23 พ.ค. เวลา 02:34 • นิยาย เรื่องสั้น

บันทึกประสบการณ์ทางจิต ep8.

"อย่ามาเกเร!! สัมภเวสีที่บ้านขุนหาญ"
เมื่อประมาณปี2545 เมื่อผู้เขียนได้ไป อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีษะเกษ เป็นครั้งแรก ในสมัยนั้นพื้นที่ยังไม่มีการพัฒนาเท่าไหร่นัก ถนนที่ไม่ใช่เส้นหลักยังเป็นลูกรัง มีบ้านชาวบ้านเป็นชุมชนประปราย ไม่มีร้านสะดวกซื้อและแสงไฟสว่างไสวไปทั่วเช่นทุกวันนี้
ผู้เขียนไปบ้านขุนหาญครั้งแรกก็รู้สึกสนุกไปกับบรรยากาศ และประวัติศาสตร์เรื่องเล่าในพื้นที่เนื่องจาก ผู้เขียนเกิดที่พระโขนงโตที่สมุทรปราการ และในยุคที่ยังไม่มีsmart phone สภาพแวดล้อมเมืองอุตสาหกรรมกับที่นี่จึงต่างกันอย่างสิ้นเชิง
การมาครั้งนี้เป็นการมาเพื่อนำระฆังที่สั่งทำไว้มาถวายให้ วัดป่าภูดินสอ ตำบลกันทรอม อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีษะเกษ และจึงเป็นครั้งแรกที่ผู้เขียนได้พบ พระลัน ธมฺมรโส ผู้ที่ผู้เขียนนับถือเป็นครูบาอาจารย์อีกท่านหนึ่งของผู้เขียนในเวลาต่อมา
วันแรกที่มาถึงที่บ้านขุนหาญต้องพักก่อน1คืน เพื่อวันรุ่งขึ้นค่อยเดินทางขึ้นเขาเพื่อไปวัดป่าภูดินสอ ระหว่างที่เที่ยวเล่นอยู่แถววัดขุนหาญ หาซื้อขนมปังจากร้านค้าในหมู่บ้านมาให้อาหารปลาในวัด ก็มีเด็กๆแถวนั้นตอนแรกมาสองคนมาดูมาถามว่าเราทำอะไร เราก็บอกให้อาหารปลาเราจึงแบ่งให้เด็กว่าให้แบ่งกันโยนให้ปลา แต่เด็กคนนึง กลับกินขนมปังเข้าไปเอง ตอนแรกเราก็นึกว่ากินขำๆ แต่ไม่จ้าน้องกินจริงจังกินเอาอิ่ม🤔
😅เราเลยถามว่าหิวเหรอกินขนมมั้ย เจ้าสองคนพยักหน้า เราจึงพาเดินไปร้านค้า แล้วร้านค้าที่นี่ ราคาขนมเหมือนตอนเราอายุ5-10ขวบ(30ปีที่แล้ว) ขนมปังห่อละ5บาท ขนมชิ้นๆ3บาท ไอติมตัด2บาท แรกๆเด็กสองคนก็ไม่กล้าหยิบเหมือนเกรงใจ แต่สุดท้ายก็ได้กันไปคนละถุงหิ้ว แม่ค้าคิดเงินไม่กี่สิบบาท เราเลยบอกเจ้าสองคนว่ามีเพื่อนอีกมั้ย ไปตามเพื่อนมาบอกพี่เลี้ยง
เท่านั้นแหละเจ้าสองคนวิ่งตีนเปล่าตะโกนโวยวายเรียกเพื่อน สักพักเดียวเด็กๆวิ่งมาจากไหนกันอีกไม่รู้ แต่รวมๆแล้วไม่เกินสิบคน เฮกันลั่น หิ้วขนมกลับบ้านคนละถุง แม่ค้าคิดเงินสรุปสองร้อยกว่าไม่เกินสามร้อย ทำเราว้าวมาก😍 กลายเป็นประสบการณ์ที่เราภูมิใจนึกทีไรก็อมยิ้มทุกที ตอนนั้นเราอายุ18 แต่มีศักยภาพเลี้ยงขนมเด็กทั้งหมู่บ้านด้วยงบไม่เกิน300 (ตอนนั้นรู้สึกว่าตัวเองเท่มาก)😂
พอเสร็จจากเด็กๆ ตอนเย็นก็มานั่งล้อมวงกินข้าว ฟังเรื่องเล่าของคุณตาทวดที่แกมีลายสักไทยเต็มตัว ชาวบ้านบอกว่าแกมีของสมัยหนุ่มๆเป็นนายฮ้อย(พ่อค้าควาย) ที่จะต้องต้อนควายเป็นฝูง จากศรีษะเกษไปขายที่โคราชด้วยทางเกวียนในสมัยที่ท่านยังหนุ่มๆนั้นระหว่างทางเป็นป่าตลอดทาง ต้องระวังทั้งเสือที่เป็นสัตว์ป่าและเสือที่เป็นโจร ดังนั้นวิชาต่อสู้และอาวุธรวมถึงคาถาอาคม ต้องมีและใช้จริง ฟังกันเพลินจนได้เวลาเข้านอน
ที่จะเล่าอยู่ตรงนี้🙂 พอนอนคืนนั้นเองตอนหลับก็ฝัน ฝันว่ามีชายหญิงรวม4คน แต่งตัวเหมือนขาวบ้านทั่วไป สามคนมายืนมองเราตรงปลายเท้า แต่อีกคนไม่ยอมมา นั่งยองๆอยู่ห่างๆแต่มองมาทางเรา ผู้หญิง1ใน3คนข้างหน้าก็บอกเราว่า พวกเขาอยู่ที่นี่กันมานานแล้ว เราเองจึงตอบเขาว่าเรามาทำบุญเอาของมาถวายวัด เอาสิเราจะแผ่เมตตาให้ ในฝันเราก็แผ่เมตตา ทั้งสามคนยกมือพนมรับ แล้วใบหน้าจากที่ก้มหน้าเรียบเฉยมืดๆมัวๆ ก็เงยขึ้นมาให้รู้ให้รู้สึกว่ามีรอยยิ้มอ่อนๆและสว่างขึ้น
แต่ชายคนที่ไม่สวมเสื้อนั่งยองๆอยู่ ก็ลุกขึ้นและตรงมาที่เราด้วยท่าทางโมโหอะไรก็ไม่รู้ แล้วตรงเข้ามาจับขาเราด้วยแรงแล้วรู้สึกได้ว่า เขาไม่พอใจเขาจะไม่ให้เราทำแบบนี้ ในฝันเราก็ตะโกนบอกเขาว่า นี่มาทำบุญนะ!!นี่จะเอาบุญมาให้นะ!! ทำไมทำแบบนี้ ปล่อย!!
ได้!! ไม่ยอมปล่อยใช่มั้ย... แล้วเราก็ท่องคาถาพระพุทธเจ้าชนะมาร แล้วฮึบ!! ถีบ เปรี้ยงงง!!!! โอ๊ยยยยยย!!!! ในฝัน ชายคนนั้นกระเด็นกลิ้งไปไกลร้องโหยหวน จนหายไปในฝัน เราจึงตะโกนว่า "มาทำบุญให้ยังจะมาเกเรแบบนี้อีกเหรอ อย่าเกเร!!"(นั่นคือในฝัน)
(นอกฝัน)เราตื่นขึ้นทันที โต๊ะเครื่องแป้งที่อยู่ปลายเท้าเรา โดนเราถีบกระเด็นของกระจายเต็มห้อง ทุกคนที่นอนรวมกันก็ตื่นมากันหมดแล้วเราจึงเล่าความฝันให้พวกเขาฟัง ทุกคนก็ส่ายหัวแล้วกลับไปนอนกันต่อ...😅
เอวังก็มีด้วยประการฉะนี้
(ไว้เราจะเล่าเรื่องบนภูดินสอในep.ต่อๆไป) ขอบพระคุณที่ติดตามครับ
#บันทึกเรื่องเล่าประสบการณ์ทางจิต
#ธรรมมะจัดสรร
#บ้านขุนหาญ
โฆษณา