29 พ.ค. เวลา 01:00 • ข่าวรอบโลก

ทรัพยากรร่อยหรอ เพราะคนไม่รู้จักพอ ? เราได้ใช้ทรัพยากรเกินขีดจำกัด ที่โลกจะรองรับได้ไปแล้ว

ในอดีตมนุษย์เคยเชื่อว่า โลกใบนี้ใหญ่พอสำหรับทุกอย่าง
เราตัดถนนเข้าไปในป่า ขุดน้ำมันขึ้นมาจากใต้ดิน สร้างเมืองสูงขึ้นเรื่อยๆ ผลิตอาหารได้มากกว่าเดิมหลายเท่า
ขณะเดียวกันประชากรโลกก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วราวกับไม่มีขีดจำกัดอะไรขวางอยู่
และทุกครั้งที่คนเพิ่มขึ้น โลกก็ดูเหมือนจะยิ่ง ‘เจริญ’ มากขึ้นเรื่อยๆ
แต่ตอนนี้ นักวิทยาศาสตร์บางส่วนเริ่มมองว่า เราอาจกำลังเดินมาถึงจุดที่โลกเริ่มส่งสัญญาณว่า “ไม่ไหวแล้ว”
งานวิจัยใหม่ในหัวข้อ Global human population has surpassed Earth’s sustainable carrying capacity ได้ย้อนดูความสัมพันธ์ระหว่างจำนวนประชากรมนุษย์กับทรัพยากรของโลกตลอดช่วงเวลากว่า 200 ปีที่ผ่านมา
บทสรุปที่พบคือ ทรัพยากรบนโลกในยุคก่อนปี 1950 ยังพอเติบโตไปพร้อมกับจำนวนคนได้ เพราะมนุษย์ยังใช้ทรัพยากรในระดับที่ธรรมชาติพอฟื้นตัวทัน
แต่หลังจากนั้น โดยเฉพาะช่วงหลังยุคอุตสาหกรรมเต็มตัว ทุกอย่างเริ่มเปลี่ยนไป
และเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว
ประชากรเพิ่มขึ้น เมืองขยายใหญ่ขึ้น ความต้องการพลังงานพุ่งสูงขึ้น อาหารต้องผลิตมากขึ้น และสิ่งที่ช่วยให้มนุษย์ทำทั้งหมดนี้ได้ก็คือ เชื้อเพลิงฟอสซิล
น้ำมัน ถ่านหิน และก๊าซธรรมชาติ กลายเป็นเหมือนพลังวิเศษของอารยธรรมมนุษย์ ทำให้เราผลิตอาหารเลี้ยงคนได้มหาศาล สร้างระบบขนส่ง เชื่อมโลกทั้งใบเข้าหากัน และผลักดันเศรษฐกิจให้โตแบบก้าวกระโดด
แต่ขณะเดียวกัน สิ่งนี้ไม่ต่างอะไรกับการยืมทรัพยากรจากอนาคตมาใช้ก่อน
เพราะยิ่งโลกพึ่งพาพลังงานเหล่านี้มากเท่าไร ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมก็ยิ่งหนักขึ้นเท่านั้น
โลกร้อนขึ้น ป่าไม้ลดลง แม่น้ำหลายสายเริ่มเสื่อมโทรม สัตว์ป่าหายไปจากพื้นที่เดิม และภัยพิบัติก็เริ่มกลายเป็นเรื่องที่เกิดถี่ขึ้นทุกปี
นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยฟลินเดอร์ส (Flinders University) ประเทศออสเตรเลียทีทำการศึกษาประเด็นนี้ อธิบายว่าทุกวันนี้มนุษย์อาจกำลังใช้ทรัพยากรเกินขีดจำกัดที่โลกจะรองรับได้ไปแล้ว
และยังตั้งข้อสังเกตด้วยว่า ถ้าทุกคนบนโลกอยากมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีอาหารเพียงพอ มีพลังงานใช้ มีความมั่นคงทางชีวิต โดยไม่ทำลายระบบนิเวศจนเกินไป โลกอาจรองรับประชากรได้เพียงประมาณ 2.5 พันล้านคนเท่านั้น
แต่ปัจจุบัน โลกมีคนมากกว่า 8 พันล้านคนไปแล้ว
แน่นอนว่า งานวิจัยไม่ได้กำลังบอกว่าโลกจะล่มสลายในวันพรุ่งนี้ หรือมนุษย์ต้องลดจำนวนประชากรลงถึงจะรอด
แต่สิ่งที่พยายามเตือนผ่านการศึกษาจริงๆ คือ วิธีที่มนุษย์ใช้ชีวิตอยู่ตอนนี้ กำลังกดดันโลกหนักเกินไป
เพราะปัญหาไม่ได้อยู่แค่ว่าคนเยอะไปอย่างเดียว แต่เป็นเพราะคนเยอะแล้วแถมยังใช้ทรัพยากรอย่างฟุ่มเฟือย ไม่บันยะบันยังใดๆ
โดยคนจำนวนไม่น้อยใช้ชีวิตโดยต้องพึ่งพาพลังงานมหาศาล เสื้อผ้าถูกผลิตและทิ้งเร็วกว่าเดิม อาหารจำนวนมากถูกผลิตเกินความจำเป็น เมืองขยายตัวกินพื้นที่ธรรมชาติ และเศรษฐกิจโลกยังขับเคลื่อนด้วยแนวคิดว่าต้องโตขึ้นเรื่อยๆ โดยไม่สนว่าทรัพยากรของโลกจะเพิ่มตามทันหรือไม่
นักวิจัยยังตั้งข้อสังเกตชวนคิดด้วยว่า ระหว่าง จำนวนประชากร กับ พฤติกรรมการบริโภค อะไรสำคัญกว่ากันในการทำลายโลก
สำหรับมุมของนักวิจัย เขาบอกว่า ทั้งสองอย่างสำคัญพอๆ กัน
เพราะต่อให้จำนวนประชากรลดลง แต่ถ้าคนยังใช้ทรัพยากรแบบฟุ่มเฟือย โลกก็ยังพังเหมือนเดิม ขณะเดียวกัน
หรือต่อให้ทุกคนใช้ชีวิตอย่างประหยัด แต่ถ้าจำนวนประชากรเพิ่มขึ้นต่อเนื่องโดยไม่มีการจัดการ ธรรมชาติก็ยากจะจัดสรรทรัพยากรให้ไหว
ฉะนั้น สิ่งที่ควรคิดในวันนี้คือ มนุษย์ควรใช้ชีวิตแบบไหน ถึงจะอยู่ร่วมกับโลกใบนี้ได้จริงๆ โดยไม่ผลักภาระทั้งหมดไปให้คนรุ่นต่อไป
ศึกษาเพิ่มเติมผ่านงานวิจัย Global human population has surpassed Earth’s sustainable carrying capacity https://iopscience.iop.org/article/10.1088/1748-9326/ae51aa
โฆษณา