27 พ.ค. เวลา 06:47 • นิยาย เรื่องสั้น

ตอน 13 เผชิญอมนุษย์

.
ฝนหยุดแล้วเวลาในขณะนั้นเป็นตอนบ่ายแก่ๆ 2หนุ่ม-สาวต่างออกเดินทางต่อ ฝนที่ตกหนักเมื่อหลายชั่วโมงก่อนทำให้ไม่สะดวกในการเดินทาง
.
เดินทางได้สักระยะภูมิประเทศเริ่มสูงและแห้งยิ่งขึ้น จนกระทั่งเส้นทางนั้นพาขึ้นไปเดินบนสันเขาเหนือเมฆก็ว่าได้ ซึ่งหมายถึงคนทั้ง2กำลังห่างจากเส้นทางของแม่น้ำและกำลังคลาดกันกับทีม
.
ตกเย็นพวกเขาก็ยังไม่มีวี่แววข้ามสันเขานั้นมาได้ แสนสุริยาจึงตัดสินใจหาที่พักแรมซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่บนยอดเขาที่ปราศจากต้นไม้และที่กำบังใด ๆ
ท่ามกลางกลุ่มหมอกอันเย็นชื้น และ กระแสลมแรง โดยปราศจากน้ำ ปราศจากฟืนที่จะก่อไฟผิงหรือหุงข้าวต้มแกงเป็นความคิดที่ทรมานพอใช้
.
แล้วทั้งคู่ก็พบปากถ้ำใต้ชานผาสูงในตอนนั้นพระอาทิตย์ตกลับดวงไปอย่างรวดเร็วทิ้งโลกภายนอกเกือบจะมืด ลมพัดแรงจัดพวกเขาส่องไฟฉายสำรวจก่อนเข้าไปในถ้ำนั้น
.
แล้วคืบคลานเข้าไปในถ้ำซึ่งไม่ใหญ่นักแต่ลึกจนไม่เห็นก้นถ้ำ กระนั้นลมที่พัดแรงจัดก็พาให้หนาวสั่น ทั้ง2จึงนั่งให้ใกล้ปากถ้ำซึ่งมีแง่หินกำบัง แสนสุริยาก่อกองไฟจากเศษไม้ที่พอหาได้เพื่อความอบอุ่น
.
จากนั้นแสนสุริยาส่งน้ำและอาหารแห้งที่ติดตัวมาให้คุณหญิงกินประทังความหิวแล้วบอก "หลังจากนี้พยายามหลับเอาแรงไว้ก่อนนะครับ ผมจะอยู่ยามเอง"
.
คุณหญิงไม่ตอบหลังจากกินอาหารและน้ำแล้วก็เอนตัวลงนอน โดยมีสายตาของแสนสุริยาที่แอบมองเธออย่างชื่นชมก่อนหันกลับไปหน้าถ้ำเพื่ออยู่ยาม
.
ใกล้สว่างแสนสุริยาเผลอหลับไปและสะดุ้งตื่นเพราะการปลุกของคุณหญิง "ข้างในถ้ำนี้ลึกมากทีเดียวแสน" เธอบอกอย่างตื่นเต้น
.
แสนสุริยา "นี่ผมเผลอหลับไปนานแค่ไหนครับ คุณนิชาไม่ควรไปสำรวจถ้ำเองคนเดียว เพราะอาจมีอันตรายทั้งจากสัตว์และแมลงมีพิษทั้งที่ผมมียารักษาและที่ผม
ไม่รู้จัก"
.
"ฉันเห็นแสนเหนื่อยมาทั้งคืนก็เกรงใจไม่กล้าปลุก ก็ได้รอให้สว่างกว่านี้เราไปสำรวจด้านในกันดีกว่า ว่าแต่ตอนนี้มีอะไรกินมั่ง"
.
แสนสุริยาเพียงยิ้มและหยิบอาหารและน้ำจากเป้ของเขาส่งให้ แสนสุริยาไม่ได้เห็นความผิดปกติของคุณหญิงที่แอบมองเขาในยามเผลอด้วยสายตาที่เจ้าตัวจึงรู้ความหมาย
.
ด้านในของถ้ำที่ทั้ง2เข้าไปสำรวจนั้นแม้จะมืดแต่ก็ไม่ถึงกับมืดสนิทเสียทีเดียว เพราะตามฝาผนังของถ้ำมีแสงสว่างสีเขียวเรืองๆอยู่ทั่วไปหมด
.
แสน "แสงสีเขียวในถ้ำมักเกิดจากแร่ธาตุเรืองแสง (Fluorescent minerals) เช่น แร่แคลไซต์ หรือ แร่ฟลูออไรต์ที่ได้รับแสงยูวี (UV-อุลตร้าไวโอเล็ต)จากภายนอกหรือไฟฉาย จนสะท้อนแสงออกมาเป็นสีเขียวมรกต
.
อีกแง่คิดหนึ่งในทางความเชื่อของชาวบ้านคือ แสงเหนือไทย หรือ ดวงไฟของผีกระสือ ที่ชาวบ้านมักเห็นตามถ้ำ หรือ ตามป่าเขาในตอนกลางคืน"
.
คุณหญิง "ไม่เอาเรื่องผีได้ไหม บรรยากาศยิ่งสยองอยู่ด้วย"
.
แสน "คุณนิชากลัวผีด้วยหรือครับ เรื่องผีมีจริงไหมนั้นเป็นความเชื่อส่วนบุคคลที่หาข้อสรุปทางวิทยาศาสตร์ไม่ได้ เนื่องจากไม่มีหลักฐานเชิงประจักษ์ที่พิสูจน์ได้แน่ชัด
.
