6 ชั่วโมงที่แล้ว • บ้าน & สวน

วิเคราะห์ปรากฏการณ์ บ้านหรู Sold Out ทำไมเศรษฐีไทย กลัวพลาด นาราสิริ ?

ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง X นาราสิริ
ใคร ๆ ก็คิดว่า บ้านหรูระดับ 50-100 ล้านบาทนั้น มักต้องใช้ระยะเวลาในการขายยาวนาน
แต่รู้หรือไม่ว่า ในวงการอสังหาริมทรัพย์ระดับ Ultra Luxury ของไทยก็กำลังมีปรากฏการณ์แย่งกันซื้อเกิดขึ้น
โดยล่าสุด แสนสิริ ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์แบรนด์ดัง เพิ่งประกาศความสำเร็จด้วยการปิดการขายในเฟสแรกของ 2 โครงการ Flagship คือนาราสิริ บรมราชชนนี และนาราสิริ วิคตัวร์ กรุงเทพกรีฑา
ซึ่งทั้งสองโครงการนี้ สามารถกวาดยอดขายรวมไปได้ถึง 2,000 ล้านบาท ภายในเวลาอันรวดเร็ว
จนทำให้แสนสิริต้องรีบเข็นเฟสใหม่มูลค่า 1,700 ล้านบาทออกมา เพื่อรองรับดีมานด์ที่ยังคงมีอย่างต่อเนื่อง
คำถามที่น่าสนใจคือ ในยุคที่หลายคนมองว่าเศรษฐกิจผันผวน
ทำไมกลุ่มคนที่มีกำลังซื้อสูง ถึงรีบตัดสินใจควักเงินซื้อบ้านหรูที่ขายในระดับ 55-120 ล้านบาท ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
สำหรับอสังหาริมทรัพย์ระดับ Ultra Luxury ราคาอาจไม่ใช่ปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการเลือกสรร
เพราะสิ่งที่สำคัญมากกว่า คือโอกาสที่จะครอบครองทรัพย์สินอันมีค่า ที่ไม่ได้มีมาบ่อย ๆ
การตัดสินใจช้าเพียงนิดเดียว อาจหมายถึงการปล่อยให้โอกาสที่มีค่านี้หลุดมือไป นั่นคือต้นทุนค่าเสียโอกาสที่ประเมินค่าไม่ได้ และอาจหามาทดแทนไม่ได้อีกเลยในอนาคต
ซึ่งถ้าลองเจาะลึกสิ่งที่ซ่อนอยู่ในโครงการนาราสิริ จะพบว่ามีจิกซอว์สำคัญ ที่ทำให้หลายคนตัดสินใจเลือกที่จะคว้าโอกาสนี้ไว้
จิกซอว์ที่ 1 คือ การครอบครองทำเลระดับ Prime ที่มีแต่จะทวีมูลค่ามากขึ้นเรื่อย ๆ
ปัจจุบันแสนสิริได้ปักหมุดแบรนด์นาราสิริ ครบ 4 ทำเลที่ดีที่สุดของกรุงเทพฯ ทั้งพหล-วัชรพล บางนา และสองทำเลใหม่ ทั้งฝั่งตะวันออกและตะวันตกของกรุงเทพฯ นั่นก็คือ กรุงเทพกรีฑา และบรมราชชนนี
ในย่านกรุงเทพกรีฑา ราคาประเมินที่ดินนั้นมีอัตราการเติบโตสูงถึง 150% ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา
ขณะที่ย่านบรมราชชนนี มูลค่าที่ดินก็พุ่งสูงถึง 200,000 ถึง 250,000 บาทต่อตารางวา
โดยทั้งสองทำเลนี้ มีจุดเด่นตรงที่เป็นทำเลทองในเรื่องการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นทางด่วนหรือรถไฟฟ้า
อีกทั้งยังแวดล้อมไปด้วยศูนย์การค้า โรงเรียนนานาชาติ โรงพยาบาลชั้นนำ ซึ่งที่ดินผืนใหญ่ใจกลางทำเลศักยภาพแบบนี้ มีแต่จะลดน้อยลงเรื่อย ๆ
จิกซอว์ชิ้นที่ 2 คือ ความงดงามและฟังก์ชัน ที่ตอบโจทย์ทั้งการอยู่อาศัยและการลงทุน
หลายคนอาจคิดว่า การซื้อบ้านหลังหนึ่ง เป็นเพียงการซื้อที่อยู่อาศัยเท่านั้น
แต่ในมุมมองของบางคน มันคือการนำเงินมาวางไว้ในสินทรัพย์ ที่มั่นคงและป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อได้
