23 พ.ค. เวลา 00:26 • ภาพยนตร์ & ซีรีส์

เรื่องนี้คือตำนาน

มิฟูเน่ ไอ้เพชรบ้าพลัง คุโรซาว่า จอมเจียรนัย โตโฮกำลังจะพัง
หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ญี่ปุ่นเพิ่งแพ้สงคราม เศรษฐกิจพัง อุตสาหกรรมภาพยนตร์ก็สั่นคลอนไปทั้งระบบ ภายในโตโฮเองเกิดความขัดแย้งเรื่องแรงงานและอำนาจบริหารอย่างรุนแรง หลังสงครามแนวคิดคอมมิวนิสต์ ฝ่ายซ้ายเบ่งบานมาก ในโตโฮเริ่มมีการก่อตั้งสหภาพแรงงาน และเริ่มมีอิทธิพลสูงมาก ถึงขั้นเข้าไปมีบทบาทแทบทุกเรื่องในสตูดิโอ ตั้งแต่การผลิตไปจนถึงการคัดเลือกนักแสดง และหนักที่สุดคือสหภาพมีสิทธิ์เลือกบทหนัง หรือไฟเขียวให้หนังเรื่องนั่นๆ เปิดกล้องถ่ายทำได้ เรียกว่าใหญ่คับฟ้า แบบที่ประธานโตโฮต้องทำตาปริบๆ
หลังจากนั้นสถานการณ์ก็ยิ่งหนักขึ้น เกิดการประท้วงหยุดงานครั้งใหญ่ของสหภาพในโตโฮถึงสามรอบ ความขัดแย้งลากยาวจนสตูดิโอแตกเป็นเสี่ยงๆ ดาราก็ไม่เข้ากองถ่ายร่วมประท้วงกับสหภาพ ผลคือโตโฮแทบกลายเป็นสตูดิโอร้างในแง่ “ดารา” นักแสดงชื่อดังหายไปเกือบหมด โตโฮมีแต่ผู้กำกับหนังที่ยังอยากทำงานอยู่ แต่ไม่มีดารา ( สุดท้ายทีมงานเบื้องหลัง และดาราดังจำนวนมากแยกตัวออกไปตั้ง Shin Toho หรือ “โตโฮใหม่ในปี 1947 แล้วทำหนังแข่งกับโตโฮเก่า )
เพื่อแก้ปัญหา สตูดิโอจึงต้องเปิดออดิชัน “Wanted: New Faces”ในปี 1946 รับคนหน้าใหม่จำนวนมากเข้ามาแทนดารารุ่นเดิม แต่กรรมการคัดเลือกนักแสดงหน้าใหม่ ไม่ได้มีแค่ผู้อำนวยการสร้าง หรือผู้กำกับเท่านั้น แต่กลุ่มสหภาพแรงงานก็มีสิทธิ์อยู่ในคณะกรรมการคัดเลือกนักแสดงหน้าใหม่ด้วย โดยกรรมการฝั่งคนทำหนัง และสหภาพมีจำนวนเท่ากัน และมีคะแนนเสียงเท่ากัน
อากิระ คุโรซาว่า ในตอนนั้นไต่เต้าขึ้นมาจากตำแหน่งผู้ช่วยผู้กำกับของยามะซัง ครูสอนทำหนังที่คุโรซาว่าเคารพอย่างสูงมาทั้งชีวิต คุโรซาว่าไม่ได้อยู่ในคณะกรรมการคัดเลือกดาราหน้าใหม่แต่อย่างใด เพราะกำลังติดพันกองถ่ายเรื่อง No Regrets for Our Youth อยู่
ทีนี้ ในระหว่างพักกองเพื่อรับประทานอาหารกลางวัน นักแสดงหญิงทาคามิเนะ ฮิเดโกะ ซึ่งเคยร่วมงานกับคุโรซาว่าสมัยที่ยังเป็นผู้ช่วยผู้กำกับก็รีบวิ่งเข้ามาหาเขา ละล่ำละลักกล่าวกับคุโรซาว่า
“มีอยู่คนหนึ่งน่าทึ่งมากเลยนะ แต่เขาออกแนวนักเลงไปหน่อย กรรมการเลยไม่ค่อยปลื้ม อาจไม่ผ่าน คุณไม่ลองไปดูหน่อยหรือ ”
คุโรซาว่าได้ยินก็รีบซัดข้าวเที่ยงแบบแทบไม่เคี้ยว แล้วเดินไปห้องออดิชันทันที พอเปิดประตูเข้าไป เขาถึงกับชะงัก
กลางห้องมีชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังดิ้นพล่าน แล้วเดินวนเหมือนสัตว์ป่าบาดเจ็บ พลังงานทะลักล้นจนบรรยากาศในห้องเหมือนจะระเบิด ทุกคนมองแบบ “ไอ้นี่เป็นบ้าอะไร” ชายคนนั้นก็คือ มิฟูเน่ จริง ๆ แล้วในการทดสอบ เขาจับได้หัวข้อ “ความโกรธ” และเขาไม่ได้แสดงแบบนักแสดงญี่ปุ่นยุคนั้นที่เล่นเรียบร้อยเป็นระเบียบ แต่เล่นเหมือนคนบ้าจะฆ่าคนจริง ๆ พอเล่นเสร็จ มิฟูเน่ก็เดินกลับไปนั่งแบบหมดแรง แล้วจ้องกรรมการตาขวางอีกต่างหาก
ปัญหาคือ กรรมการจากสหภาพแรงงานหลายคนไม่ได้คิดว่าเขา “เข้าถึงบท” แต่คิดว่า “เสียมารยาท” คุโรซาว่ากลับมองออกทันทีว่า อาการกร่าง ๆ แบบนั้นจริง ๆ คือ ความขี้อายของมิฟูเน่ที่กำลังแสดงออกมาเพื่อป้องกันตัวเอง เขาเริ่มรู้สึกว่าหมอนี่มีอะไรบางอย่าง
คุโรซาว่ารู้สึกถึงแรงดึงดูดของชายหนุ่มคนนี้อย่างประหลาด และเริ่มกังวลต่อผลตัดสินของกรรมการจนเสียสมาธิในการทำงาน เขารีบกลับไปกองถ่ายของตนเองและรีบถ่ายให้เสร็จเร็วกว่าปกติ จากนั้นก็กลับไปดูห้องประชุมที่กรรมการกำลังลงมติกัน แม้ยามะซังจะสนับสนุนมิฟูเน่อย่างหนักแน่น แต่คะแนนโหวตก็น่าจะออกมาแพ้ ตอนนั้นคณะกรรมการแบ่งเป็นสองฝ่าย คือผู้เชี่ยวชาญในวงการภาพยนตร์ ผู้กำกับ ช่างภาพ โปรดิวเซอร์ และนักแสดง กับตัวแทนสหภาพแรงงาน ซึ่งมีจำนวนเท่าๆ กัน
ตรงนี้แหละที่คุโรซาว่าระเบิดโหมดของจริง คิดว่าสหภาพทำเกินขอบเขตไปแล้ว เขาเดินเข้าไปกลางวงกรรมการแล้วค้านทันที
“กรรมการทุกท่าน เดี๋ยวก่อนนะ การตัดสินนักแสดงมันไม่ใช่เรื่องให้ใครก็ได้มาโหวตมั่ว ๆ”
คุโรซาว่าโกรธจริง แต่ไม่แสดงออก เลยเปรียบเทียบแบบเจ็บ ๆ ว่า
“การดูว่านักแสดงคนไหนมีแวว ก็เหมือนดูเพชร คุณจะเอาความเห็นคนขายผักมาให้มีคะแนนเท่ากับช่างอัญมณีไม่ได้” ห้องประชุมแทบลุกเป็นไฟ ฝั่งสหภาพโวยทันทีว่า “เผด็จการ พวกผู้กำกับจะผูกขาด” แต่พวกฝั่งคนทำหนังก็พยักหน้ากันหมด เพราะจริง ๆ ทุกคนก็เริ่มรู้แล้วว่า ไอ้หนุ่มหน้าดุคนนี้มีของ
สุดท้าย ยามะซังอาจารย์ของคุโรซาว่า ออกโรงรับรองด้วยตัวเอง บอกว่าเขาขอรับผิดชอบอนาคตของนักแสดงคนนี้
มิฟูเน่เลย “ผ่านแบบเฉียดฉิว”
ตลกตรงที่ ตอนนั้นไม่มีใครรู้เลยว่า ไอ้คนที่เหมือนจะต่อยกรรมการได้ทุกเมื่อ จะกลายเป็นหนึ่งในนักแสดงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์หนังโลก
และที่ฮากว่านั้นคือ ต่อมาคนชอบพูดกันว่า คุโรซาว่าเป็นคน “ค้นพบ” มิฟูเน่ แต่คุโรซาว่าเองกลับบอกประมาณว่า
“ผมไม่ได้ค้นพบเขาหรอก ผมแค่เห็นว่าเขาเจ๋ง แล้วเอาความเจ๋งนั้นออกมาใช้ให้สุด” ซึ่งก็เป็นคำพูดแบบคุโรซาว่ามาก ๆ คือดุ ตรง และไม่ค่อยโรแมนติก ในวันออดิชั่นั้นเขาแทบเป็นคนเดียวในห้องที่มองเห็นว่า ผู้ชายที่ดูเหมือนสัตว์ป่าบ้าคลั่ง ไม่ได้เป็นตัวปัญหา เขาคือพลังดิบที่วงการหนังญี่ปุ่นไม่เคยมีมาก่อนต่างหาก หลังจากนั้นมิฟูเน่แสดงหนังให้กับโตโฮสอวสามเรื่อวก่อนที่จะได้ร่ววมงานกับคุโรซาว่า และทั้งคู่มีผลงานร่วมกันถึง 16 เรื่อง
โฆษณา