25 พ.ค. เวลา 21:53 • ท่องเที่ยว

Balkan 2026 (06).. Hungarian Parliament Building

Hungarian Parliament Building คือหัวใจทางการเมืองและหนึ่งในสัญลักษณ์ที่งดงามที่สุดของกรุง Budapest ..
อาคารหลังมหึมาริมแม่น้ำดานูบแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงรัฐสภา แต่ยังเป็น “ความภาคภูมิใจ” ของชาวฮังการี และเป็นสัญลักษณ์ของยุคที่ประเทศกำลังรุ่งเรืองที่สุดในปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19
อาคารที่เกิดขึ้นจากความฝันของชาติ
หลังการรวมเมือง “บูดา” และ “เปสต์” ในปี ค.ศ. 1873 .. ฮังการีต้องการสร้างอาคารรัฐสภาที่ยิ่งใหญ่พอจะสะท้อนความมั่งคั่งและศักดิ์ศรีของชาติ ถือเป็นโครงการที่ใหญ่และใช้งบประมาณมากที่สุดในยุคนั้น
จึงมีการจัดประกวดแบบสถาปัตยกรรมระดับชาติ และแบบที่ชนะคือผลงานของสถาปนิก Imre Steindl เขาออกแบบอาคารในสไตล์ Neo-Gothic ได้รับแรงบันดาลใจบางส่วนจาก Palace of Westminster ของอังกฤษ แต่ก็ผสมรายละเอียดแบบฮังการีและยุโรปกลางเข้าไปอย่างสง่างาม
เช่นเดียวกับอาคารรัฐสภาอังกฤษซึ่งเป็นต้นแบบ อาคารรัฐสภาของฮังการีเป็นสิ่งก่อสร้างที่เป็นสัญลักษณ์ และเช่นเดียวกับอาคารรัฐสภาในลอนดอน อาคารแห่งนี้ตั้งอยู่ในทำเลที่โดดเด่นริมแม่น้ำสายหลักของเมือง โดยตั้งริมฝั่งแม่น้ำดานูบฝั่งเปสต์
การก่อสร้างเริ่มในปี ค.ศ. 1885 และใช้เวลานานเกือบ 20 ปี รวมถึงมีคนงานหลายพันคนเข้าร่วมสร้างอาคารแห่งนี้ .. น่าเศร้านิดหนึ่งตรงที่ Steindl ค่อย ๆ สูญเสียการมองเห็นระหว่างการก่อสร้าง และเสียชีวิตก่อนงานจะเสร็จสมบูรณ์ ราวกับศิลปินผู้ทุ่มทั้งชีวิตให้ผลงานชิ้นสุดท้ายของตน
ตัวอาคารทอดยาวอยู่ริมแม่น้ำดานูบเป็นระยะทาง 271 เมตร เป็นอาคารรัฐสภามีขนาดใหญ่อันดับสองของโลก จุดเด่นที่สุดของอาคารคือ “โดมกลาง” สูงประมาณ 96 เมตร .. ตัวเลข 96 นี้ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่สื่อถึงปี ค.ศ. 896 ซึ่งเป็นปีที่ชนเผ่า Magyar เข้ามาตั้งถิ่นฐานในแผ่นดินฮังการี และถือเป็นจุดกำเนิดของชาติฮังการี
ภายในโดมกลางยังเป็นที่เก็บรักษา Holy Crown of Hungary มงกุฎศักดิ์สิทธิ์ของกษัตริย์ฮังการี ซึ่งมีความหมายทางจิตวิญญาณและประวัติศาสตร์อย่างยิ่ง
สำหรับชาวฮังการี .. มงกุฎนี้ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องราชกกุธภัณฑ์ แต่เป็นสัญลักษณ์ของ “ตัวตนของชาติ”
ภายในอาคารเต็มไปด้วยความหรูหรา ใช้ทองคำตกแต่งราว 40 กิโลกรัม .. ทั้งบันไดหินอ่อน เสาทองคำ โคมไฟยักษ์ และลวดลายแกะสลักละเอียดอ่อน มีห้องต่าง ๆ เกือบ 700 ห้อง ทางเดินยาวหลายกิโลเมตร และใช้ทองคำจริงจำนวนมหาศาลในการตกแต่งภายใน
