23 พ.ค. เวลา 07:46 • การเกษตร

สร้างอุตสาหกรรมชุมชนเริ่มยังไง

อีกปัญหาในชุมชนคือโมเดลธุรกิจขายไม่ได้
ในท้องถิ่นพื้นที่แต่ละหมู่บ้านอยู่ห่างกัน ประชาชนมีกำลังบริโภคน้อย กิจการของคนในชุมชนที่เป็นผู้ผลิตสินค้าเอง พอมองเห็นคือ วิสาหกิจชุมชน
วิสาหกิจชุมชน ผลิตสินค้าที่ทำง่าย นำวัตถุดิบที่หาได้ในชุมชนและลงทุนน้อย ติดกับดักปัญหาในขั้นตอนผลิตคือ
  • ขาดเทคโนโลยีที่เหมาะสม
  • ยังควบคุมคุณภาพสินค้าไม่คงที่
  • รับรองมาตรฐานสินค้า
หลายแห่ง จึงผลิตสินค้าออกมาเหมือนกัน ขายออกยาก สุดท้ายก็แข่งกันลดราคา และล้มเลิกไปในที่สุด
นี้คือสภาพเครื่องยนต์เศรษฐกิจชุมชน ที่ชาวบ้านเป็นคนขับ
แต่ผมว่าสาเหตุเกิดจาก เราแนะนำโมเดลธุรกิจก้าวกระโดดข้ามลูกค้าในชุมชน ไปเรียนแบบกิจการเมืองใหญ่ ที่มีกำลังซื้อเยอะและผู้บริโภคหลายกลุ่ม
จึงวนลูปอยู่แค่จัดกิจกรรมเรียนรู้ พัฒนาต้นแบบ จัดพิธีกรรมตลาด แล้วกลับไปที่เดิม เพราะธุรกิจหาเงินได้น้อย
เปลี่ยนกิจกรรมสู่กิจการ
แล้วต้องทำยังไงละ
#เปลี่ยนจากอบรมกิจกรรมสู่ทำกิจการ
#พัฒนาเศรษฐในกิจครัวเรือนสู่อุตสาหกรรมชุมชน
ต้องเปลี่ยน ผมมีกรณีตัวอย่างที่ชุมชนเปลี่ยน ใช้เวลาพัฒนาเพียง 3 ปี คือบ้านบะหว้า
จรูญ นาขะมิ้น ทนอีกต่อไม่ไหวจะเห็นความล้มเหลวและความลำบากดิ้นรนของชาวบ้าน จึงลงสมัครและชนะการเลือกตั้งได้ดำรงตำแหน่ง ผู้ใหญ่บ้านบะหว้า หมู่ที่ 7 เมื่อปี 2566
#สิ่งแรกเริ่มที่ตน แก้ไขปัญหาอาชีพหลัก ตั้งวิสาหกิจชุมชน รวบรวมสมาชิกระดุมหุ้น ธุรกิจแรกคือบริการและสวัสดิการชุมชน
แก้ไขปัญหาเดิมๆ อาชีพทำนาคือ ค่าเมล็ดพันธุ์ข้าวและปุ๋ยเคมีที่มีราคาสูงขึ้น จนหลายครัวเรือนต้องกู้หนี้ยืมสินมาลงทุน
กลุ่มนำเงินไปซื้อปัจจัยการผลิตในราคาที่ถูกลง นำมาบริการให้สมาชิกซื้อเมล็ดพันธุ์/ปุ๋ยในราคาถูก หรือแม้แต่การ "ยืมเมล็ดพันธุ์ไปปลูกก่อน จ่ายเงินหลังเก็บเกี่ยว" ซึ่งช่วยลดภาระกระแสเงินสดในครัวเรือน ส่วนต่างราคาที่เกิดขึ้นนำมาปันผลหุ้น
#สิ่งที่สองภาคีหนุน สร้างกระแสเงินด้วยอาชีพเสริม อาชีพรอง
1. ได้รับการพัฒนาจาก นักวิจัย มรภ.สกลนคร พัฒนาเป็นผู้ประกอบการ “ผลิตก้อนเชื้อเห็ดและเปิดดอก” สนับสนุนปัจจัยการผลิตเห็ด 10,000 ก้อน
ครั้งแรกขายได้เงิน 70,000 บาทต่อรอบผลิต(4-6เดือน) เก็บเป็นกองทุนหมุนเวียน 20,000 บาท ที่เหลือแบ่งสมาชิก
2. ได้รับการพัฒนาจาก ธกส. ตั้งเป็นศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบบะหว้า จ้างสมาชิกเป็นวิทยากรและบริการสถานที่/อาหาร เกิดวิทยากรฐานเรียนรู้ สมาชิกมีรายได้รายวัน กลุ่มเงินซื้อวัสดุลงทุนและพัฒนากลุ่ม
3. ได้รับการหนุนเสริมจากหน่วยงานอื่นๆ อาทิ นายอำเภอ เกษตรอำเภอ พัฒนาชุมชน เทศบาล
ความสำเร็จนี้ เริ่มจากการ
  • 1.
    ตั้งเป้าหมายครั้งแรกต้องเป็นความต้องการชุมชนแก้ปัญหาอาชีพของครัวเรือน
  • 2.
    กำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาสู่การเปลี่ยนแปลงต้องต่อเนื่อง 3 ปี
  • 3.
    การบริหารความสัมพันธ์หน่วยงานภาคีร่วมพัฒนา
  • 4.
    กลุ่มชุมชนมีผู้นำเข้มแข็ง เสียสละ มีอุดมการณ์และเป้าหมาย
ปีนี้ 2569 เดือนพฤษภาคม เป้าหมายต่อไป ด้านพัฒนากลุ่มยกระดับสู่ความมั่งคั่งด้วยสถาบันการเงินชุมชน ด้านพัฒนาระบบผลิตปลูกแบบ Low Carbon (การลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และก๊าซเรือนกระจก) เพื่อบรรเทาภาวะโลกร้อน
เรื่อง: แตงโม สกลนคร
ที่มา: เกษตรมูลค่าสูง สายฝน ปุนหาวงค์ และคณะ
โฆษณา