29 พ.ค. เวลา 07:41 • ภาพยนตร์ & ซีรีส์

Legend of the 7 Vampires (1974) มังกรเหล็กถล่ม 7 จอมมาร

หนังที่ทั้งมั่ว ทั้งเชย ทั้งบ้า…แต่ดันคลาสสิกอย่างประหลาด
ถ้าจะมีหนังสักเรื่องที่สามารถอธิบายได้ด้วยคำว่า “อะไรวะเนี่ย” ตั้งแต่นาทีแรกยัน End Credit แล้วกลับกลายเป็นหนังที่คนยังพูดถึงกันมาจนทุกวันนี้ Legend of the 7 Vampires หรือชื่อไทยสุดสะเด่าว่า “มังกรเหล็กถล่ม 7 จอมมาร” ก็น่าจะติดอันดับต้นๆ แบบไม่ต้องสงสัย
นี่คือหนังที่เอา Dracula ของอังกฤษ มาชนกับผีดิบจีน กังฟูแบบชอว์บราเดอร์ส ซอมบี้ หน้ากากยาง หนังผจญภัย และความเพี้ยนแบบ exploitation ของยุค 70 มาปั่นรวมกันเหมือนคนเมาเหล้าขาวแล้วโยนทุกอย่างลงหม้อไฟ และเรื่องประหลาดที่สุดก็คือ…มันดันดูสนุกเสียด้วย
...............
เมื่อราชาหนังผีอังกฤษเริ่มหมดมนตร์
Hammer Film Production คือบริษัทหนังระดับตำนานของอังกฤษ ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1934 และกลายเป็นราชาแห่งหนังสยองขวัญในช่วงยุค 1950-1960 ถ้าพูดถึง Dracula, Frankenstein, The Mummy หรือหนังโกธิกสยองขวัญสีจัดๆ เลือดแดงสด ปราสาทหมอกหนาๆ คนทั่วโลกก็นึกถึง Hammer ก่อนแทบทั้งหมด Hammer คือบ้านของคริสโตเฟอร์ ลีในบทแดร็กคูล่า และปีเตอร์ กุชชิ่งในบทแวน เฮลซิ่ง ชายแก่หน้าเคร่งที่พร้อมจะถือไม้กางเขนไปปราบผีทุกเมื่อ
ปัญหาของ Hammer คือพอเข้าสู่ยุค 70 โลกภาพยนตร์เริ่มเปลี่ยน คนดูเริ่มเบื่อหนังผีโกธิกแบบเดิมๆ หนังสยองยุคใหม่อย่าง The Exorcist หรือ Texas Chainsaw Massacre กำลังเข้ามาแทนที่ ความน่ากลัวแบบเก่าของ Hammer เริ่มดูเชย คล้ายขุนนางอังกฤษแก่ๆ ที่ยังใส่วิกเดินอยู่ในห้างสรรพสินค้า
ในเวลาเดียวกัน ฝั่งฮ่องกงเองก็เปลี่ยนเช่นกัน
................
เมื่อชอว์อยากโกอินเตอร์
Shaw Brothers ที่เคยยิ่งใหญ่จากหนังจอมยุทธ์เริ่มถูก Golden Harvest แย่งความนิยม โดยเฉพาะหลังบรูซ ลีระเบิดโลก โลกทั้งใบก็เหมือนโดนหมัดกังฟูเข้าหน้า คนดูเริ่มคลั่งไคล้กังฟูดิบๆ มากกว่าหนังจอมยุทธ์แบบเดิมของชอว์ แต่ชอว์บราเดอร์สก็ยังไม่ใช่เสือแก่ที่จะยอมตายง่ายๆ
เมื่อทั้ง Hammer และ Shaw ต่างกำลังหาทางรอด การร่วมทุนระหว่างตะวันตกกับตะวันออกจึงเกิดขึ้น(ก่อนหน้านี้ชอว์ก็ชอบไปจับมือทำหนังทุนต่ำกับนายทุนอิตาลี) และผลลัพธ์ก็คือหนังที่เหมือนฝันไข้ของคนดูหนังเกรด B เรื่องนี้เอง
................
Dracula เดินทางสู่เมืองจีน…ฟังดูบ้าใช่ไหม
เนื้อเรื่องของ Legend of the 7 Vampires นั้น ถ้าพูดกันตรงๆ คือ ไม่มีเหตุผลอะไรเลย
หนังเปิดเรื่องด้วยนักบวชจีนผมยาวคนหนึ่ง เดินทางฝ่าหิมะไปถึงทรานซิลเวเนียเพื่อเชิญแดร็กคูล่า ไปช่วยฟื้นคืนอำนาจของวิหาร 7 จอมมาร
ใช่ครับ…เดินทางจากจีนไปหาแดร็กคูล่า
ฟังดูเหมือนพล็อตที่คิดตอนตีสามหลังอดนอนมาหลายวัน ประเภทว่า คิดได้ไงกันเนี่ย
จากนั้น Dracula ก็ตกลงแบบง่ายๆ แล้วเข้าสิงร่างนักบวชจีนทันที ก่อนหนังจะตัดไปอีกหนึ่งศตวรรษให้ แวน เฮลซิ่งเดินทางมาบรรยายเรื่องแวมไพร์ในเมืองจีนร่วมกับลูกชาย แล้วเดวิด เจียงก็โผล่มาชวนทั้งหมดไปช่วยหมู่บ้านของเขาปราบผี
พล็อตแค่นี้เลยจริงๆ
หนังไม่เสียเวลาอธิบายว่าทำไมแดร็กคูล่าถึงสนใจมาเมืองจีน ทำไมผีจีนถึงต้องร่วมงานกับแวมไพร์ยุโรป หรือทำไมทุกคนดูโอเคกับสถานการณ์นี้เหลือเกิน แต่นั่นแหละคือเสน่ห์ของมัน
มันเป็นหนังที่ไม่สนความสมเหตุสมผลเลยแม้แต่นิดเดียว แต่กลับมีพลังแบบหนัง exploitation เต็มเปี่ยม คือเอาทุกอย่างที่ “น่าจะขายได้” มายำรวมกันให้สุดทาง
หนังของ Hammer หรือหนังของชอว์กันแน่
แม้ผู้กำกับในเครดิตจะเป็น รอย วอร์ด เบเกอร์จากฝั่งอังกฤษ แต่ความจริงแล้วมีรายงานกันว่าจางเชอะเข้ามาช่วยกำกับหลายส่วน เพียงแต่ไม่มีชื่อในเครดิต และดูยังไงนี่ก็ “หนังชอว์บราเดอร์ส” มากกว่าหนัง Hammer ทั้งฉากในสตูดิโอ หมู่บ้านปลอมๆ แสงสีจัดจ้าน การเคลื่อนกล้อง และโดยเฉพาะคิวบู๊ ทุกอย่างเต็มไปด้วยกลิ่นอาย Shaw Brothers แบบเข้มข้น บางช่วงรู้สึกเหมือนแวน เฮลซิ่งหลุดเข้าไปอยู่ในหนังของจางเชอะมากกว่า
ยิ่งได้ถังเจียกับหลิวเจียเหลียงมาดูแลฉากแอ็กชัน หนังจึงมีฉากสู้ที่สนุกเกินคาด เดวิด เจียงเองก็มีคาริสม่าเหลือล้น ขนาดปีเตอร์ กุชชิ่งยังดูเหมือนแขกรับเชิญในบางฉาก ที่ตลกคือ แก เล่นจริงจังมาก ต่อให้รอบตัวจะมีผีดิบหน้ากากยางกระโดดไปมาจนงง เขาก็ยังเล่นด้วยพลังแบบละครเวทีเช็คสเปียร์เต็มร้อย แต่ความจริงจังของเขานี่เองที่ทำให้หนังไม่พังเละไปเสียก่อน
ความห่วยที่กลายเป็นเสน่ห์
ต้องพูดกันตรงๆ ว่า ถ้ามองในแง่คุณภาพงานสร้าง หนังเรื่องนี้เต็มไปด้วยปัญหา บทภาพยนตร์หลวมมาก จังหวะเล่าเรื่องสะเปะสะปะ ตัวละครเยอะจนจำไม่ได้ เทคนิคพิเศษหลายอย่างดูเหมือนรีบทำ และพวก 7 จอมมารก็เหมือนคนใส่หน้ากากยางวิ่งออกมาจากบ้านผีสิงงานวัด ขนาดคริสโตเฟอร์ ลีเองที่เดิมทีถูกวางตัวให้กลับมาเล่นเป็นแดร็กคูล่ายังขอถอนตัวหลังอ่านบทจบ
ซึ่งก็เข้าใจได้ เพราะบทมันชวนให้สงสัยว่า “นี่ พวกเราจะทำหนังแบบนี้่เหรอ จริงสิ(ฮา)”
แต่เรื่องประหลาดคือ ความสุกเอาเผากินทั้งหมดนี้กลับรวมตัวกันเป็นเสน่ห์แบบหนัง cult มันดิบ มันเพี้ยน มันมั่ว แต่มันจริงใจอย่างประหลาด หนังไม่ได้พยายามจะเป็นงานศิลปะชั้นสูง มันแค่อยากเอาคนดูเข้าสู่โลกที่แดร็กคูล่าสู้กับกังฟูจีนด้วยหอก ดาบ และคบไฟ และมันก็ทำสิ่งนั้นอย่างสุดแรง
ทุกวันนี้ Legend of the 7 Vampires อาจไม่ใช่หนังดีในความหมายดั้งเดิม แต่มันคือหนังที่ยังมีชีวิต คนยังหยิบมันมาดู ยังพูดถึง ยังหัวเราะกับความเพี้ยนของมัน และยังหลงรักมันในฐานะหนังที่กล้าพอจะเพี้ยนสุดกู่ เพราะบางครั้ง หนังที่สมบูรณ์แบบอาจถูกลืมไปตามกาลเวลา
แต่หนังประหลาดๆ ที่เต็มไปด้วยรอยปะผุ และความบ้าคลั่งแบบนี้ต่างหาก ที่มักอยู่รอดในความทรงจำของคนดูได้นานกว่าใคร
กำกับ - รอย วอร์ด เบเกอร์ / จางเชอะ (ไม่มีชื่อในเครดิต)
แสดงนำ - ปีเตอร์ คุชชิ่ง, เดวิด เจียง, ซือซือ
ออกแบบคิวบู๊ - ถังเจีย, หลิวเจียเหลียง
โฆษณา