บรรยากาศภายในจึงให้ความรู้สึกกึ่ง “พระราชวัง” กึ่ง “มหาวิหาร” เพราะในยุคนั้น การสร้างรัฐสภาไม่ได้เป็นเพียงงานราชการ .. แต่คือการประกาศว่า “ฮังการีคือชาติอารยธรรมที่ยิ่งใหญ่ของยุโรป”
อาคารรัฐสภาถูกสร้างไว้ริมแม่น้ำดานูบอย่างจงใจ .. เมื่อมองจากฝั่งบูดา ตัวอาคารจะสะท้อนบนผิวน้ำราวภาพวาด โดยเฉพาะยามค่ำคืน เมื่อแสงไฟสีทองส่องกระทบยอดโดมและหอคอยนับร้อย ที่นี่จะกลายเป็นหนึ่งในวิวกลางคืนที่สวยที่สุดในยุโรป
นักเดินทางจำนวนมากบอกว่า .. “การล่องเรือในแม่น้ำดานูบตอนกลางคืน แล้วเห็น Parliament สว่างอยู่ตรงหน้า” เป็นช่วงเวลาที่ยากจะลืม
อาคารแห่งนี้ผ่านเหตุการณ์สำคัญมากมาย ทั้งสงครามโลก การล่มสลายของจักรวรรดิออสโตร-ฮังการี รวมถึงยุคคอมมิวนิสต์ภายใต้อิทธิพลของสหภาพโซเวียต ในช่วงการปฏิวัติฮังการีปี 1956
บริเวณหน้าอาคารรัฐสภาเคยเป็นพื้นที่ปะทะและนองเลือด แต่หลังยุคสงครามเย็น อาคารแห่งนี้ก็กลับมาเป็นสัญลักษณ์ของประชาธิปไตยและเสรีภาพของฮังการีอีกครั้ง
อาคารที่ไม่เคยหยุด “เล่าเรื่อง”.. ทุกวันนี้ Hungarian Parliament Building ยังคงเป็นที่ตั้งของสำนักงานนายกรัฐมนตรี สถานที่ทำงานของสมาชิกสภาและเจ้าหน้าที่ที่ใช้งานจริง
ในสายตาของนักเดินทางอย่างเรา มันเป็นสัญลักษณ์ของทั้งบูดาเปสต์และฮังการี ... ทุกยอดแหลม ทุกหน้าต่าง และทุกแสงสะท้อนบนแม่น้ำดานูบ ล้วนเหมือนกำลังเล่าเรื่องของชาติหนึ่งที่เคยรุ่งเรือง เคยแตกสลาย เคยผ่านสงครามและยังคงรักษาความงดงามและศักดิ์ศรีของตนไว้ได้จนถึงวันนี้
ภาพที่น่าประทับใจไม่ว่าเราจะมองจากมุมไหน .. ไม่ว่าจะเป็นจากฝั่งตรงข้ามแม่น้ำดานูบบนเนินเขาในบูดา บนเรือสำราญในแม่น้ำ หรือจากระยะใกล้ขณะที่ฉันเดินชมขนาดมหึมาของมัน
รูปปั้นบุรุษบนหลังม้าที่ตั้งอยู่หน้า Hungarian Parliament Building คือรูปปั้นของ Count Gyula Andrássyหนึ่งในบุคคลสำคัญที่สุดของประวัติศาสตร์ฮังการีสมัยใหม่ .. เขาเป็นทั้งนักการเมือง นักปฏิวัติ ขุนนาง และนักการทูต ผู้มีบทบาทสำคัญในการทำให้ฮังการีกลับมามีศักดิ์ศรีและอำนาจอีกครั้ง หลังยุคการกดทับของจักรวรรดิฮับส์บวร์ก
Gyula Andrássy เกิดในตระกูลขุนนางฮังการีในปี 1823 และในวัยหนุ่ม เขาเข้าร่วมการปฏิวัติฮังการีปี 1848ซึ่งเป็นการลุกขึ้นเรียกร้องเสรีภาพและเอกราชจากออสเตรีย
ช่วงนั้นฮังการีเต็มไปด้วยอุดมการณ์แบบชาตินิยมและเสรีนิยม ผู้คนจำนวนมากฝันถึงประเทศที่ปกครองตนเองได้ แต่การปฏิวัติพ่ายแพ้ .. Andrássy ถูกตัดสินประหารชีวิต ขณะลี้ภัยอยู่ต่างแดน จนมีคนเรียกเขาในยุคนั้นว่า “The Handsome Hanged Man” .. “ชายหนุ่มรูปงามผู้ถูกตัดสินแขวนคอ” เพราะทางการถึงกับแขวนหุ่นจำลองแทนตัวเขา
ต่อมา หลังสถานการณ์การเมืองเปลี่ยนไป เขาได้รับนิรโทษกรรมและกลับฮังการี และนี่คือสิ่งที่น่าสนใจมากในชีวิตของเขา จาก “นักปฏิวัติ” เขากลับกลายเป็น “รัฐบุรุษ” ผู้ใช้การเจรจาแทนสงคราม
Andrássy มีบทบาทสำคัญในการสร้าง Austro-Hungarian Compromise ปี 1867 ซึ่งข้อตกลงที่เปลี่ยนจักรวรรดิออสเตรียให้กลายเป็นจักรวรรดิออสเตรีย–ฮังการี (Austria-Hungary) .. ฮังการีจึงได้สิทธิบริหารตนเองมากขึ้น มีรัฐสภา รัฐบาล และอัตลักษณ์ชาติที่ชัดเจนอีกครั้ง
เขาก็กลายเป็น “นายกรัฐมนตรีคนแรกของฮังการีสมัยใหม่” .. ต่อมาเขายังได้เป็นรัฐมนตรีต่างประเทศของจักรวรรดิออสเตรีย–ฮังการี มีบทบาทในเวทีการเมืองยุโรประดับมหาอำนาจ
รูปปั้นนี้สร้างขึ้นเพื่อยกย่องเขาในฐานะ “รัฐบุรุษผู้สร้างชาติ” และ “ผู้นำที่ควบคุมสถานการณ์ได้อย่างสุขุม”
ฐานหินอ่อนสีขาวด้านล่างตกแต่งอย่างวิจิตร สะท้อนรสนิยมศิลปะแบบจักรวรรดิปลายศตวรรษที่ 19 และการที่รูปปั้นตั้งอยู่หน้า Parliament Building ก็มีความหมายมาก เพราะรัฐสภาฮังการีแห่งนี้ คือสัญลักษณ์ของ “การฟื้นคืนอำนาจทางการเมืองของฮังการี” ขณะที่ Andrássy คือหนึ่งในคนที่ทำให้สิ่งนั้นเกิดขึ้นจริง น่าสนใจมากว่า
หากมองจากจัตุรัสแห่งนี้ เราจะเห็น “ประวัติศาสตร์ฮังการีทั้งศตวรรษ” อยู่ในพื้นที่เดียวกัน .. มีทั้งรัฐสภาอันโอ่อ่า อนุสรณ์โซเวียต อนุสรณ์ผู้พลีชีพ และรูปปั้นรัฐบุรุษอย่าง Andrássy
ทุกอย่างล้วนเล่าเรื่องเดียวกันคือ ฮังการีคือประเทศที่ต้องต่อรอง ต่อสู้ สูญเสีย และพยายามรักษา “ตัวตนของชาติ” เอาไว้ท่ามกลางมหาอำนาจยุโรปมาตลอดหลายร้อยปี
ในยามเย็น เมื่อแสงอาทิตย์ตกกระทบหินสีขาวของรัฐสภา .. รูปปั้นชายบนหลังม้าผู้นี้จะดูเหมือนยังคงเฝ้ามองประเทศของเขาอยู่เงียบ ๆ เหมือนรัฐบุรุษจากอีกยุคหนึ่ง ที่ยังไม่เคยจากเมืองนี้ไปจริง ๆ
ฉันเดินมองและเก็บภาพที่น่าประทับใจของอาคารสี่ชั้นที่มีสถาปัตยกรรมอันเกิดจากการผสมผสานของสไตล์บาโรก โกธิค และเรเนสซองส์ อันเป็นลักษณะเด่นของภายนอก
.. ซึ่งประกอบด้วยหลังคาทรงแมนซาร์ด หอคอย ยอดแหลมมากกว่าสิบแห่ง และโดมสีแดงตรงกลางที่สูงเกือบ 315 ฟุต ซึ่งแสดงถึงความเป็นเอกภาพของสภาล่างที่เป็นตัวแทนและสภาบนทางประวัติศาสตร์ที่ทอดยาวจากโดมไปยังปีกอาคารของตนเอง .. ประดับประดาด้วยรูปปั้นสัตว์ประหลาด ยอดแหลม และรูปปั้นที่แสดงถึงบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ฮังการี
รู้สึกเสียดายที่เราไม่มีเวลาพอที่จะเข้าไปชมด้านใน ที่ว่ากันว่าผุ้มาเยือนทุกคนจะจะรู้สึกตื่นตาตื่นใจกับซุ้มประตูมากมาย บันไดชุบทอง ลวดลายฉลุ เสาไฟประดับประดา ห้องโถงโดมที่โปร่งโล่ง และพรมสีแดงที่ปูยาวกว่าสองไมล์ทั่วทั้งอาคาร
โฆษณา