ด้วยความที่มีจำกัดเพียงไม่กี่สิบยูนิตในแต่ละโครงการ ทำให้ตัวบ้านมีความต้องการที่สูงมาก กลายเป็น Rare Item ชั้นดี
ด้วยสภาพแวดล้อมที่ตอบโจทย์การอยู่อาศัยอย่างครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ส่วนกลางขนาดใหญ่ ที่มีทั้ง Clubhouse สุดหรู, มุมทำงานและพื้นที่รับแขก, สระว่ายน้ำ, ฟิตเนส, สนามเด็กเล่น รวมถึงการออกแบบ ด้วยสถาปัตยกรรมระดับเวิลด์คลาส
อย่างนาราสิริ วิคตัวร์ กรุงเทพกรีฑา ที่มาพร้อม Main Gate สุดยิ่งใหญ่กว้างกว่า 140 เมตร และน้ำพุเทพสุริยะ สไตล์พระราชวังแวร์ซาย
ส่วนนาราสิริ บรมราชชนนี ก็มาพร้อมกับดิไซน์ Regency Revival จากอังกฤษ ที่งดงามเหนือกาลเวลา
ผนวกกับฟังก์ชันของตัวบ้านที่มีพื้นที่กว้างขวาง รองรับครอบครัวใหญ่ได้ถึง 3 เจเนอเรชัน อีกทั้งยังมีบริการระดับเวิลด์คลาสคอยดูแล
สิ่งเหล่านี้ไม่เพียงยกระดับสุนทรียะในการใช้ชีวิต แต่ยังเป็นที่ต้องการอย่างมากในตลาดเช่าระดับบน
โดยเฉพาะกลุ่มผู้บริหารระดับสูงชาวต่างชาติ (Expat) ที่มักจะมองหาบ้านเช่า ที่ตอบโจทย์ครอบครัวใหญ่ และมีสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย
ทำให้บ้านระดับนี้ สามารถสร้างผลตอบแทนได้อย่างน่าสนใจ ถือเป็นการลงทุนระยะยาวที่ส่งต่อเป็นมรดกให้ลูกหลานได้
การซื้อบ้านระดับนี้ไม่ได้เป็นแค่การซื้อพื้นที่อยู่อาศัย แต่คือการซื้อตั๋วเข้าสู่สังคมของกลุ่มผู้ประสบความสำเร็จ เป็นการพาสมาชิกในครอบครัว เข้าไปอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย ถือเป็นเอกสิทธิ์ที่หาประเมินมูลค่าไม่ได้
อีกหนึ่งปัจจัยที่เป็นตัวเร่งให้เกิดการตัดสินใจอย่างรวดเร็วก็คือ จังหวะเวลาทางการเงินที่ดี ซึ่งเป็นอีกโอกาสที่หาได้ยาก
เพราะในตอนนี้ธนาคารแห่งประเทศไทย ได้ผ่อนปรนเกณฑ์ LTV ยาวไปจนถึงปี 2570 ให้สามารถกู้ได้เต็ม 100% ช่วยบริหารสภาพคล่องได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ทำให้นักลงทุนหรือเจ้าของธุรกิจ สามารถเก็บเงินสดไว้หมุนเวียนต่อยอดธุรกิจได้ โดยไม่ต้องนำเงินก้อนใหญ่มาจมกับสินทรัพย์
ประกอบกับอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อที่อยู่อาศัย สำหรับผู้มีกำลังซื้อสูงของไทยตอนนี้ อยู่ในระดับเพียง 2.5% ถึง 3% เท่านั้น นี่จึงเป็นจังหวะที่ลงตัวที่สุด ในการใช้ประโยชน์จากพลัง Leverage ทางการเงินได้อย่างคุ้มค่า
เมื่อนำทุกอย่างมาประกอบกัน ทั้งทำเลทองที่หาไม่ได้อีกแล้ว, ฟังก์ชันบ้านระดับ Masterpiece, สังคมคุณภาพ และจังหวะทางการเงินที่เอื้ออำนวย
จึงไม่น่าแปลกใจที่ผู้คนจำนวนมาก จะมองเห็นสมการนี้ และรีบคว้าโอกาสไว้
เพราะท้ายที่สุดแล้ว สิ่งที่น่าเสียดายที่สุด อาจไม่ใช่การต้องจ่ายเงินซื้อของในราคาแพง แต่คือการปล่อยให้หน้าต่างแห่งโอกาสปิดลง และต้องทนมองสินทรัพย์อันทรงคุณค่าเหล่านี้ ตกไปอยู่ในมือของคนอื่น..
ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม ที่ นาราสิริ https://siri.ly/re1bWb5 หรือ Line OA @SansiriSLC
Reference
- ข้อมูลเปิดเผยจาก นาราสิริ
โฆษณา