27 พ.ค. เวลา 07:57 • หุ้น & เศรษฐกิจ

AI Capex โตต่อเนื่อง ลงทุนตอนนี้ยังทันไหม?

หรือวงจร AI ใกล้ถึงจุด Peak โบรกฯ ชี้ยังไปต่อ แต่ความเสี่ยงเริ่มสูง
AI Capex ของ Hyperscalers กำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
กระแส AI กำลังผลักดันให้บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ หรือ “Hyperscalers” อย่าง Amazon, Microsoft, Alphabet (Google), Meta และ Oracle เร่งลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI ด้วยเม็ดเงินมหาศาลระดับหลายแสนล้านดอลลาร์
ข้อมูลจาก Financial Times ซึ่งอ้างอิงข้อมูลจากงบการเงินของบริษัทและการรวบรวมประมาณการของนักวิเคราะห์ ระบุว่า Amazon, Microsoft, Alphabet, และ Meta อาจมี Capex รวมกันราว 725 พันล้านดอลลาร์ในปี 2026 นี้ ซึ่งเพิ่มขึ้นมากกว่า 70% จากปีก่อนหน้าที่กว่า 400 พันล้านดอลลาร์
ตัวเลขนี้สะท้อนว่าบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่กำลังเร่งลงทุนใน AI Infrastructure อย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านศูนย์ข้อมูล (Data Centers), คลัสเตอร์หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU Clusters), ระบบเครือข่ายความเร็วสูง (High-Speed Networking), ระบบพลังงาน (Power Systems) และระบบระบายความร้อนสำหรับภาระงาน AI (AI Workloads)
อย่างไรก็ตาม ตัวเลข 725 พันล้านดอลลาร์นี้ ยังถือเป็น ประมาณการจากการรวบรวมข้อมูล มากกว่าจะเป็น guidance ทางการทั้งหมดจากบริษัทโดยตรง
แต่นักวิเคราะห์บางแห่ง ยังมองว่ามองว่าเม็ดเงินลงทุนยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อ
นักวิเคราะห์จากบางสถาบัน เช่น Bank of America และ Evercore เริ่มประเมินว่า Capex ของกลุ่ม Hyperscalers อาจแตะหรือสูงกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2027 หากการแข่งขันด้าน AI ยังคงรุนแรงต่อเนื่อง
นอกจากนี้ CreditSights ซึ่งเป็นบริษัทวิจัยด้านเครดิต ก็ยังมองว่าโครงสร้างพื้นฐาน AI อยู่ในภาวะข้อจำกัดด้านกำลังการผลิต (Capacity Constrained) หรือมีกำลังการผลิตไม่เพียงพอต่อความต้องการ โดยเฉพาะในส่วนของหน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) และศูนย์ข้อมูล (Data Centers) ซึ่งอาจเป็นปัจจัยหนุนให้การลงทุนยังเดินหน้าต่อไป
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวยังถือเป็นกรณีเชิงบวกสูง (Bull Case Scenario) มากกว่าจะเป็นมุมมองคาดการณ์หลักของตลาดในปัจจุบัน
สำหรับนักลงทุน เข้าลงทุนใน Hyperscaler ตอนนี้ยังทันไหม หรือวงจร AI เข้าใกล้จุดพีคไปแล้ว?
เสียงของนักวิเคราะห์ยังคงแตกเป็นสองฝั่งหลักๆ
โดยฝั่งที่มีมุมมองเชิงบวก มองว่าวงจร AI ยังอยู่ช่วงกลางวัฎจักร (Mid-Cycle) มากกว่าจะถึงจุดสูงสุด ด้วยเหตุผลหลัก ได้แก่
1.Demand ยังสูงกว่า Supply
ทั้ง GPU, Data Center, และระบบพลังงานยังอยู่ในภาวะตึงตัว โดยหลายบริษัทระบุว่ายังไม่สามารถรองรับความต้องการ AI ได้เต็มที่
2.AI กำลังเข้าสู่ช่วงใช้งานจริง
จากเดิมที่ AI ถูกมองเป็นเพียงช่วงทดลอง ปัจจุบันเริ่มถูกใช้งานจริงในระดับองค์กรมากขึ้น ซึ่งอาจทำให้ความต้องการโครงสร้างพื้นฐาน AI ยังเติบโตต่อได้อีกหลายปี
3.Cloud Backlog ยังอยู่ในระดับสูง
หลายบริษัท เช่น Google และ Oracle เปิดเผยว่ายังมีงานในมือรอส่งมอบและรับรู้รายได้ (Backlog) ของสัญญาคลาวด์และ AI อยู่เป็นจำนวนมาก
สิ่งนี้สะท้อนว่าความต้องการด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI อาจยังคงแข็งแกร่งในระยะกลาง อย่างไรก็ตาม ฝั่งที่มีมุมมองระมัดระวังเริ่มตั้งคำถามเรื่องผลตอบแทน มากขึ้น
Goldman Sachs ระบุว่าบริษัทเทคโนโลยีหลายแห่งกำลังใช้เงินสดจำนวนมากไปกับ AI Capex จนเริ่มกระทบการซื้อหุ้นคืน (Share Buybacks) ซึ่งเคยเป็นแรงหนุนสำคัญของราคาหุ้นในช่วงที่ผ่านมา
นักวิเคราะห์บางส่วนเริ่มกังวลว่า ค่าใช้จ่ายอาจเพิ่มเร็วเกินไป ทำให้กระแสเงินสดถูกกดดัน นอกจากนี้ การแข่งขันด้าน AI ที่สูงขึ้นก็มีโอกาสกดดันผลตอบแทนในระยะยาวด้วย
ขณะเดียวกัน Reuters ยังชี้ว่า แม้รายได้ Cloud และ AI จะเติบโตแข็งแกร่ง แต่ตลาดยังต้องการเห็นหลักฐานที่ชัดเจนมากขึ้นว่า AI สามารถสร้างผลตอบแทนเชิงเศรษฐกิจได้จริงในระยะยาว
สรุป: ยังไม่เห็นสัญญาณ Peak ชัดเจน แต่ความเสี่ยงเริ่มสูงขึ้น
ข้อมูลล่าสุดจากทั้งบริษัทเทคโนโลยีและนักวิเคราะห์หลายแห่ง ยังไม่สะท้อนว่าวงจรการลงทุนด้าน AI ได้เข้าสู่จุดสูงสุดไปแล้ว
และมุมมองคาดการณ์หลักของตลาดยังชี้ว่าเม็ดเงินลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อในช่วง 1–2 ปีข้างหน้า
อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงสำคัญต่อจากนี้อยู่ที่ว่า AI จะสามารถสร้างรายได้และผลตอบแทนคุ้มค่ากับต้นทุนการลงทุนได้หรือไม่ และการแข่งขันจะกดดันอัตรากำไรหรือไม่ รวมถึงตลาดจะยังยอมรับระดับการลงทุนที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ได้นานแค่ไหน
ดังนั้น สำหรับนักลงทุน การลงทุนในกลุ่ม Hyperscalers ในวันนี้ ยังไม่น่าเป็นช่วงปลายวัฏจักร จึงทำให้ผู้ที่สนใจยังสามารถเข้าลงทุนได้
แต่ในขณะเดียวกัน นี่ไม่ใช่ช่วงเริ่มต้นของวัฏจักร AI เช่นกัน จึงทำให้มีความเสี่ยงที่ต้องจับตาและระมัดระวังมากขึ้น
โฆษณา