28 พ.ค. เวลา 18:53 • หนังสือ

บทที่ 1

สิบปีหลังวันสิ้นโลก ไม่รู้วันที่แน่ชัด หากนับตามฤดูกาล ก็น่าจะเป็นต้นฤดูใบไม้ผลิ
ข้าไม่ได้พบมนุษย์ที่ยังมีชีวิตมาเกือบครึ่งปีแล้ว
ตั้งแต่เช้าตรู่ พอตื่นขึ้นมา ข้าก็รู้สึกปวดท้องหน่วง ๆ อีกครั้ง พลางกอดท้องที่นูนขึ้นมา ข้าก็อดครุ่นคิดไม่ได้ว่า สิ่งที่อยู่ข้างในนั้นมันคืออะไรกันแน่
ข้าคิดว่าตัวเองน่าจะตั้งครรภ์ แต่สติก็บอกว่ามันเป็นไปไม่ได้ เพราะครั้งสุดท้ายที่ข้ามีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับผู้ชายก็คือเมื่อสามปีก่อน ทว่าท้องของข้ากลับเพิ่งเริ่มโตขึ้นอย่างช้า ๆ เมื่อสามเดือนก่อนนี้เอง หากนับตามเวลาแล้ว สิ่งที่อยู่ในท้องย่อมไม่มีทางเป็นเด็กไปได้ อีกอย่าง คนท้องสามเดือนก็คงไม่มีทางท้องใหญ่ขนาดข้า
ตลอดสามเดือนนี้ ข้ารู้สึกได้ว่าท้องค่อย ๆ โตขึ้น จึงเอาแต่คาดเดาว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ตอนแรกข้าคิดว่าตัวเองป่วย เพราะกินอะไรที่ไม่ควรกินเข้าไป
ในโลกวันสิ้นโลกที่กลายเป็นดินแดนรกร้างเช่นนี้ อาหารที่ผลิตในยุคอารยธรรมแทบทั้งหมดหมดอายุไปนานแล้ว ต่อให้หาอาหารที่เหลือรอดมาได้ ก็มักจะเน่าเสียไปหมด
ส่วนสัตว์และพืชกลายพันธุ์ที่ใช้เป็นอาหารได้ ใครจะรู้ว่าหากกินต่อเนื่องนาน ๆ จะเกิดความผิดปกติอะไรขึ้นบ้าง
เพื่อเอาชีวิตรอด ข้ากินทั้งพืชและสัตว์กลายพันธุ์สารพัดอย่าง โชคดีที่ยังไม่ถูกพิษตาย แต่บางทีโชคของข้าอาจใกล้หมดแล้วก็ได้
หลังจากใช้ชีวิตด้วยความคิดเช่นนี้อยู่เดือนครึ่ง ข้าก็เริ่มได้ยินเสียงหัวใจดวงเล็กอีกดวงหนึ่งในท้องเป็นครั้งคราว
โดยเฉพาะตอนกลางคืน เวลานอนนิ่งอยู่คนเดียว เสียงนั้นยิ่งชัดเจน
ข้าสงสัยว่าตัวเองหูแว่วหรือไม่ แต่สองเดือนต่อมา ข้ากลับสัมผัสได้ถึงการเคลื่อนไหวของสิ่งนั้นในท้อง
ครั้งแรกที่รู้สึกถึงการดิ้น ข้าตกใจไม่น้อย จากนั้นก็เริ่มคิดว่า ไอ้สิ่งที่อยู่ในท้องนี่มันตัวประหลาดอะไรกันแน่
แล้วก็มาถึงวันนี้ สิ่งที่ปกติค่อนข้างสงบ กลับเริ่มดิ้นพล่านอยู่ในท้องไม่หยุด
หรือว่ามันกำลังจะออกมาแล้ว?
ข้าคิดพลางดึงเสื้อผ้าบนตัวให้กระชับ ก่อนลุกขึ้นหยิบแก้วกับแปรงสีฟันไปนั่งยอง ๆ แปรงฟันอยู่ข้างร่องน้ำเล็กหน้าบ้าน
แปรงสีฟันอันนี้ เดิมทีขนแปรงหนาแน่น ตอนนี้เหลืออยู่แค่ไม่กี่เส้น แต่ข้าก็ยังใช้มันอยู่ เพราะแปรงสีฟันที่เคยหาได้ก่อนหน้านี้ถูกใช้หมดไปแล้ว หากโยนอันนี้ทิ้ง ต่อไปข้าคงได้แค่บ้วนปากแทนการแปรงฟัน
ยาสีฟันก็หมดไปนานแล้ว หาอะไรมาใช้แทนไม่ได้ จึงทำได้เพียงแปรงหลาย ๆ รอบเพื่อรักษาความสะอาด
หากเป็นเมื่อหลายปีก่อน ตอนที่มัวแต่หนีตาย ข้าคงไม่มีอารมณ์มาสนใจเรื่องฟัน แต่ตอนนี้ คนที่ยังมีชีวิตเหลืออยู่ก็มีไม่มาก ข้าอาศัยอยู่ที่นี่เพียงลำพัง สิ่งที่ทำได้ในแต่ละวันมีน้อย จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะเริ่มใส่ใจกับเรื่องเล็กน้อยพวกนี้
ในบ้านมีกระจกอยู่บานหนึ่ง ระหว่างเดินผ่าน ข้าก็เหลือบมองแล้วพบว่า ผมยาวขึ้นอีกแล้ว
นิสัยไม่ไว้ผมยาวของข้า เริ่มมาตั้งแต่วันสิ้นโลก บางช่วงเคยโกนหัวโล้นด้วยซ้ำ นอกจากหน้าหนาวที่หนาวไปหน่อย เวลาอื่นล้วนสะดวกสบาย อย่างน้อยก็ไม่ต้องลำบากเหมือนผู้หญิงพวกนั้นที่ผมมันเยิ้ม ไม่มีน้ำสระ จนจับตัวเป็นก้อนและเต็มไปด้วยเหา
สองปีมานี้ ผมของข้ายาวอยู่แค่ระดับใต้ใบหู เพราะไม่มีอุปกรณ์เหมาะมือ ข้าจึงไม่กล้าใช้มีดพร้าที่ปกติเอาไว้ฟันซอมบี้กับสัตว์กลายพันธุ์มาโกนหัว หากพลาดขึ้นมา บางทีอาจเฉือนหัวตัวเองหลุดไปด้วย
ความยาวระดับใต้หูนี่ ใช้พร้าตัดสะดวกที่สุด
ข้าหยิบมีดพร้าที่ใช้ฆ่าสัตว์กลายพันธุ์ขึ้นมา เทียบกับผมตัวเอง จากนั้นเอียงหัวแล้วตัดฉับลงไป
พร้าค่อนข้างทื่อ ดึงรั้งจนหนังหัวเจ็บ แต่แค่นี้ไม่ถือว่าอะไร ข้าหน้าไม่เปลี่ยนสี ตัดผมออกไปก้อนใหญ่ ก่อนจัดการอีกข้างเช่นเดียวกัน
พอส่องกระจกอีกครั้ง ก็ไม่ได้ต่างอะไรจากทรงหมาแทะ
แต่รู้สึกว่าหัวเบาขึ้นเยอะ ข้าจึงไม่สนใจว่ามันจะดูน่าเกลียดแค่ไหน เพราะหลายปีมานี้ก็เป็นเช่นนี้มาตลอด ชินตาไปแล้ว
ข้าวางมีดพร้าลง รวบผมที่ตัดออกมาเก็บไว้ ผมเอาไปทำของใช้ได้ ทิ้งไปก็น่าเสียดาย ข้าตั้งใจจะลองทำแปรงจากเส้นผมดู
บ้านที่ข้าอาศัยอยู่เป็นบ้านเก่าในชนบท แต่กำแพงหนา ประตูเหล็กก็แข็งแรง ข้าเลือกอยู่ที่นี่เพราะเหตุนี้ อีกทั้งบริเวณรอบ ๆ ก็แทบไม่มีซอมบี้ จึงค่อนข้างปลอดภัย เพียงแต่บางครั้งจะมีสัตว์กลายพันธุ์เยอะหน่อย
เดินจากโถงบ้านไปถึงครัว ข้าก็เห็นหนูกลายพันธุ์ตัวหนึ่งขนาดพอ ๆ กับลูกบาส กำลังปีนอยู่บนเตา
มันคิดจะขโมยอาหารในหม้อใหญ่ของข้า แต่เปิดแผ่นเหล็กที่ปิดไว้ด้านบนไม่ออก
ข้ายืนอยู่ตรงประตู มือหนึ่งกำมีดพร้า อีกมือค่อย ๆ เอื้อมไปจับกะละมังที่วางอยู่ข้างประตู
จากนั้นก็ก้าวพรวดเข้าไป ฟันมีดพร้าใส่มันทันที
เจ้าหนูนั่นเจ้าเล่ห์มาก หลายครั้งก่อนข้าจับมันไม่ได้ แต่ครั้งนี้ข้าเตรียมพร้อมแล้ว
มันตกใจจนหนีลนลาน วิ่งลอดกะละมังที่ข้าครอบลงไป แล้วพุ่งจากเตาลงพื้น
ข้าจ้องจังหวะนั้น ก่อนตบขอบเตาเต็มแรง
ได้ยินเพียงเสียง “ปัง!”
แผ่นเหล็กขนาดใหญ่ที่ติดอยู่บนเพดานร่วงลงมาทับหนูตัวนั้นพอดี
แต่ข้าไม่กล้าผ่อนคลาย รีบพุ่งเข้าไปกดแผ่นเหล็กไว้ แล้วออกแรงกดลงตรงตำแหน่งที่หนูนูนขึ้นมา
ข้ารู้สึกได้ว่าหนูตัวนั้นกำลังดิ้น เสียงร้องจี๊ด ๆ เต็มไปด้วยความเจ็บปวด
แต่ข้าไม่ใจอ่อนแม้แต่น้อย ใช้ด้ามมีดพร้ากระแทกลงบนแผ่นเหล็กซ้ำแล้วซ้ำเล่า
จนมั่นใจว่าหนูกลายพันธุ์ตัวนั้นตายสนิทแล้ว ข้าจึงยกแผ่นเหล็กออก
หนูตายแล้วจริง ๆ
สำหรับของเหลวสีแดงขาวที่ไหลทะลักออกมา ข้าชาชินไปนานแล้ว
ข้าคว้าหางหนูโยนลงกะละมัง ตั้งใจว่าจะจัดการมันหลังจากกินข้าวเสร็จ
จับเจ้าหนูที่ชอบมาขโมยอาหารได้ อารมณ์ของข้าค่อนข้างดี
หนูอ้วนขนาดนี้ หากจัดการดี ๆ ก็เป็นเนื้อได้มื้อใหญ่ทีเดียว
ข้าเปิดแผ่นเหล็กบนหม้อ ภายในมีมันหวานสองหัวกับหมั่นโถวสองลูก
มันหวานข้าปลูกเองในลานบ้าน สองปีที่อยู่ที่นี่ ข้าปลูกมันมาตลอด เพราะมันปลูกง่ายและให้ผลผลิตเยอะ ในห้องใต้ดินยังเหลืออีกกระสอบหนึ่งที่กินไม่หมด
ส่วนหมั่นโถวก็ข้าทำเอง แม้แต่แป้งก็ยังโม่เองด้วย
ตรวจดูจนแน่ใจว่าอาหารไม่ได้ถูกอะไรกัดแทะ ข้าจึงปิดฝาแล้วนั่งหน้าเตา จุดไฟเตรียมอุ่นอาหาร
ฟืนมีเยอะมาก เพราะใกล้ ๆ มีภูเขา แค่เดินไปเก็บก็พอใช้แล้ว
แต่ตอนแรกที่เพิ่งมาที่นี่ ข้าไม่รู้วิธีตัดฟืน ตัดมาได้แต่กิ่งสดเขียว ๆ จุดยังไงก็ไม่ติด
แม้ฟืนจะมีมาก แต่ไฟแช็กกลับใกล้หมดแล้ว
ไฟแช็กสีเขียวราคาถูกในมือข้าคืออันสุดท้าย ก่อนหน้านี้ไฟแช็กทั้งกล่องถูกใช้หมดไปแล้ว
หากอันนี้หมดอีก ข้าคงต้องหาทางเก็บไฟไว้ในเตาตลอดเวลา เพราะข้าไม่มีวิธีก่อไฟเอง
หรือบางที...
คงต้องออกไปหาของใช้เพิ่มอีกครั้ง
เมื่อนึกถึงตรงนี้ ข้าก็เผลอลูบท้องที่นูนขึ้นมาอีกครั้ง
จริง ๆ เมื่อหลายเดือนก่อน ข้าก็คิดจะออกไปหาของใช้จำเป็นแล้ว เพราะเสบียงหลายอย่างใกล้หมดเต็มที
แต่ถ้าจะไป ข้าต้องเดินทางไกลกว่าเดิม ไปยังเมืองที่ไม่คุ้นเคย
เมืองเล็กใกล้ ๆ ที่เดินครึ่งวันก็ถึง ถูกข้าค้นจนแทบไม่เหลืออะไรมีประโยชน์แล้ว
เดิมทีก็ไม่ใช่เมืองเจริญอะไร หลังวันสิ้นโลกถูกผู้รอดชีวิตกวาดไปหลายรอบ ก็แทบไม่เหลืออะไร
ข้ามาอยู่ที่นี่ทีหลัง ตอนนั้นไม่ว่าจะในหมู่บ้านหรือในเมืองก็ไม่มีคนเหลืออยู่แล้ว แม้แต่ซอมบี้ก็มีเพียงประปรายไม่กี่ตัว
หากอยากหาของ ข้าต้องไปไกลกว่านี้ ไปยังที่อันตรายกว่าเดิม
นอกจากจักรยานพัง ๆ คันหนึ่ง ข้าก็ทำได้แค่เดินเท้า
ไปกลับอย่างต่ำก็คงสิบวัน
ใครจะรู้ว่าเมืองที่ไกลออกไปยังเหลือซอมบี้มากแค่ไหน
ถึงข้าจะเก่งแค่ไหน ก็ไม่มีทางพุงโตแล้วถูกซอมบี้รุม แต่ยังแบกของหนีออกมาได้โดยไม่บาดเจ็บเลยสักนิด
โฆษณา