วิทยาศาสตร์มักอธิบายการเห็นผีว่าเกิดจากภาพหลอน ความกลัว สมองทำงานผิดปกติจากสารพิษ (เช่น คาร์บอนมอนอกไซด์) หรือเชื้อรา ในขณะที่หลักศาสนาพุทธกล่าวถึงภูมิเปรตหรืออสุรกาย แต่ไม่ตรงกับภาพผีที่ผู้คนเชื่อ"
.
ทางเดินต่อไปจากนั้นผนังถ้ำประกอบไปด้วยหินก้อนเล็กก้อนน้อยยึดเกาะกันจนดูเป็นศิลปกรรมรูปแบบหนึ่ง จากนั้นก็ไปถึงซากเมืองเก่าที่ถูกทำลายพังพินาศ
.
ซากเมืองเก่าใต้ดินเกิดจากการทับถมของตะกอนดิน ทราย ฝุ่นละออง และเศษอิฐปูนที่ผุพังตามกาลเวลา
ดยมีสาเหตุหลักจากกระบวนการธรรมชาติ เช่น ลมพัดรุนแรง ฝนตกหนักน้ำท่วมขัง และการทรุดตัวของอาคาร เมื่อผ่านไปหลายร้อยหลายพันปี ตะกอนเหล่านี้จึงสะสมหนาขึ้นจนฝังกลบเมืองเดิม
.
พลันแสนสุริยาก็หยุดชะงักเพราะแว่วเสียงบางอย่าง เขารีบดันตัวคุณหญิงแนบผนังถ้ำ "มีอะไรรึ" คุณหญิงกระซิบ ซึ่งเขาทำสัญญาณให้เงียบแล้วเร้นกายอย่างลับๆไปข้างหน้า
.
เบื้องหน้าของแสนสุริยาห่างออกไปราว20เมตรคือตัวประหลาดที่มีลักษณะครึ่งคนครึ่งสัตว์5ตน แต่งกายแบบนักรบโบราณ
อาวุธในมือของพวกมันมีทั้งดาบ แส้ ลูกตุ้มเหล็ก โล่ห์กับทวน และ ตะของ้าวที่มีห่วงเหล็กร้อย
ทั้ง5ตนยืนนิ่งเหมือนเป็นหิน เสียงที่แสนสุริยาได้ยินมาจากห่วงเหล็กร้อยตะของ้าวนี้เอง
.
"พวกมันเป็นหินหรือมันมีชีวิตกันแน่" คุณหญิงที่ตามมาทันกระซิบถาม
.
แสน "ผมก็ไม่ทราบ เราต้องระมัดระวังการเคลื่อนไหวของเราทุกก้าวนับจากนี้ ข้อสำคัญเราจะไปต่อหรือย้อนกลับ"
.
"เราควรย้อนกลับไป เพราะเราไม่รู้ว่าข้างหน้ามีอะไรรออยู่และอันตรายเพียงใด"
.
ทว่าทันทีที่ทั้ง2ก้าวเท้าถอยออกไปเพื่อย้อนกลับเท่านั้น อมนุษย์ทั้ง5ตนก็เริ่มเคลื่อนไหว พวกมันขยับตัวหน้ากระดานเรียงหนึ่งและกระชับอาวุธในมือเตรียม
พร้อม
.
จู่ๆก็เกิดการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ผนังถ้ำทางออกพังลงมาปิดทางเสียแล้ว ทำให้ทั้ง2จำต้องมุ่งไปข้างหน้าด้วยการผ่านด่านนี้ไปให้ได้
.
อมนุษย์ตัวแรกที่คุณหญิงเลือกจัดการคือเจ้าตัวที่ถือดาบเพื่อแย่งชิงมาใช้ต่อสู้กับตัวที่เหลือ
ไม่น่าเชื่อว่าดาบที่คุณหญิงชิงมาจากอมนุษย์ตัวแรก และ จัดการจนมันขาดเป็น2ท่อนจะคมกริบและมีน้ำหนักเบาอย่างไม่น่าเป็นไปได้ คุณหญิงจึงยึดดาบไว้เป็นอาวุธคู่กาย
.
เมื่อมีอาวุธคู่กายแถมด้วยการต่อสู้สมัยใหม่ที่มีทั้งการลอยตัว การห้อยโหนด้วยแทคติกของยิมนาสติก
จึงไม่ยากที่คุณหญิงจะจัดการกับอมนุษย์ที่เหลือ เพราะร่างของมันไม่ได้สร้างจากหินผา ในขณะที่แสนสุริยาก็ต่อกรกับอมนุษย์ตัวอื่นด้วยอะไรก็ได้ที่ใกล้มือ
.
หลังจากจัดการกับเหล่าอมนุษย์จนหมดสิ้นคุณหญิงก็ยึดแส้ของเจ้าตัวหนึ่งมาพันรอบเอวของเธอไว้ "เผื่อไวใช้ในยามจำเป็นดีกว่า" เธอหันไปบอก ดังนั้นแสนสุริยาจึงเลือกโล่ห์กับทวนเป็นอาวุธคู่กาย
.
ด้วยเหตุนี้หนุ่มสาวทั้ง2จึงเดินทางต่อไปข้างหน้า ไม่มีโอกาสถอยกลับใช้เส้นทางเก่าได้อีก มีแต่จะต้องลุยฝ่าต่อไป อะไรจะเกิดก็ค่อยไปแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเป็นเรื่องๆไป
.
จบตอน 13 หมายเหตุ! แรงบันดาลใจจาก ดันเจียนส์ & ดราก้อนส์: เกียรติยศในหมู่โจร 2023 เป็นหนังดีมากเสียดายไม่ทำเงิน
.
ภาพปกจากกูเกิ้ล ซากเมืองเก่าใต้ดิน
โฆษณา