Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
E
Empera
•
ติดตาม
22 พ.ค. เวลา 04:43 • หนังสือ
มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่เราจะมายังดาวดวงนี้ได้ สิ่งมีชีวิตที่นี่เรียกว่ามนุษย์
ฉันคือผู้บัญชาการของหน่วยสำรวจดาวเคราะห์ K-712 ซึ่งมนุษย์เรียกมันว่า "โลก" ภารกิจของเราคือการศึกษาทรัพยากร พลังงาน และความหลากหลายทางชีวภาพเพื่อหาทางรอดของเผ่าพันธุ์เราที่กำลังใกล้จะสูญสิ้น แต่ปัญหาคือเราไม่สามารถเปิดเผยตัวตนได้ เพราะมนุษย์ยังไม่พร้อมที่จะรับรู้การมีอยู่ของสิ่งมีชีวิตที่เหนือกว่าพวกเขา และหากเราแสดงตัวออกไป อาจเกิดการปะทะที่นำไปสู่ความหายนะของทั้งสองฝ่าย
หลังจากวิเคราะห์ข้อมูลจากดาวเทียมและยานสำรวจขนาดเล็ก เราตัดสินใจว่าสถานที่ที่ดีที่สุดในการตั้งฐานทัพลับคือ ใต้ท้องทะเลลึก มันเป็นพื้นที่ที่มนุษย์ยังเข้าไม่ถึงได้ทั้งหมด เต็มไปด้วยความลึกลับและแรงดันมหาศาลที่จะช่วยปกปิดเราจากสายตาภายนอกได้อย่างสมบูรณ์แบบ
เราใช้เวลาหลายเดือนในการเดินทางข้ามจักรวาลมาถึงที่นี่ และอีกหลายสัปดาห์ในการสำรวจหาพิกัดที่เหมาะสมในมหาสมุทรที่กว้างใหญ่ จนกระทั่งเราพบจุดหนึ่งที่อยู่ใต้ร่องลึกมาเรียนา สถานที่ที่ลึกที่สุดบนโลกนี้ มันมืดสนิทและเงียบงัน เหมาะแก่การสร้างฐานทัพเพื่อซ่อนตัวจากสายตามนุษย์
ยานสำรวจขนาดใหญ่ของเราค่อยๆ ดำดิ่งลงสู่ความมืดมิด แรงดันมหาศาลบีบอัดตัวถังจนเกิดเสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าด แต่เกราะป้องกันที่ทำจากอัลลอยพิเศษก็ยังคงทนทาน สัญญาณโซนาร์ของเราส่งคลื่นออกไปเพื่อทำแผนที่พื้นที่ใต้ท้องทะเล เราพบว่ามีถ้ำใต้บาดาลขนาดใหญ่ที่เชื่อมต่อกันเป็นระบบซับซ้อน มันเหมาะมากสำหรับการสร้างฐานทัพของเรา แต่แล้ว... สัญญาณก็สะท้อนกลับมาในรูปแบบที่แปลกประหลาด
มันไม่ใช่คลื่นจากสิ่งมีชีวิตทั่วไป ไม่ใช่ปลาวาฬ หรือหมึกยักษ์ แต่เป็นสัญญาณที่มีรูปแบบซับซ้อนคล้ายกับภาษา การวิเคราะห์ของเราชี้ให้เห็นว่ามีสิ่งมีชีวิตทรงปัญญาอาศัยอยู่ที่นี่ และพวกมันไม่ใช่... มนุษย์
ในตอนแรกเราคิดว่าข้อมูลผิดพลาด แต่เมื่อเราเข้าใกล้ถ้ำมากขึ้น ภาพจากกล้องก็ฉายให้เห็นถึงสิ่งมีชีวิตรูปร่างคล้ายมนุษย์ แต่มีหางคล้ายปลา พวกเขามีผิวที่เรืองแสงได้ในที่มืดและมีดวงตาที่ปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมที่ไร้แสง พวกเขาคือ เผ่าพันธุ์เงือก สิ่งมีชีวิตในตำนานที่มนุษย์เองก็ไม่เคยพบเจอ
พวกเขารู้ตัวทันทีว่าเรามาถึงแล้ว สิ่งมีชีวิตตัวหนึ่งว่ายเข้ามาใกล้กับยานของเรา ดวงตาของมันจ้องมองมาที่กระจกใสราวกับจะเจาะทะลุเข้ามาในห้องควบคุม พวกเขาส่งคลื่นเสียงความถี่ต่ำบางอย่างที่ไม่ได้มุ่งร้าย แต่เหมือนเป็นการเตือนให้เราออกไปจากพื้นที่ของพวกเขา
ฉันตัดสินใจที่จะไม่ปะทะ เราไม่ได้มาเพื่อทำสงคราม แต่มาเพื่อสำรวจและหาที่หลบซ่อน ฉันส่งสัญญาณตอบกลับด้วยภาษาสากลของจักรวาล ซึ่งหวังว่าพวกเขาจะเข้าใจว่าเราไม่ได้มาเพื่อทำร้าย แต่แล้วพวกเขาก็ว่ายหายไปในความมืด และสิ่งที่ตามมาก็ไม่ใช่ความสงบ
คลื่นโซนาร์ของเราตรวจจับได้ถึงการเคลื่อนไหวจำนวนมากที่กำลังพุ่งตรงมายังเราจากทุกทิศทุกทาง พวกเขาไม่ได้มาเดี่ยวๆ แต่มาเป็นกองทัพนับร้อยนับพันตัว แต่ละตัวถือหอกที่ทำจากผลึกเรืองแสงและมีดสั้นที่คมกริบ พวกเขาว่ายล้อมยานของเราไว้ และส่งสัญญาณเตือนซ้ำๆ ครั้งนี้เป็นเสียงที่แข็งกร้าวและเต็มไปด้วยความไม่พอใจ
สถานการณ์เริ่มตึงเครียดขึ้นเรื่อยๆ ฉันรู้ว่าหากเราตอบโต้ด้วยกำลัง พวกเขาอาจจะไม่ยอมถอยง่ายๆ แต่เราก็ไม่สามารถยอมให้พวกเขาขัดขวางภารกิจที่สำคัญต่อการอยู่รอดของเผ่าพันธุ์เราได้
ในที่สุด หัวหน้าวิศวกรก็ตัดสินใจใช้เครื่องสั่นสะเทือนพลังงานต่ำเพื่อสร้างคลื่นเสียงที่ทำให้พวกเขารู้สึกไม่สบายตัวและถอยออกไป แต่การกระทำนั้นกลับถูกตีความว่าเป็นการโจมตี เงือกตัวหนึ่งพุ่งเข้ามาใช้หอกแทงเข้าที่ตัวถังยานของเราอย่างรุนแรง และเมื่อมีตัวหนึ่งเริ่ม ตัวอื่นๆ ก็พุ่งเข้ามาโจมตีตามอย่างไม่หยุดยั้ง
ยานของเราสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ไฟสัญญาณเตือนเริ่มกะพริบ เสียงสัญญาณเตือนดังลั่นไปทั่วห้องควบคุม “ตัวถังด้านนอกเสียหาย 10 เปอร์เซ็นต์!” “เกราะป้องกันอ่อนแอลง” เสียงของเจ้าหน้าที่ดังขึ้นอย่างตื่นตระหนก
ฉันตัดสินใจว่าเราต้องตอบโต้ แต่ไม่ใช่การทำร้ายพวกเขา ฉันสั่งให้หน่วยป้องกันใช้ลำแสงพลังงานต่ำยิงออกไปในอากาศเพื่อสร้างแสงสว่างที่รุนแรงและทำให้พวกเขาสับสน ขณะเดียวกันก็ใช้คลื่นเสียงที่มีความถี่สูงเพื่อทำให้พวกเขาสื่อสารกันไม่ได้ชั่วขณะ
แผนนี้ได้ผล พวกเงือกหยุดการโจมตีลงชั่วครู่ พวกเขาหวาดกลัวต่อแสงที่ไม่คุ้นเคยและเสียงที่รบกวนการสื่อสารของพวกเขา ฉันใช้โอกาสนี้ส่งยานสำรวจขนาดเล็กที่มีอาวุธเพียงแค่ปืนสลบออกไป เพื่อเจรจากับพวกเขาอย่างสันติ
ในไม่ช้า หัวหน้าหน่วยสำรวจของเราก็สามารถเข้าใกล้ผู้นำของเผ่าพันธุ์เงือกได้ เขาเป็นเงือกตัวใหญ่และมีรอยแผลเป็นเต็มตัว แสดงให้เห็นถึงประสบการณ์การต่อสู้ที่โชกโชน ดวงตาของเขาจ้องมองมาอย่างไม่ไว้ใจ แต่เขาก็ยอมรับการเจรจา
ฉันสั่งให้ระบบแปลภาษาทำงานและสื่อสารกับเขาว่า “เราไม่ได้มาเพื่อยึดครอง แต่เรากำลังหาที่หลบซ่อน เรามาจากอีกฟากของจักรวาลและต้องการพื้นที่เล็กๆ เพื่อสร้างฐานทัพชั่วคราว เราสัญญาว่าจะไม่รบกวนพวกท่านและจะเคารพกฎของที่นี่”
ผู้นำเงือกมองมาที่ฉันอย่างพิจารณา แล้วเขาก็ตอบกลับมาด้วยภาษาที่ระบบแปลให้เข้าใจได้ว่า "มหาสมุทรนี้คือบ้านของเรา พวกเราซ่อนตัวจากโลกภายนอกมานานนับพันปีเพื่อรักษาเผ่าพันธุ์ และเราจะไม่ยอมให้ใครก็ตามมารุกล้ำพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์นี้ พวกเจ้าคือภัยคุกคาม"
บทสนทนาของเราจบลงอย่างรวดเร็ว และการต่อสู้ก็เริ่มขึ้นอีกครั้ง คราวนี้รุนแรงยิ่งกว่าเดิม พวกเงือกเริ่มใช้พลังบางอย่างที่สร้างคลื่นน้ำขนาดใหญ่เพื่อโจมตียานของเรา และพลังนั้นไม่ได้มาจากแค่หอกหรืออาวุธของพวกเขา แต่มาจากตัวพวกเขาเอง
เราต้องตัดสินใจ เราไม่สามารถยอมแพ้ได้ ภารกิจนี้สำคัญเกินกว่าที่จะล้มเหลว ฉันสั่งให้ยานสำรวจขนาดเล็กของเราพุ่งเข้าไปในถ้ำใต้บาดาลเพื่อสร้างฐานทัพให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ขณะที่ยานแม่ของเราจะใช้ระบบป้องกันเพื่อต้านทานการโจมตีของเผ่าพันธุ์เงือกให้ได้นานที่สุด
สงครามระหว่างสองเผ่าพันธุ์ต่างดาวในความมืดมิดของโลกใต้ทะเลลึกจึงได้เริ่มต้นขึ้น... เราไม่รู้ว่าใครจะชนะ แต่สิ่งที่แน่ชัดคือการต่อสู้ครั้งนี้จะเป็นบททดสอบที่สำคัญที่สุดของทั้งสองเผ่าพันธุ์ในประวัติศาสตร์ของดาวดวงนี้ และมันจะเป็นความลับที่ถูกเก็บซ่อนไว้ใต้ผืนน้ำที่ลึกที่สุดตลอดไป
กฎข้อที่ 0 ตรรกะป่ามืด กฎที่ต้องมาก่อนกฎข้ออื่นๆ ทั้งหมดวิถีนายพรานทุกอารยธรรมต้องการมีชีวิตรอดเป็นอันดับแรกถ้าต้องเลือกระหว่าง "เขาตาย" กับ "เรารอด" ทุกคนจะเลือกอย่างหลังเสมอ
นิยายลึกลับสยองขวัญ
นิยายตื่นเต้นระทึกขวัญ
นิยายสั้น
1 บันทึก
1
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย