26 พ.ค. เวลา 10:48 • หุ้น & เศรษฐกิจ

OSP เดินเกมบุกตลาดโลก ปักหมุดอเมริกาเหนือ-ยุโรป

ตั้งเป้ารายได้ตปท. แตะ 35% ใน 3 ปี ลุ้นครึ่งปีหลังรับอานิสงส์ “ไทยช่วยไทยพลัส”
OSP ประกาศยุทธศาสตร์ "Grow beyond Thailand" ปักหมุดตลาดอเมริกา-ยุโรป เป็นเครื่องยนต์โตตัวใหม่ ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนรายได้ต่างประเทศเป็น 35% ภายใน 3 ปี มั่นใจไตรมาส 2/69 โตต่อเนื่อง หลังบริหารจัดการสายการผลิตมีประสิทธิภาพ รักษา Gross Profit Margin สูง 42.5% แย้มครึ่งปีหลังรับแรงหนุนมาตรการรัฐ "ไทยช่วยไทยพลัส"
นางสาวมุกดา ไพรัชเวทย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) หรือ OSP เปิดเผยในงาน THAIFEX – ANUGA ASIA 2026 ว่า บริษัทได้วางยุทธศาสตร์ "Grow beyond Thailand" เพื่อผลักดันให้ธุรกิจต่างประเทศเป็น New Growth Engine ตัวใหม่ มุ่งเป้าสร้างการเติบโตระดับ Double Digit อย่างยั่งยืน โดยตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศเป็น 35% ภายในระยะเวลา 3 ปีข้างหน้า จากปัจจุบันอยู่ที่ 25%
"เราไม่ได้เป็นแค่ที่หนึ่งในไทย แต่เราพร้อมก้าวสู่การเป็น Key Player ในระดับ Global ปัจจุบันเราปักหมุดในกลุ่ม CLMV อย่างแข็งแกร่ง และกำลังขยายไปสู่ประเทศที่มีประชากรสูงและตลาดกว้างอย่างอเมริกาเหนือและยุโรป โดยใช้โมเดลธุรกิจที่หลากหลาย ทั้งการส่งออกแบรนด์ตัวเองและการเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์แบบ One Stop Service ทั้ง OEM และ ODM" นางสาวมุกดากล่าว
ชูนวัตกรรม Soft Power "Thailicious" บุกตลาดโลก
สำหรับการรุกตลาดต่างประเทศบริษัทได้เปิดตัวนวัตกรรมเครื่องดื่มใหม่ที่ตอบโจทย์เทรนด์สุขภาพและไลฟ์สไตล์โลก ได้แก่
1.Thailicious: แบรนด์ใหม่ที่นำ Soft Power อาหารและขนมไทยมาพัฒนาเป็นเครื่องดื่ม เช่น รสข้าวเหนียวมะม่วง และชาไทย เจาะกลุ่มผู้บริโภคทั่วโลก
2.SHARK Icy Blue Punch: เปิดตัวครั้งแรกเพื่อรุกตลาดไซปรัสและยุโรป เน้นความสดชื่นตอบโจทย์ช่วงฤดูร้อน
3.M-150 2in1: เครื่องดื่มไฮบริดผสมเกลือแร่ที่ประสบความสำเร็จในเวียดนาม
4.M-150 สูตรพรีเมียม (ฝาทอง): นวัตกรรมใหม่ที่เพิ่มประสิทธิภาพการให้พลังงานเพื่อรุกตลาดพรีเมียมทั้งในและต่างประเทศ
ครึ่งปีหลังรับผลบวก “ไทยช่วยไทยพลัส”
สำหรับแนวโน้มไตรมาส 2/69 บริษัทคาดว่ายังเติบจากไตรมาส 1/69 ที่มีกำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติ 1,157 ล้านบาท โดยปัจจัยหลักมาจากประสิทธิภาพในการบริหารจัดการสายการผลิตที่ดียิ่งขึ้น ทำให้สามารถผลิตสินค้าได้เต็มศักยภาพรองรับความต้องการตลาดที่เพิ่มสูงขึ้น
ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ยังคงรักษาความแข็งแกร่งได้ในระดับ 42.5% ส่วนทิศทางในช่วงครึ่งปีหลัง คาดว่าจะได้รับปัจจัยบวกจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐอย่างโครงการไทยช่วยไทยพลัส ซึ่งจะเข้ามาช่วยกระตุ้นกำลังซื้อและการจับจ่ายใช้สอยภายในประเทศให้คึกคัก ส่งผลดีโดยตรงต่อยอดขายกลุ่มเครื่องดื่มบำรุงกำลังและ Functional Drink
บริหารต้นทุนแกร่ง-ไร้ผลกระทบค่าระวางเรือ
นางสาวมุกดา กล่าวเพิ่มเติมถึงการบริหารความเสี่ยงด้านต้นทุนว่า แม้สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะส่งผลต่อค่าระวางเรือ แต่บริษัทไม่ได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากสัญญาซื้อขายในตลาดต่างประเทศส่วนใหญ่เป็นแบบ FOB (Free On Board) ซึ่งคู่ค้าเป็นผู้รับผิดชอบค่าขนส่งและประกันภัย
นอกจากนี้ ในด้านต้นทุนบรรจุภัณฑ์ บริษัทมีความได้เปรียบเนื่องจากสินค้าส่วนใหญ่ใช้บรรจุภัณฑ์ขวดแก้ว ทำให้ไม่ต้องอิงกับราคาเม็ดพลาสติก (PET) ที่ผันผวนตามราคาน้ำมันโลกมากนัก ช่วยให้บริษัทสามารถรักษาขีดความสามารถในการทำกำไรได้อย่างต่อเนื่อง แม้ในภาวะเศรษฐกิจโลกมีความผันผวน โดยบริษัทยังคงยึดหลักการลงทุนแบบ Conservative เพื่อความมั่นคงในระยะยาว
โฆษณา