Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
SCB Thailand
ยืนยันแล้ว
•
ติดตาม
6 ชั่วโมงที่แล้ว • หุ้น & เศรษฐกิจ
เวียดนาม: เขตเศรษฐกิจชายฝั่งภาคกลางและเขตการค้าเสรีดานัง ฮับลงทุนแห่งใหม่ของอาเซียน
ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา เวียดนามได้ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในประเทศปลายทางการลงทุนที่ได้รับความสนใจสูงสุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะในบทบาทของฐานการผลิตเพื่อการส่งออกและจุดเชื่อมต่อสำคัญของห่วงโซ่อุปทานโลก การเติบโตดังกล่าวเป็นผลจากการผสมผสานระหว่างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ นโยบายเปิดรับการลงทุนจากต่างชาติอย่างต่อเนื่อง และการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างเป็นระบบ
ท่ามกลางการแข่งขันด้านการลงทุนที่ทวีความเข้มข้นมากขึ้น รัฐบาลเวียดนามจึงได้เร่งพัฒนาเครื่องมือเชิงนโยบายด้านการลงทุน ทั้งในมิติของกฎหมาย สิทธิประโยชน์ และโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลงทุนระยะยาว หนึ่งในนโยบายที่สำคัญคือ การพัฒนาเขตเศรษฐกิจชายฝั่ง (Coastal Economic Zones) และเขตการค้าเสรี (Free Trade Zone: FTZ) โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคกลาง ซึ่งถูกกำหนดบทบาทให้เป็น “พื้นที่ยุทธศาสตร์ใหม่” สำหรับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการดึงดูดนักลงทุนต่างชาติในระยะต่อไป
เขตเศรษฐกิจชายฝั่งภาคกลาง: พื้นที่ยุทธศาสตร์ใหม่ของเวียดนาม
เขตเศรษฐกิจชายฝั่งของเวียดนามกระจายตัวอยู่ในจังหวัดและเมืองสำคัญของภาคกลาง อาทิ ดานัง (Da Nang), กว๋างนาม (Quang Nam), กว๋างหงาย (Quang Ngai) และ บิ่ญดิ่ง (Binh Dinh) พื้นที่เหล่านี้มีความได้เปรียบด้านทำเลที่ตั้งติดทะเลจีนใต้ และสามารถเชื่อมโยงการค้าทางทะเลเข้ากับประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ผ่าน ระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก–ตะวันตก (East–West Economic Corridor: EWEC) ได้โดยตรง
จากมุมมองเชิงนโยบาย รัฐบาลเวียดนามมองว่าพื้นที่ชายฝั่งภาคกลางมีศักยภาพสูงในการพัฒนาเป็น ศูนย์กลางโลจิสติกส์ การส่งออก และอุตสาหกรรมมูลค่าเพิ่ม การพัฒนาพื้นที่ดังกล่าวช่วยกระจายฐานการผลิตออกจากเขตอุตสาหกรรมหลักทางภาคเหนือและภาคใต้ ลดความแออัดเชิงโครงสร้าง และเพิ่มความสมดุลของการพัฒนาเศรษฐกิจในระดับประเทศ
นอกจากนี้ ต้นทุนที่ดินและแรงงานในพื้นที่ภาคกลางยังอยู่ในระดับที่แข่งขันได้เมื่อเทียบกับเมืองอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ โดยมีการประเมินค่าเช่าที่ดินนิคมในภาคกลางอยู่ราว USD 50–70/ตร.ม. ขณะที่ภาคเหนือราว USD 140–145/ตร.ม. และภาคใต้ราว USD 195–200/ตร.ม. ส่งผลให้เขตเศรษฐกิจชายฝั่งภาคกลางกลายเป็นทางเลือกใหม่สำหรับนักลงทุนที่ต้องการ กระจายความเสี่ยงของฐานการผลิต และเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับห่วงโซ่อุปทานในระดับภูมิภาค
เขตการค้าเสรีดานัง: ต้นแบบเขตการค้าเสรีแห่งแรกของประเทศ
นครดานังถูกผลักดันให้เป็นต้นแบบของเขตการค้าเสรีแห่งแรกของเวียดนามตามมติของรัฐบาลกลาง โดยได้รับการจัดตั้งอย่างเป็นทางการภายใต้ Decision No. 1142/QĐ‑TTg เมื่อเดือนมิถุนายน 2025 เขตการค้าเสรีดานังถูกออกแบบให้เป็นพื้นที่เศรษฐกิจสมัยใหม่ที่รองรับอุตสาหกรรมขั้นสูง โลจิสติกส์ บริการดิจิทัล และกิจกรรมด้านนวัตกรรมอย่างครบวงจร
จุดแข็งสำคัญของเขตการค้าเสรีดานังคือ โครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมและโลจิสติกส์ที่เชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ ไม่ว่าจะเป็น ท่าเรือน้ำลึก Lien Chieu, สนามบินนานาชาติดานัง และโครงข่ายถนนที่เชื่อมต่อกับระเบียงเศรษฐกิจ EWEC โดยท่าเรือ Lien Chieu ซึ่งอยู่ระหว่างการพัฒนาโดยความร่วมมือของ APM Terminals และ Hateco Group ถูกวางบทบาทให้เป็นประตูการค้าหลักของเวียดนามตอนกลาง และเป็นองค์ประกอบสำคัญของระบบโลจิสติกส์ระดับภูมิภาคในอนาคต
