดูแรง เช่น การใช้หนอนและแมลงเป็นสัญลักษณ์ของคำสาป หรือฉากพิธีกรรมที่ทำให้ร่างกายมนุษย์กลายเป็นเพียงวัตถุสำหรับการสาปแช่ง เหอเมิ่งหัวชอบถ่ายสิ่งเหล่านี้แบบใกล้มาก จนคนดูรู้สึกถึงพื้นผิว ความชื้น และความสกปรก หนังของเขาไม่ได้น่ากลัวเพราะผีโผล่ แต่น่ากลัวเพราะมันทำให้คนดูรู้สึกว่าร่างกายมนุษย์เปราะบางและสกปรกได้ขนาดไหน และเขายังไม่รีรอที่สร้างภาพชวนแหวะกว่าเดิมมาก
ในโลกภาพยนตร์ตะวันตก หนังสองเรื่องนี้ถูกยกให้เป็นตัวอย่างสำคัญของหนังสยองแบบไสยศาสตร์ตะวันออก เพราะมันเต็มไปด้วยภาพที่ผู้ชมตะวันตกไม่คุ้นเคย ทั้งพิธีกรรม การใช้ร่างกาย การสาปแช่ง และความเชื่อเรื่องคำสาปที่ไม่อาจหลีกหนีได้ นักสะสมหนัง cult ในอเมริกาและยุโรปจำนวนมากรู้จักหนังฮ่องกงยุคชอว์ บราเดอร์ส ผ่านหนังพวกนี้ ไม่ใช่ผ่านหนังกำลังภายในด้วยซ้ำ เพราะมันไปเข้ารสนิยมการดูหนังดิบเถื่อนที่เคยรุ่งเรื่องในอเมริกาช่วงยุค 60-80 โดยเฉพาะในโรงหนังแบบไดรฟ์อิน หรือมีฉายในโรง grindhouse
ในช่วงนั้นมันเกิดความนิยมหนัง exploitation ทุนต่ำหรือหนังตลาดที่เน้นขายความเร้าใจ สยองขวัญ รุนแรง มากกว่าความประณีตแบบหนังกระแสหลัก ไม่ว่าจะเป็นความรุนแรง เลือด เซ็กซ์ ยาเสพติด อาชญากรรม หรือเรื่องต้องห้ามต่างๆ
จุดสำคัญของหนังประเภทนี้คือการกระตุ้นอารมณ์คนดูอย่างรุนแรงและตรงไปตรงมา มักใช้โปสเตอร์แรงๆ ฉากช็อก หรือเนื้อหาหวือหวาเป็นจุดขาย เพื่อดึงคนเข้าชมตามโรงหนังราคาถูกหรือโรงหนังไดรฟ์อินในอเมริกาช่วงยุค 1960s-1980s หนังหลายเรื่องแม้งบประมาณต่ำ แต่กลับมีพลังดิบและกลายเป็นหนัง Cult ที่มีแฟนเหนียวแน่นในเวลาต่อมา
อิทธิพลของหนัง exploitation ยังส่งต่อมาถึงหนังสยองฮ่องกงยุคเหอเมิ่งหัว และเฮอร์มาน เหยาอย่างชัดเจน เพียงแต่เปลี่ยนจากความรุนแรงแบบอเมริกัน มาเป็นความสยองจากไสยศาสตร์ ร่างกาย และความเชื่อแบบเอเชีย หนังของผู้กำกับพวกนี้จึงเต็มไปด้วยภาพชวนสะอิดสะเอียน เลือด หนอน ความวิปริต และฉากเซ็กซ์ปะปนกับความสยอง ซึ่งทั้งหมดนี้ก็คือจิตวิญญาณของ exploitation cinema ในแบบฮ่องกงนั่นเอง
หนังอีกเรื่องที่ประหลาดและสำคัญมากในกลุ่มนี้ของเหอเมิ่งหัวคือ Oily Maniac ที่แสดงนำโดยเจ้าพ่อหนังแปลกของชอว์คือหลี่ซิวเสียน หนังเรื่องนี้เหมือนฝันที่เป็นจริง เหอเมิ่งหัวเอาทุกอย่างมาปนกัน ทั้งหนังสัตว์ประหลาด หนังแก้แค้น หนังผี และหนังสัตว์ประหลาดเกรดบี เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับชายพิการคนหนึ่งที่ถูกกลั่นแกล้งและกดขี่ ก่อนจะได้รับน้ำมันลึกลับจากหมอผี ทำให้เขากลายร่างเป็นปีศาจน้ำมันสีดำมันวาวที่สามารถไหลไปตามท่อระบายอากาศ หรือซอกตึกต่าง ๆ เพื่อออกฆ่าคนที่ทำร้ายเขา
สิ่งที่ทำให้หนังนี้น่าจดจำคือภาพของร่างกายที่เหลวเหมือนน้ำมันดิบของปีศาจน้ำมันในเรื่องดูเหมือนมนุษย์ที่กำลังละลาย หนังใช้เมือก น้ำมันเหนียวหนืดแทบทั้งเรื่อง จนคนดูรู้สึกสกปรกไปด้วย ขณะเดียวกันหนังก็มีอารมณ์แปลกมาก เพราะมันทั้งน่ากลัว น่าสงสาร และตลกร้ายในเวลาเดียวกัน
ว่าไปแล้วหนังเรื่องนี้เหมือนเอาหนังสัตว์ประหลาดญี่ปุ่น หนังสยองอเมริกัน และไสยศาสตร์จีนมาปั่นรวมกัน ผลลัพธ์ที่ออกมาจึงไม่เหมือนอะไรเลย มันคือความบ้าคลั่งแบบหนังฮ่องกงยุค 70 ที่กล้าลองทุกอย่างโดยไม่สนรสนิยมกระแสหลัก และที่สำคัญทุกวันนี้มีการทำของเล่นไอ้มนุษย์น้ำมันออกมาเป็นหุ่นฟิกเกอร์ที่มีคนสะสมด้วย
เสน่ห์สำคัญของเหอเมิ่งหัวอยู่ตรงที่ เขาไม่พยายามทำหนังสวยแบบผู้กำกับสายอาร์ต แต่เขามีพลังดิบที่รุนแรงมาก หนังของเขาเต็มไปด้วยความเชื่อพื้นบ้านและเปลี่ยนสิ่งเหล่านี้ให้กลายเป็นภาพยนตร์ที่ทั้งรุนแรง ชวนแหวะ ชวนอ้วก และทรงพลังในเวลาเดียวกัน และถ้ามองย้อนกลับไป หนังของเหอเมิ่งหัวแทบจะเป็นสะพานเชื่อมระหว่างหนังผีจีนแบบเก่ากับหนังสยองฮ่องกงยุคหลังทั้งหมด
เพราะหลังจากนั้น ฮ่องกงจึงเริ่มเปิดรับหนังเหนือธรรมชาติที่ทั้งตลก หลอน รุนแรง และเต็มไปด้วยพิธีกรรม เซ็กส์ จนนำไปสู่ยุคของหนังเกรด 3 ในเวลาต่อมา แม้หนังเหล่านั้นจะดูแฟนตาซีและเข้าถึงง่ายกว่า แต่รากแบบหนังผีฮ่องกงหลายอย่าง เริ่มต้นขึ้นจากโลกหนังสยองขวัญของเหอเมิ่งหัวนี่เอง
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย