Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Innowayถีบ
•
ติดตาม
24 พ.ค. เวลา 05:12 • วิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยี
แบตเตอรี่จากแรงบันดาลใจของ DNA — จะทดแทนลิเธียมได้จริงไหม?
สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาว innowayถีบ!
วันนี้แอดพาไปโฉบดูห้องวิจัยที่อเมริกากันครับ เพราะมีงานวิจัยใหม่ที่กำลังพยายามหาทางเก็บพลังงานแสงอาทิตย์ในรูปแบบที่ไม่เคยมีใครคิดมาก่อน
จุดเริ่มต้นจากผิวไหม้แดดที่ California
Prof. Grace Han แห่ง UC Berkeley สังเกตว่าผิวหนังที่ไหม้แดดสามารถฟื้นตัวกลับมาได้เอง (ถ้าอาจารย์มาเที่ยวเมืองไทยก่อน คงค้นพบได้เร็วกว่านี้แน่ๆ 😄)
สิ่งที่น่าสนใจคือกระบวนการฟื้นตัวของผิวนั้นเกี่ยวข้องกับ DNA ในเซลล์ผิวหนัง ที่มีความสามารถพิเศษในการ เปลี่ยนโครงสร้างการจัดเรียงตัวเมื่อได้รับพลังงาน แล้วบิดกลับคืนสู่สภาพเดิมได้ — และนั่นคือแรงบันดาลใจสำคัญที่ทำให้เธอตั้งคำถามว่า ถ้าเราเลียนแบบกลไกนี้ได้ เราจะสามารถใช้มันเก็บพลังงานได้ไหม?
1
MOST คืออะไร และทำงานยังไง?
แนวคิดนี้มีชื่อในวงวิชาการว่า Molecular Solar Thermal (MOST) Energy Storage หรือการเก็บพลังงานแสงอาทิตย์ในระดับโมเลกุลครับ
ทีมของ Prof. Han ใช้โครงสร้างเคมีที่ชื่อว่า 2-pyrimidone ซึ่งมีโครงสร้างเป็นวง 6 เหลี่ยม กระบวนการทำงานง่ายๆ มีดังนี้
ชาร์จ — ใช้แสงอัลตราไวโอเลต (UV) ที่ความยาวคลื่น 300 nm กระตุ้นให้โมเลกุลบิดตัวและกักเก็บพลังงานไว้
คายพลังงาน — ใช้กรดไฮโดรคลอริกเป็นตัวกระตุ้นให้โมเลกุลคลายพลังงานออกมาในรูปความร้อน แล้วบิดกลับสู่สภาพเดิมพร้อมชาร์จรอบใหม่
Credit: Illustration by ZME Science.
ระหว่างการทดสอบ ทีมวิจัยลองหยดน้ำลงไปขณะที่ระบบกำลังคายพลังงาน — ปรากฏว่าน้ำเดือดได้ภายในเวลาสั้นๆ เลยครับ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าระบบนี้ถ่ายเทความร้อนได้ดีมากด้วย
ตัวเลขที่น่าตื่นเต้น
ผลงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Science เมื่อต้นปี 2026 เเสดงประสิทธิภาพใรการเก็บพลังงานได้ถึง 1.65 MJ/kg เทียบกับแบตเตอรี่ลิเธียมไออนที่คุ้นเคยซึ่งอยู่ที่ 0.57-1.08 MJ/kh
พูดง่ายๆ คือถ้าใช้ระบบนี้แทน แบตเตอรี่จะ เบากว่าเกือบ 40% ที่ความจุเท่ากัน สำหรับรถ EV ที่แบตเตอรี่มักหนักหลายร้อยกิโลกรัม การลดน้ำหนักได้ขนาดนี้ส่งผลต่อระยะทางวิ่งและประสิทธิภาพโดยรวมของรถได้อย่างมีนัยสำคัญเลยครับ
แต่ยังมีโจทย์ที่ต้องแก้อีกเยอะ
ตามสไตล์ innowayถีบ เราดูทั้งสองด้านเสมอครับ 😄 ข้อจำกัดที่ทีมวิจัยยังต้องพัฒนาต่อมีดังนี้
แสง UV 300 nm หายากในชีวิตจริง — แสงแดดทั่วไปมีความยาวคลื่นนี้น้อยมาก อาจทำให้ประสิทธิภาพในการชาร์จลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
กรดไฮโดรคลอริกบริหารจัดการยาก — การใช้กรดเป็นตัวกระตุ้นทุกครั้งที่ต้องการคายพลังงาน เป็นปฏิกิริยาเคมีที่ต้องดูแลเรื่องความปลอดภัยอย่างรอบคอบครับ
ระบบของเหลวมีต้นทุนสูง — การเคลื่อนย้ายสารเคมีของเหลวไปมาในระบบทำให้โครงสร้างซับซ้อนและราคาสูงขึ้นตามมาด้วย
Key Takeaway: วิทยาศาสตร์เริ่มจากการสังเกตสิ่งเล็กๆ รอบตัว
สิ่งที่แอดชอบมากที่สุดในงานวิจัยชิ้นนี้ไม่ใช่ตัวเลข 1.65 MJ/kg ครับ แต่คือ จุดเริ่มต้น — แค่การสังเกตว่าผิวหนังที่ไหม้แดดฟื้นตัวได้ยังไง กลายมาเป็นงานวิจัยที่อาจเปลี่ยนอนาคตของการเก็บพลังงานได้เลย
แบตเตอรี่ MOST ยังต้องใช้เวลาอีกนานกว่าจะพร้อมลงตลาดจริงครับ แต่ความก้าวหน้าทุกก้าวทำให้เรามีทางเลือกในการจัดการพลังงานมากขึ้น และห่างจากการพึ่งพาฟอสซิลมากขึ้นเรื่อยๆ
วันนี้ลองออกไปข้างนอกและสังเกตรอบตัวดูนะครับ — บางทีคำตอบของปัญหาใหญ่ๆ ซ่อนอยู่ในเรื่องเล็กๆ ที่เราเห็นอยู่ทุกวันโดยไม่รู้ตัวครับ 🔬
1
1 บันทึก
3
2
1
3
2
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย