Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ฐานเศรษฐกิจ_Thansettakij
ยืนยันแล้ว
•
ติดตาม
เมื่อวาน เวลา 06:00 • หุ้น & เศรษฐกิจ
ซอฟต์โลนเปลี่ยนผ่านพลังงาน ปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำ ดีกว่าแจก
การออกพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน วงเงินรวม 400,000 ล้านบาท เพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤตพลังงานและเศรษฐกิจครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนให้เห็นว่า รัฐบาลเริ่มเรียนรู้บทเรียนจากความผิดพลาดในอดีต และกล้าที่จะเปลี่ยนแนวคิดในการใช้เงินสาธารณะอย่างจริงจัง
จุดที่น่าจับตามองที่สุดของ พ.ร.ก.ฉบับนี้คือ การจัดสรรเงิน 200,000 ล้านบาทสำหรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน ซึ่งมีความชัดเจนมากขึ้นเรื่อย ๆ ว่าจะดำเนินการในรูปแบบ “สินเชื่อดอกเบี้ยตํ่า” หรือ Soft Loan สำหรับประชาชนและผู้ประกอบการที่ต้องการซื้อรถยนต์ไฟฟ้า จักรยานยนต์ไฟฟ้า และ ติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้าน
แนวทางนี้แตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากวิธีที่รัฐบาลในอดีต มักนำเงินกู้ไปจัดสรรผ่านหน่วยงานราชการหรือรัฐวิสาหกิจ เพื่อลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ที่มักใช้เวลานาน กระจายประโยชน์ไม่ทั่วถึง และที่สำคัญยิ่งกว่า คือ เปิดช่องให้เกิดการรั่วไหลในทุกขั้นตอน
ไม่ว่าจะเป็นการเรียกรับหัวคิว การฮั้วประมูล หรือ การตั้งงบประมาณเกินจริง สุดท้ายเงินกู้ที่ตั้งใจจะช่วยประชาชนกลับกลายเป็น “เบี้ยหัวแตก” ที่กระจัดกระจายไปตามสายของผู้มีอิทธิพลในระบบราชการ แทนที่จะถึงมือผู้ที่ต้องการความช่วยเหลืออย่างแท้จริง
วิธีการปล่อยกู้ดอกเบี้ยตํ่าผ่านระบบธนาคารนั้น มีข้อดีที่เหนือกว่าหลายมิติ มิติแรก คือ การลดความเสี่ยงของการทุจริตคอร์รัปชัน เพราะเมื่อรัฐไม่ได้เป็นผู้จัดสรรเงินโดยตรง แต่ใช้ธนาคารเป็นตัวกลาง โอกาสที่จะมีเจ้าหน้าที่รัฐเรียกเก็บผลประโยชน์ในทุกชั้นของสายงานก็ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานถึงกับยํ้าชัดว่า “เงินต้องถึงมือประชาชนโดยตรง ไม่ผ่านบุคคลอื่น” ซึ่งสะท้อนความตั้งใจที่จะตัดวงจรนายหน้าและผู้แสวงหาประโยชน์ออกจากระบบ
มิติที่สองคือ ธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินของรัฐ จะทำหน้าที่เป็น “ตัวกรอง” ที่มีประสิทธิภาพในตัวเอง การพิจารณาสินเชื่อต้องผ่านกระบวนการประเมินความสามารถในการชำระหนี้ของผู้กู้ ทำให้เงินที่ออกไปมีโอกาสถูกใช้อย่างมีวัตถุประสงค์ ตรงกว่าการแจกจ่ายผ่านโครงการรัฐที่ไม่มีกลไกตรวจสอบเชิงเศรษฐกิจรองรับ
มิติที่สาม ซึ่งสำคัญมากในแง่ของการกระตุ้นเศรษฐกิจ คือ เม็ดเงินที่จะหมุนเวียนออกสู่ระบบเศรษฐกิจจริง ๆ จะมากกว่า 200,000 ล้านบาทอย่างแน่นอน เพราะกลไก Soft Loan ทำงานในลักษณะที่รัฐเข้าไปอุดหนุนส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยให้ธนาคาร แล้วให้ธนาคารนำเงินในระบบของตนเองออกมาปล่อยกู้แก่ประชาชน ซึ่งเท่ากับว่าเงิน 200,000 ล้านบาทจากภาครัฐสามารถ “ดึง” เงินเอกชนให้ไหลเข้ามาร่วมในระบบได้มากกว่าหลายเท่า กลไกนี้มีประสิทธิภาพสูงกว่าการใช้เงินรัฐลงทุนโดยตรงอย่างเทียบไม่ได้
แน่นอนว่า นโยบายนี้ยังมีประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นเงื่อนไขสินเชื่อ อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง กลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน และกระบวนการเข้าถึงที่ไม่ซับซ้อนจนเกินไปสำหรับผู้มีรายได้น้อย รวมถึงการออกแบบมาตรการเสริม เช่น สิทธิลดหย่อนภาษีสูงสุด 200,000 บาท สำหรับการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป ที่ต้องเข้าถึงได้จริง ไม่ใช่แค่ประโยชน์ของกลุ่มผู้มีฐานะ
ทว่าหากรัฐบาลสามารถรักษาทิศทางนี้ไว้ได้ ออกแบบรายละเอียดให้รัดกุม และสื่อสารกับประชาชนให้เข้าใจง่าย นี่คือหนึ่งในนโยบายการคลังที่มีโอกาสสูงสุด ที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างพลังงานของประเทศได้อย่างยั่งยืน ควบคู่ไปกับการบรรเทาวิกฤตค่าครองชีพในระยะสั้น
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย