29 พ.ค. เวลา 03:36 • นิยาย เรื่องสั้น

🙏บันทึกประสบการณ์ทางจิต ep11.1 "สิ้นกลัวเพราะอาจารย์ อาจาริยบูชา🙇(ต่อ)"

เมื่อกินข้าวที่โรงครัวเสร็จเรียบร้อยก็สะพายเป้ถือเต๊นท์ เดินไปตามทางที่หลวงพ่อบอก ในป่าต่อให้เป็นเวลากลางวันก็เงียบอยู่ดี เงียบขนาดที่ว่าเดินอยู่ได้ยินเสียงหายใจตัวเองเสียงเท้าทุกก้าว ตอนหลวงพ่อบอกเราก็นึกว่าใกล้ๆ เดินไปๆมองไม่เห็นศาลาแล้ว เดินไปๆ อ้าว มองไม่เห็นกุฏิหลวงพ่อแล้ว ก็ยังไม่ถึง
เดินไปอีกพ้นแนวไม้เจอทางจงกรมที่ทำแบบง่ายๆเหมือนที่เจอในถ้ำบนยอดเขาหลวง(ไว้ถ้าเจอรูปที่ถ่ายไว้จะนำมาลง)ทางจงกรมเป็นทางเอาหินมาเรียงต่อกันเป็นแนวกว้างประมาณศอก ยาวประมาณ15เมตรได้ รอบๆเต็มไปด้วยใบไม้แห้งแต่ในทางกลับสะอาดเรียบไม่มีเศษกรวดแม้จะเป็นพื้นดิน ทำให้ติดได้ว่าแสดงว่ามีผู้มาทำความเพียรตลอด
พ้นทางจงกรมเป็นพลานหินกว้างเหมือนหินภูเขาไฟมีรูมีร่องมีน้ำขัง เลยพลานหินไป ตัดลงทางลาดเป็นทางเดินขอบผาคิดว่าใช่แน่ ดูนาฬิกาเราเดินมาได้15นาทีแล้ว15นาทีแบบเดินไม่หยุดในป่านี่เราเดินมาไกลจากศาลาแค่ไหน ห่างกุฏิหลวงพ่อเท่าไหร่ ...แล้วที่หลวงพ่อบอกว่าไม่ต้องกลัวมีอะไรจะมาดู หลวงพ่อจะมาเหรอ มายังไงนี่มันก็ไม่ใกล้แบบระยะมองเห็นนะ ใจเริ่มมีคำถามต่างๆนาๆ😅 ถึงทางเดินขอบผาด้านขวามือทางลาดมีห้องน้ำที่มุงด้วยสังกะสีแบบพอให้มีใช้
ด้านซ้ายจะเป็นแนวทางเดินยาวไปเลาะไปตามขอบผาที่มีความกว้างทางเดินประมาณ1เมตร ขอบทางเดินจะเป็นผาลงไปมีห้วยหรืออ่างเก็บน้ำกว้างใหญ่อยู่ด้านหน้า มีต้นไม้สูงใหญ่ตามแนวผาขึ้นเต็มลงไปถึงด้านล่าง มีชะง่อนหินมีที่พักเป็นการนำไม้กระดานมาตีต่อกันปูเป็นพื้นอยู่ใต้ชะง่อนหินนั้น แน่ใจใช่ที่นี่แหละที่หลวงพ่อบอก แต่รกมากเหมือนไม่มีคนมาสักพัก ใบไม้แห้งเต็มพื้นที่ เดินทุกก้าวมีเสียงแกรบๆ บนต้นไม้มีเสียงจ๊อกแจ๊กกุกกักตามแนวยอดไม้นิดหน่อย บนไม้กระดานที่พักก็มีเศษใบไม้เศษอะไรไม่รู้กลมๆเหมือนขี้กระต่าย
นั่งพักวางสัมภาระ มือถือไม่มีสัญญาน แบตเตอรี่เหลือ 75%พร้อมเพาเวอร์แบงค์หนึ่งก้อนเต็ม หมุนไปหมุนมาเจอไม้กวาด จึงทำความสะอาดโดยรอบกวาดพื้นที่พัก กวาดใบไม้ออกจากทางเดินแล้วก็นึกได้ว่า นี่เราอยู่คนเดียวในป่าที่เงียบกริบขนาดนี้ ไม่น่ากวาดพื้นทางเดินเลยเผื่อมีใครเดินมาจะได้ได้ยินเสียงก่อน กวาดเสร็จมานั่งดูรูปลบรูปที่ถ่ายมาเรื่อย เล่นไปเล่นมาแบตเตอรี่เหลือ 60%
ดูนาฬิกาบ่ายสามโมงครึ่ง ไม่มีใครมาสักกะคน จะเดินกลับไปหาหลวงพ่อก็ไกล กว่าจะเดินไปเดินกลับ จึงจัดแจงเก็บของรื้อสัมภาระกินขนมกินน้ำที่พกมา แล้วไปอาบน้ำเปลี่ยนชุด แล้วกลับมานั่งจดบันทึกลงในโทรศัพท์ แบตเตอรี่เหลือ 40% ดูนาฬิกาสี่โมงกว่าจะห้าโมง
ยังไม่ทันได้คิดอะไรยุงเริ่มมาเริ่มมาเยอะขึ้น อากาศจากที่ร้อนอบอ้าว ตอนนี้เริ่มเย็นจนรู้สึกได้ จึงนึกขึ้นได้ว่า อ้าว ยังไม่ได้กางเต๊นท์ ต้องรีบกางเต๊นท์เพื่อจะเข้าไปหลบยุง เต๊นท์กางออกมาอ้าว!!! งานงอก เป็นเต๊นท์แบบประกอบที่ตอนนั้นเรายังกางไม่เป็น นึกว่าเป็นเต๊นท์สำเร็จแบบกางเด้ง ต้องดูภาพในถุงเต๊นท์แล้วประกอบตาม กางเสร็จ เอ้า เต๊นท์นั่งนอนไม่ได้ ถ้านอนต้องนอนหดขา พอเอาตัวเข้าไปนั่งเอากระเป๋าเข้าไปวางพิงหลังได้ เสื้อที่ใช้ขี่รถก็เอามากางปูพื้น
ตอนนี้ข้างนอกเต๊นท์ซอฟเฟลก็เอาไม่อยู่ มากันเยอะและตัวใหญ่ไอ้ตัวที่ดูดเลือดอยู่ เป่าไล่ไม่ยอมไป ถึงขนาดต้องเอานิ้วจิ้มสะกิดที่ตัวยุงถึงจะบินหนีไป นาฬิกาห้าโมงกว่าๆ จู่ๆแสงที่เคยมีเคยสว่างก็หายไปเฉยๆ เริ่มมืดและมืดลงเร็วมาก ไม่มีไฟต้องใช้ไฟแฟลชจากมือถือ กับหลอดledจากเพาเวอร์แบงค์ ตอนนั้นใจเริ่มว้าวุ่นแล้ว😅
คิดจะออกไปหาหลวงพ่อตอนนี้ก็ไม่ทันมืดกลางทางแน่ แถมทางเดินน่าจะมองไม่เห็น งูไม่ต้องห่วงมีแน่นอน เสือไม่แน่เพราะตอนเคยมาครั้งแรก หลวงพ่อกับชาวบ้านเคยบอกว่ามีมาจากทางฝั่งเขมรและจะเสียฟอร์มด้วย เอาวะ!!! ชีวิตนี้จะได้เจอโอกาสแบบนี้สักกี่ครั้ง ตอนลองให้สุด เราจะอยู่ถึงเช้าให้สว่างคาตาไปเลย (ความสนุกอยู่ที่ค่ำคืนนี้ ขออนุญาตต่อep. 11.2)
#บันทึกประสบการณ์ทางจิต
#ธรรมมะจัดสรร
#วัดป่าภูดินสอ
โฆษณา