28 พ.ค. เวลา 10:46 • หุ้น & เศรษฐกิจ

PEACE ปักธงปี 69 รายได้ 1,500 ลบ.

กางกลยุทธ์ใหม่รุกดีล JV เจ้าของที่ดิน ย้ำฐานะการเงินแกร่ง D/E ต่ำ 0.7 เท่า
PEACE มั่นใจปี 69 รายได้แตะ 1,500 ลบ. รับรู้ยอดขายโครงการเดิมต่อเนื่อง เผยตุน Backlog แล้ว 300 ล้านบาท เตรียมเปิดโครงการใหม่ 1 แห่ง มูลค่า 800-900 ลบ. พร้อมกางกลยุทธ์ใหม่รุกดีล JV กับเจ้าของที่ดิน ลดภาระต้นทุน-เพิ่มโอกาสเข้าถึงที่ดินศักยภาพ ย้ำฐานะการเงินแกร่ง D/E ต่ำเพียง 0.7 เท่า
นายโดม ศิริโสภณา กรรมการผู้จัดการ บริษัท พีซแอนด์ลีฟวิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ PEACE เปิดเผยว่า ในปี 2569 บริษัทตั้งเป้าหมายรายได้จากยอดโอนกรรมสิทธิ์ไว้ที่ 1,500 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนมีรายได้รวม 906.31 ล้านบาท แม้ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์จะมีการเติบโตเพียงเล็กน้อยที่ระดับ Single Digit แต่บริษัทมั่นใจว่าจะสามารถทำได้ตามเป้า เนื่องจากมียอดขายจากโครงการเดิม และทยอยรับรู้รายได้ต่อเนื่องจากโครงการใหม่ที่เปิดตัวในปี 2568 จำนวน 5 โครงการ
โดยปัจจุบันบริษัทมียอดขายรอโอน (Backlog) มูลค่ารวมประมาณ 300 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ภายใน 4 เดือนข้างหน้า ขณะที่มีสินค้าพร้อมโอน (Inventory) มูลค่ารวมหลักหลายร้อยล้านบาท อย่างไรก็ตาม บริษัทเน้นกลยุทธ์การบริหารสต็อกอย่างเข้มงวดแบบสร้างเสร็จก่อนขายเพื่อไม่ให้มีสินค้าคงเหลือมากเกินไป
เตรียมเปิดโครงการใหม่มูล 900 ลบ.
สำหรับปี 2569 บริษัทมีแผนเปิดโครงการอินเนอร์ พีซ สาทร–กัลปพฤกษ์ ในช่วงไตรมาส 4/69 โดยเป็นโครงการพรีเมียมทาวน์โฮมและบ้านแฝด 3 ชั้น จำนวน 109 ยูนิต มูลค่าประมาณ 800-900 ล้านบาท
อีกทั้งในวันที่ 13-14 มิ.ย. นี้ บริษัทยังเตรียมจัดงาน Grand Opening โครงการใหม่ 2 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 3,450 ล้านบาท ได้แก่ โครงการเฌอรีน พหล-วัชรพล และ โครงการคอร์ดิซ พัฒนาการ-อ่อนนุชโดยทั้ง 2 โครงการมียอดจองในโซนที่เปิดขายแล้วกว่า 40% ซึ่งจะเข้ามาสนับสนุนยอดโอนกรรมสิทธิ์ในช่วงไตรมาส 2/69
รักษาอัตรากำไรขั้นต้น-ล็อกต้นทุนวัสดุล่วงหน้า
ด้านความสามารถในการทำกำไรบริษัทตั้งเป้ารักษาอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ไว้ที่ประมาณ 30-32% โดยจะมีการทยอยปรับราคาขายขึ้นตามภาวะเงินเฟ้อ ขณะที่การบริหารต้นทุนวัสดุก่อสร้าง บริษัทได้ใช้กลยุทธ์ทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อล็อกราคาเหล็กไว้จนถึงช่วงปลายปี รวมถึงทำข้อตกลงการปรับราคาวัสดุบางประเภท เช่น คอนกรีต ให้อิงตามราคาตลาดจริงเพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาน้ำมัน
ชูฐานะการเงินแกร่ง- D/E ต่ำ
ส่วนงบในการซื้อที่ดินปีนี้บริษัทวางไว้ไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาท โดยปัจจุบันมีที่ดินที่อยู่ระหว่างการเจรจาหลายแปลง นอกจากนี้บริษัทยังมองโอกาสทางธุรกิจในรูปแบบร่วมทุนกับเจ้าของที่ดิน (Landlord) ซึ่งเป็นโมเดลที่บริษัทไม่เคยทำมาก่อน เพื่อเพิ่มโอกาสเข้าถึงที่ดินศักยภาพสูงที่เจ้าของไม่ต้องการขายขาด แต่อยากมีส่วนร่วมในการพัฒนาโครงการ
“PEACE เน้นความระมัดระวังทางการเงินเป็นอันดับหนึ่ง แม้ในช่วงปีที่ตลาดเผชิญวิกฤต เรายังรักษากระแสเงินสดที่ดีและมีหนี้สินต่ำ โดยปัจจุบันอัตราหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) อยู่ที่ประมาณ 0.7 เท่า ซึ่งสะท้อนถึงโครงสร้างเงินทุนที่แข็งแกร่ง พร้อมรองรับการขยายตัวและคว้าโอกาสใหม่ๆ ในตลาดได้ทันที” นายโดม กล่าวปิดท้าย
โฆษณา