28 พ.ค. เวลา 00:40 • ธุรกิจ
ไม่ใช่ทุกเรื่องที่ไปถึงตำรวจ แล้วตำรวจจะทำสำนวนส่งฟ้องทุกเคสค่ะ
เบื้องต้นพนง.สอบสวนจะดูก่อนว่า 1.ข้อกล่าวหามีมูล มีหลักฐานเพียงพอหรือไม่ (ทั้งพยานหลักฐานและพยานแวดล้อม) จากนั้น 2.เชิญต้วผู้ถูกกล่าวหามาชี้แจง
ถ้าตร.เชิญคุณแม่ไปให้ปากคำ ให้คุณแม่ตอบไปตามจริงค่ะ ก่อนหน้านี้คุณแม่เคยคุยอะไร เสนออะไรให้คุณอา ลำดับเรื่องราวเป็นยังไง ฯลฯ ก็เล่าให้พนง.สอบสวนฟังไปค่ะ พูดไม่ตรงกันหรือคุณอาพูดไม่หมด เผลอๆคุณอาจะโดนข้อหาแจ้งความเท็จซะเอง!!
แต่ดูจากที่ฝ่ายนั้นข่มขู่เพราะอยากได้เงินเพิ่ม ทรงนี้น่าจะไปไม่ถึงตร.หรอกค่ะ รับซื้อของโจรเป็นความผิดอาญายอมความไม่ได้ แม้เจ้าทุกข์จะถอนฟ้อง แต่ตร.ก็ยังต้องดำเนินคดีต่อ
ถ้าคุณอาไปแจ้งความจริงๆแล้วตร.พิ'ณาว่ามีมูล แล้วเชิญคุณแม่ไปให้ปากคำ ขั้นนี้เบื้องต้นที่ตร.จะถามก็เช่น ความสัมพันธ์ของเรากับตัวผู้ที่เอาของมาขาย สถานที่เสนอขาย สถานที่ส่งมอบของ
แต่ประเด็นหลักน่าจะอยู่ที่ "ราคาเมื่อเทียบกับสภาพทรัพย์สิน" ไม่ว่าราคาจะถูกกว่ามากๆหรือราคาพอๆกับในท้องตลาด คุณแม่ควรนึกย้อนกลับไปให้ดีว่า ตอนนั้นรับซื้อไว้เพราะอะไร ตร.จะถามประเด็นนี้แน่ๆค่ะ เพราะมันส่อถึงเจตนาตอนที่รับซื้อของชิ้นนั้น
หรือเลวร้ายที่สุด ถ้าตร.ส่งเรื่องฟ้องศาล การที่ศาลจะพิ'ณาอัตราโทษก็ยังขึ้นกับหลายองค์ประกอบเช่น เจตนา การเจรจาชดใช้ ความพยายามในการหาของส่งคืน ส่วนโทษปรับและโทษจำคุก ศาลจะดูที่พฤติการณ์ของจำเลย หลังจากที่จำเลยรู้ตัวว่าตนรับซื้อของโจร
แต่เอาจริงๆนะ ในฐานะเจ้าของทรัพย์ ที่อยากได้ของคืนจริงๆไม่มีใครอยากเสียเวลาหรอกค่ะ แต่นี่แบไต๋ออกมาแล้วอยากได้เงินเพิ่ม คูมแม่อย่าไปกลัวค่ะ สู้มัน!!
โฆษณา