การพัฒนาเขตการค้าเสรีดานังจึงไม่เพียงเป็นการเพิ่มพื้นที่รองรับการลงทุน หากแต่เป็นการยกระดับบทบาทของเวียดนามภาคกลางให้เป็น ศูนย์กลางการค้าและการผลิตที่เชื่อมโยงภูมิภาคอาเซียนกับตลาดโลก อย่างมีนัยสำคัญ
ปัจจัยที่ทำให้นักลงทุนต่างชาติเลือกเวียดนาม
การลงทุนโดยตรงจากต่างชาติ (FDI) มีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจเวียดนาม FDI ช่วง 4 เดือนแรกของปี 2026 ยังเติบโตแข็งแกร่ง อยู่ที่ $ 18.24 พันล้าน หรือ +32% จากช่วงเดียวกันของปี 2025 (สูงสุดในรอบ 5 ปีสำหรับช่วง 4 เดือนแรก) เม็ดเงินส่วนใหญ่ยังไหลเข้าสู่ภาคการผลิต
โดยภาครัฐไม่ได้มอง FDI เพียงในมิติของเงินทุน แต่เป็นกลไกในการถ่ายทอดเทคโนโลยี การพัฒนาทักษะแรงงาน และการเชื่อมโยงประเทศเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก นโยบายด้านการลงทุนของเวียดนามจึงถูกพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการปฏิรูปกฎหมายและขั้นตอนทางราชการ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อธุรกิจในระยะยาว
หนึ่งในแรงจูงใจสำคัญสำหรับนักลงทุนต่างชาติ คือ สิทธิประโยชน์ด้านภาษีและการลงทุน โครงการที่ตั้งอยู่ในเขตเศรษฐกิจและเขตเศรษฐกิจชายฝั่งสามารถได้รับสิทธิประโยชน์ด้านภาษีเงินได้นิติบุคคลในอัตราพิเศษ พร้อมช่วงยกเว้นและลดหย่อนภาษีในระยะเริ่มต้น รวมถึงการยกเว้นภาษีนำเข้าเครื่องจักร อุปกรณ์ และวัตถุดิบบางประเภท ซึ่งช่วยลดต้นทุนการลงทุนในช่วงตั้งต้นได้อย่างมีนัยสำคัญ
ในด้านสิทธิการใช้ที่ดิน เวียดนามเปิดโอกาสให้นักลงทุนต่างชาติสามารถเช่าที่ดินในเขตเศรษฐกิจเป็นระยะยาว พร้อมมาตรการลดหรือยกเว้นค่าเช่าที่ดินในบางช่วง โดยเฉพาะโครงการที่สอดคล้องกับอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ เช่น เทคโนโลยีขั้นสูง โลจิสติกส์ พลังงานสะอาด และอุตสาหกรรมที่สนับสนุนการส่งออก
นอกเหนือจากสิทธิประโยชน์เชิงตัวเลข เวียดนามยังมีจุดแข็งเชิงยุทธศาสตร์จาก เครือข่ายความตกลงการค้าเสรี (FTA) กับประเทศคู่ค้าหลัก ทั้งในยุโรป สหราชอาณาจักร และเอเชียแปซิฟิก อาทิ EVFTA, UKVFTA, CPTPP และ RCEP ทำให้เวียดนามกลายเป็นฐานการผลิตที่สามารถเข้าถึงตลาดโลกได้ในต้นทุนที่แข่งขันได้มากขึ้น
โอกาสของภาคธุรกิจไทยในเวียดนามตอนกลาง
ในบริบทดังกล่าว เขตเศรษฐกิจชายฝั่งภาคกลางของเวียดนามกำลังเปิดโอกาสใหม่ให้กับภาคธุรกิจไทยทั้งในฐานะนักลงทุน ผู้ผลิต และผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้องกับห่วงโซ่อุปทานระดับภูมิภาค โดยเฉพาะกลุ่มโลจิสติกส์, คลังสินค้า, ธุรกิจเทคโนโลยี, ธุรกิจอาหาร–เกษตรแปรรูป, ผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิก บรรจุภัณฑ์ และชิ้นส่วนยานยนต์.
จากมุมมองเชิงยุทธศาสตร์ เวียดนามถูกมองว่าเป็น แพลตฟอร์มเชิงยุทธศาสตร์สำหรับการขยายธุรกิจในระยะยาว ด้วยศักยภาพในการเป็นฐานการผลิตเพื่อการส่งออก ศูนย์กลางโลจิสติกส์ในอาเซียน และจุดเชื่อมโยงสำคัญระหว่างเอเชียกับตลาดโลก ซึ่งเขตเศรษฐกิจชายฝั่งภาคกลางและเขตการค้าเสรีดานัง ได้รับการพัฒนาให้เป็นกลไกหลักในการสนับสนุนบทบาทดังกล่าว
ลูกค้าที่สนใจประกอบธุรกิจใน CLMV หรือประเทศเขตอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (Great Mekong Subregion: GMS) ได้แก่ กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม ธนาคารไทยพาณิชย์มีสาขาต่างประเทศที่พร้อมจะดูแลและให้บริการ สนใจติดต่อ
https://www.scb.co.th/en/corporate-banking/international-network.html
ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก: ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาโฮจิมินท์ซิตี้ เวียดนาม
https://www.scb.co.th/vn/corporate-banking.html
#SCBInternationalBanking #TheMostAdmiredBank #SiamCommercialBank
2 บันทึก
1
1
2
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย