23 พ.ค. เวลา 06:22 • นิยาย เรื่องสั้น

ตอน 12 ถ้ำแห่งความกลัว

.
วันนั้นลมสงบอากาศร้อนอบอ้าวผิดปกติสำหรับภูมิประเทศอันเป็นป่าสูงอย่างเนินเขาที่ทั้งคู่กำลังเร่งติดตามพลพรรค
ไม่ช้าไม่นานก็ได้ยินเสียงฟ้าคำรามมาจากคนละฟากเขา เมฆดำกลุ่มใหญ่ที่ตั้งเค้ามาจากทิศตะวันตก ลมโชยมาอ่อน ๆ แล้วเริ่มแรงขึ้นจนดังอู้มาตามป่าใหญ่ เสียงกิ่งไม้หักโผงผาง ทั้ง2ต่างเร่งหาที่หลบฝนคุณหญิงถึงกับบ่น
.
"ฝนของป่านี้จะตามติดเราไปอีกนานไหมนี่"
.
แสนสุริยา "ไม่อาจบอกได้ครับ การที่ป่าทึบมีฝนตกมากเพราะต้นไม้จำนวนมหาศาลคายน้ำสู่บรรยากาศอย่างต่อเนื่อง ทำให้อากาศมีความชื้นสูงมาก
ความชื้นนี้ควบแน่นเป็นเมฆและฝน รวมถึงต้นไม้ยังช่วยลดอุณหภูมิพื้นผิวทำให้อากาศเย็นลงจนเกิดการกลั่นตัวเป็นหยดน้ำ นอกจากนี้ป่าไม้ยังดักความชื้นจากทะเลและส่งเสริมวัฏจักรน้ำในพื้นที่"
.
คุณหญิง "นี่ถ้าไม่รู้มาก่อนว่านายเรียนกฎหมาย ฉันนึกว่านายเรียนเกษตรเสียอีก"
.
แสนสุริยา "คุณนิชาเคยบอกว่าตั้งใจที่จะเรียนแพทย์ สาขาไหนครับ"
.
"ทางด้านการผ่าตัด เพราะในความคิดของฉันโลกเราเจริญก้าวหน้าขึ้น การคมนาคมสดวกขึ้นอุบัติเหตุก็มีมากขึ้น หมอศัลย์ที่มีความสามารถเป็นสิ่งสำคัญคู่สังคม"
.
แสน "แล้วทำไมคุณจึงทิ้งความตั้งใจนั้น หากไม่สะดวกก็ไม่เป็นไรครับ"
.
คุณหญิงนิ่งไม่ตอบแสนสุริยาจึงไม่พูดอะไรอีก เมื่อเห็นว่าฝนไม่มีทีท่าจะหยุดตก เขาจึงตัดสินใจพักด้วยการนั่งงีบหลับสักครู่ ส่วนคุณหญิงเดินไปเดินมาเหมือนเสือติดจั่นด้วยความหงุดหงิด
.
เวลาผ่านไปราวครึ่งชั่วโมงแสนสุริยาก็ได้สติคุณหญิงหายไปแล้ว แต่ฝนก็ยังไม่หยุดถ้าเช่นกันเธอหายไปไหน เขาจึงรีบลุกขึ้นเดินสำรวจไปทั่วๆ จึงพบว่าที่ก้นซอกแห่งนั้นมีถ้ำเล็กๆแอบซ่อนอยู่
.
แสนสุริยาส่องไฟก่อนเดินเข้าไปแล้วพบสิ่งผิดปกติ ผนังถ้ำแห่งนั้นกระจายไปด้วยเมือกใสๆเหมือนแป้งเปียกแต่มันเรืองแสงเคลื่อนไปมาตลอดเวลา
.
เขาพยายามเดินเลี่ยงมัน เขาไม่รู้ว่ามันคืออะไรแต่ไม่ใช่สิ่งดีแน่ แล้วเขาก็พบคุณหญิงนั่งร้องไห้ฟูมฟายพูดกับตัวเองแล้วยกมีดพกของเธอขึ้นเพื่อทำร้ายตัวเอง
.
แสนสุริยาจึงรีบขัดขวางและพบว่าฝ่ามือข้างหนึ่งของเธอเลอะเมือกนั้น เขาจึงรีบใช้ผ้าเช็ดหน้าของเขาเช็ดมือให้แล้วประคองกอดเธอรีบพาออกมาจากสถานที่อุบาทย์แห่งนั้น
.
คุณหญิงหยุดร้องไห้แล้วแต่นัยน์ตายังแดงช้ำ "ถ้ำนั้นน่ากลัวเหลือเกินพรานแสน มันทำให้ฉันรำลึกถึงสิ่งเลวร้ายที่ฉันพยายามลืมมันมาตลอด
ฉันคิดว่าลืมมันได้แล้ว แต่ความเป็นจริงฉันไม่อาจลืมมันได้ เป็นรอยมลทินของฉันที่ไม่มีวันลบเลือน"
.
แสน "อย่าไปพูดถึงมันเลยครับ เพราะจะทำให้คุณยิ่งไม่สบายใจ"
.
"ไม่ ฉันจะพูด พรานแสนช่วยชีวิตฉันไว้ จึงไม่มีอะไรที่ฉันจะปิดบัง>>>
.
ท่านแม่ของฉัน หม่อมรัตนาไฉไลสิ้นเมื่อคลอดฉัน ท่านพ่อที่ตอนนั้นทรงสูงวัยกว่าท่านแม่มากจึงทนที่จะเห็นหน้าฉันไม่ได้
ท่านอาของฉันหม่อมเจ้าหญิงรัศมีประภาจึงเป็นผู้นำฉันไปเลี้ยงดูที่อเมริกาตั้งแต่แบเบาะ
.
ความที่ท่านเป็นภริยาของมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของไทย จึงมีตำแหน่งนายกสมาคมของคนไทยในต่างแดนมากมาย
แน่นอนว่าท่านไม่มีเวลาดูแลฉันแม้ท่านจะรักและสงสารที่ฉันเป็นกำพร้า ฉันจึงต้องเติบโตมากับพี่เลี้ยงชาวอเมริกัน
.
แต่ที่ฉันพูดไทยได้ชัดก็เพราะท่านอาหญิงบังคับให้พูดภาษาไทยเมื่ออยู่ในบ้าน ท่านไม่ต้องการให้ลืมรากเหง้าของไทยที่มีเอกราชไม่เคยเป็นเมืองขึ้นของใคร
.
ชีวิตในวัยรุ่นของฉันก็อเมริกันเราตีๆนี่เอง ฉันมีเดท ฉันอัพยาบ้างเพื่อเป็นการเรียนรู้แต่ไม่เสพติด เพราะฉันให้ความใส่ใจกับกีฬาและการต่อสู้ไม่เว้นแม้แต่ยิงปืน
จนฉันได้เป็นนักยิมนาสติกทีมชาติอเมริกาและคว้าเหรียญทองโอลิมปิคตั้งแต่เรียนเกรด12(ม.6)
.
ฉันสอบเข้าเรียนแพทย์ในมหาวิทยาลัยดังได้แล้ว แต่ชะตาชีวิตของฉันก็ต้องเปลี่ยนไปตลอดกาลแบบไม่มีโอกาสแก้ตัวก็เพราะ..
ในช่วงวัยทีน(Teenager/Teen) คือ วัยรุ่น หรือช่วงอายุระหว่าง 13 ถึง 19 ปี ซึ่งเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อระหว่างวัยเด็กและวัยผู้ใหญ่
.
ฉันเคยออกเดทกับไอ้เจ้าโจนาธาน ตอนนั้นมันเป็นขวัญใจของสาวๆ มันหล่อ น่ารัก มีความเป็นสุภาพบุรุษ จะไม่ให้ฉันปลื้มได้อย่างไรที่ได้รับเลือกไปงานเต้นรำด้วย
.
แล้วเมื่อคบหากันฉันจึงได้รู้ความจริงที่แสนโสมมของเจ้าโจนาธาน ฉากหน้าของมันกับเบื้องหลังต่างกันราวหน้ามือกับส้นเท้า
มันเป็นทั้งเอเย่นยาและค้าผู้หญิงหาเด็กให้พวกผู้ดีจอมปลอมที่ฉากหน้าสวยหรู แต่เบื้องหลังแสนโสโครก
.
เมื่อท่านอารู้เรื่องจึงย้ายฉันไปอยู่รัฐอื่นที่ห่างไกล ก่อนอื่นฉันได้โทรแจ้งตำรวจให้จัดการกับเจ้าโจนาธาน เพื่อให้มันรับกรรมที่ก่อและไม่ให้มีเด็กสาวตกเป็นเหยื่อของมันอีก
.
ก่อนมหาวิทยาลัยเปิดเพียง1อาทิตย์นรกก็กลั่นแกล้งให้ฉันพบกับเจ้าโจนาธาน มันจำฉันได้และดีใจมากที่พบกัน มันบอกว่าตอนนี้มันกลับเนื้อกลับตัวเป็นคนดีแล้วหลังจากติดคุกไปหลายปีเพราะฉัน มันจะไม่กลับไปใช้ชีวิตแบบเดิมอีก
.
ถึงอย่างไรฉันก็ยังอาลัยอาวรณ์เจ้าโจนาธาน วันนั้นเราทั้ง2จึงไปดื่มกันที่ร้านเหล้าเล็กๆแห่งหนึ่งซึ่งฉันไม่รู้ว่าเป็นของพวกมัน
ฉันถูกมอมยาแล้วนำขึ้นไปข้างบนซึ่งเป็นรังโจร ถูกข่มขืนโดยเจ้าโจนาธาน ถูกถ่ายภาพเปลือยในขณะที่หมดสติ มันต้องการเอาไว้ข่มขู่ให้ฉันทำชั่วกับมัน
.
ใหม่ๆมันให้ฉันเข้ากลุ่มแก๊งค์ขโมยรถยนต์ พรรคพวกของมันไม่มีใครยุ่งกับฉันเพราะรู้ว่าฉันเป็นเด็กของเจ้าโจนาธาน และ เพื่อไม่ให้ฉันหลบหนีได้ มันได้ทำให้ฉันตายทั้งเป็นด้วยการให้ติดยาเสพติด
.
ฉันกลายเป็นอาชญากร ทั้งจบสิ้นอนาคตที่วาดหวังไว้ ฉันไม่มีน้ำตาที่จะไหลกับเรื่องที่เกิดขึ้น ฉันไม่เคยร้องไห้เลยทั้งที่อยากร้อง น้ำตามันไหลตกไปในหัวใจของฉันจนหมดสิ้น
.
เมื่อขาดเงินมันก็บังคับให้ฉันไปเอาเงินจากที่ไหนก็ได้มาให้ ฉันต้องทำตามที่มันสั่งเพราะอยากยา ซึ่งฉันก็ต้องไปขโมยของท่านอาหญิงซึ่งท่านรู้เพียงว่าฉันไปพักบ้านเพื่อนเพราะรอสอบอีกครั้ง
.
ฉันใช้นามสกุลของแม่ที่เป็นสามัญชนมาตั้งแต่แรก เจ้าโจนาธานจึงไม่เคยรู้ถึงสถานภาพที่แท้จริงของฉัน มันคิดว่าฉันคงเป็นคนเอเซียทั่วๆไปที่พอมีฐานะไม่ร่ำรวยนัก
ปกติพวกฝรั่งก็แยกคนเอเซียไม่ออกอยู่แล้วว่าไทย จีน ลาว เขมร เวียตนาม ต่างกันอย่างไร ก็เหมือนที่เราแยกคนอังกฤษ อเมริกัน ไม่ออก
.
ฉันใช้ชีวิตชั่วๆร่วมกับเจ้าโจนาธานราว3ปี ทั้งขโมยรถ ขโมยของ ฉกชิงวิ่งราว หนักเข้าเจ้าโจนาธานก็ก้าวหน้าไปอีกขั้นด้วยการจับคนมาเรียกค่าไถ่
เมื่อไม่ได้เงินและโดนตำรวจซ้อนแผน ลูกน้องของมันโดนตำรวจจับ มันจึงต้องการฆ่าเหยื่อทิ้ง แน่ละผู้ที่ต้องลงมือสังหารเหยื่อก็คือฉัน
.
ฉันหยิบปืนของมันขึ้นมาถือไว้เป็นปืนเก็บเสียง ตอนแรกฉันจะยิงตัวตายเพื่อจบปัญหาชีวิตพลิกผันของฉัน
ถ้าเช่นนั้นเจ้าโจนาธานก็ลอยนวลสบายไป แล้วยังไปสร้างเวรกรรมกับเหยื่อคนอื่นอีก มันทำเช่นนั้นแน่ สันดอนขุดได้ สันดานแก้ไม่ได้
.
ฉันจึงห้นกระบอกปืนไปหามัน...เจ้าโจนาธาน ที่ทำลายชีวิตฉันจนป่นปี้ ถึงตอนนี้เจ้าอมมนุษย์มันได้สติและตกใจมากที่เห็นสายตาอำมหิตของฉัน มันร้องขอชีวิต
ซึ่งฉันตอบว่า ได้ ฉันจะไม่ฆ่าแก
.
แล้วเล็งปืนไปที่เป้าของมัน นักแม่นปืนอย่างฉันย่อมไม่พลาดอยู่แล้ว เป้าของมันกระจุยเลือดทะลัก มันดิ้นพราดๆแหกปากตะโกนด่าฉนด้วยถ้อยคำหยาบช้า
.
ฉันทำตามคำพูดคือไม่ฆ่าแต่ปล่อยให้มันเจ็บปวดทรมานอยู่เช่นนั้น ก่อนที่ตำรวจจะมาจับกุมตัวมันและฉันที่ยอมมอบตัวโดยดี ที่จริงฉันอยากตายมากกว่าติดคุก
.
แต่...เอาเข้าจริงฉันไม่ต้องรับโทษเพราะได้รับสิทธิพิเศษ ก็อาเขยอภิมหาเศรษฐีของฉันไง ฉันได้พบกับบุรุษลึกลับที่นั่งอยู่ในเงามืดเหมือนหนังเรื่อง นางฟ้าชาลี หนังที่ฉันชอบมาก
.
ชายคนนั้นยื่นเงื่อนไขที่ปฏิเสธไม่ออก นั่นคือฉันไม่ต้องรับโทษใดๆทั้งสิ้น ประวัติของฉันจะขาวสะอาดเหมือนไม่มีเคยมีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน
ซึ่งสิ่งที่ฉันได้รับมอบหมายให้ทำนั้นฉันยอมรับโทษประหารด้วยการนั่งเก้าอี้ไฟฟ้ายังดีเสียกว่า"
.
แสนสุริยา "แต่คุณก็ไม่อาจปฏิเสธได้"
.
"ถูกแล้วแสนสุริยา วงศ์ตระกูลของฉันและอาเขยจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน ตอนนี้เองที่พี่เดียวคือดร.สมพันธ์พัฒน์ได้ก้าวเข้ามา พี่เดียวปลอบใจฉัน ขอให้ลืมเรื่องราวที่ผ่านมาทั้งหมดคิดเสียว่าเป็นฝันร้าย เมื่อภาระกิจที่ฉันได้รับสำเร็จจะแต่งงานกับฉันทันที
.
ฉันและพี่เดียวโตมาด้วยกันก็จริงแต่เชื้อพระวงศ์ของไทย ลูกชาย-ลูกหญิงจะแยกกันอยู่คนละที่ เราจะพบกันในวันสำคัญเท่านั้น พี่เดียวปฏิบัติต่อฉันเช่นพี่ชาย-น้องสาว ฉันเองก็รักพี่เดียวเหมือนพี่ชายแท้ๆ
เราหมั้นกันเงียบๆภายในครอบครัวไม่มีการเชิญแขก ทันทีที่สวมแหวนเสร็จคนของนายชาลีก็มานำตัวฉันขึ้นรถติดม่านมืดจนมองอะไรไม่เห็นออกเดินทางข้ามวันข้ามคืนนำฉันไปสู่สถานที่ลึกลับแห่งหนึ่ง
.
ที่นี่มีคนที่มีอดีตเลวร้ายเช่นเดียวกับฉันราว 10 คน และ ฉันเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียว พวกเราถูกจับโกนหัว ห้ามพูดคุยติดต่อกันแต่พวกเราก็มีแอบๆคุยกันบ้าง เราเรียกชื่อด้วยหมายเลข ฉันได้เลข4
.
โรงนอนที่พวกเรานอนรวมทั้งชาย-หญิงเป็นเตียงเดี่ยวเรียงกันระยะห่าง2เมตร พวกเราไม่รู้หรอกว่าครูฝึกจะโผล่เข้ามาเป่านกหวีดเรียกขึ้นมาฝึกตอนเวลาไหนบ้าง พวกเรามีเวลาเพียง5นาทีเท่านั้นที่ต้องพร้อม
.
ครูฝึกแต่ละคนจะสอนคนละแบบ โดยเลือกตามความถนัดของผู้เข้าฝึก ฉันถูกเลือกให้เป็นทั้งคอมมานโดและนักฆ่า
หน้าที่ที่ได้รับมอบหมายคือการตามหาหลุมอุกาบาตลึกลับที่ตกในดินแดนแห่งนี้เมื่อ50ปีที่แล้ว ต่อให้พี่เดียวไม่หายตัวไปฉันก็ต้องมาทำหน้าที่อยู่แล้ว"
.
แสน "ผมจำได้ว่าคุณนิชาเคยบอกว่า คุณไม่ได้มากับทีมแรก เพราะคุณติดภาระกิจสำคัญ"
.
"ภาระกิจนั้นคืองานศพของท่านพ่อ ฉันก็เพิ่งรู้ถึงความรักที่ท่านพ่อมีต่อฉันเพราะท่านทรงให้ฉันใช้คำนำหน้าว่ามรว.(หม่อมราชวงศ์)รวมทั้งกลับเข้าสู่ราชสกุลและ
ยกมรดกให้ด้วย"
.
แสน "คุณเรียกดร.มอนตโกเมอรรี่ว่าอาจารย์ เพราะอะไร"
.
"เขาเป็น 1 ในครูฝึกสอนการฆ่าคนของฉัน"
.
แสน "ถ้าไม่ใช่คำพูดของคุณนิชาผมไม่เชื่อเด็ดขาด"
.
"รู้ไว้เถอะแสน ในครูฝึกของฉันทั้งหมด ดร.มอนตโกเมอรรี่น่ากลัวและโหดเหี้ยมที่สุด"
.
แล้วคุณหญิงก็หันไปมองสายฝนที่ตกโดยไม่มีท่าทีว่าจะหยุด แสนสุริยากุมมือทั้ง2ของเธอไว้ "ผมขอยกย่องคุณนิชาที่เข้มแข็งมาก กล้าเผชิญกับความจริงที่โหด
ร้าย เปลี่ยนเป็นผมคงตัดสินใจยิงตัวตายไปแล้วก็ได้"
.
คุณหญิงหัวเราะ "นายคิดเหมือนที่พูดหรือ"
.
แสนสุริยากุมมือของเธอแน่นขึ้น และ ยื่นหน้าไปจูบหน้าผากของเธออย่างนุ่มนวล
นิ่งนาน ทั้งสองสบสายตากันซึ่งดวงตาของคุณหญิงเอ่อไปด้วยหยาดน้ำตา แสนสุริยาจึงรวบร่างของเธอมากอดแนบแน่นและคุณหญิงปล่อยโฮอย่างสุดกลั้น
.
"ร้องไปเถิดครับคุณนิชา ร้องไห้กับอกของเพื่อนคนนี้ให้สมกับที่ต้องกล้ำกลืนมาแสนนาน แล้วหลังจากนี้ก็ลืมไปเสีย มันไม่ใช่ฝันร้ายแต่มันไม่เคยเกิดขึ้นเลย"
.
จบตอน 12 ภาพปกจากThe Earth ปลามังกรอโรวาน่าทองมาเลย์(Malaysian Golden Arowana) เป็น1ในสายพันธุ์ปลามังกรเอเชียที่มีความสวยงามและเงา
งามอร่ามราวกับทองคำ หรูหรา หายาก และ มีราคาสูงที่สุด
.
ในวงการนักเลี้ยงปลามักเรียกกันว่า Crossback(โชว์แผ่นหลัง) เพราะเมื่อมองจากด้านบนจะดูเหมือนสีทองข้ามแผ่นหลังไปจนสุดลำตัว จุดเด่นที่สุดคือความแวววาวของเกล็ดที่ดูเหมือนทองคำแท่ง
.
ปลามังกรทองมาเลย์เป็นปลาที่ยิ่งโตยิ่งสวย เมื่อโตเต็มที่อาจยาวได้ถึง 24 นิ้ว(ประมาณ 60 ซม.)จึงต้องการตู้ที่มีขนาดใหญ่ และ ระบบกรองน้ำที่มีประสิทธิ
ภาพ
.
โดยธรรมชาติเป็นปลานักล่าผิวน้ำ อาหารที่แนะนำได้แก่ กุ้งฝอย จิ้งหรีด หนอนนก เพื่อกระตุ้นสัญชาตญาณการล่าและช่วยให้ปลาactive(คล่องแคล่ว)
มันเป็นปลาที่กระโดดเก่งมากและมีความหวงถิ่นสูง จึงไม่แนะนำให้เลี้ยงรวมกับปลาอื่นในตู้ที่มีขนาดจำกัด
โฆษณา