-แต่ที่แน่ๆ BULLY คืองานพักฟื้นเพื่อคืนวงการของแร็ปเปอร์อีโก้จัดที่อยากพา the old Kanye คนดีคนเดิมกลับมาด้วยวิถีที่เพลย์เซฟสุดๆ เป็นการเขย่ายุค The College Dropout, The Life of Pablo, DONDA มาระคนกัน เทคนิคลูกเล่นแซมเปิ้ล กอสเปล chipmunk soul บีทอึกทึกครึกโครมยังคงกลิ่นไว้ไม่จาง แต่ด้วยความคุ้นเคยนี้เองก็เป็นวิถีเพลย์เซฟที่ทำให้กราฟความตื่นเต้นไต่ระดับไปสู่จุดแผ่วปลายอย่างเห็นได้ชัด กลายเป็นความกลางสุดๆของ Kanye ที่ไม่อยากให้คาดหวังอะไรมากนัก
-เริ่มตั้งแต่ การประกาศกร้าวความยิ่งใหญ่ที่ไม่มีใครแทนที่ได้ตั้งแต่แทร็ค KING การนำเพลงเก่าที่เคย preview ในโฆษณา Beat by Dre อย่าง FATHER มาปรับจูนโดดเด้งใหม่ ร่วมกับทายาทอสูร Travis Scott มาประสานพลังความฉวัดเฉวียนวูบวาบ BULLY ไตเติ้ลแทร็คสมมงความเป็น centerpiece โดยแท้จริง การแผดเสียงแหบพร่าของ Cee Lo Green ในท่อนฮุก ช่วยยกระดับความหยิ่งทะนงได้อย่างน่าขนลุก
-โมเมนต์แห่งความแช่มชื้นประหนึ่ง the old Kanye เริ่มกลับมาอย่างชิวล์ๆมากขึ้น อาทิเช่น PUNCH DRUNK, WHATEVER WORKS, PREACHER MAN, BEAUTY AND THE BEAST การเริ่มปลงและจมไปกับความไม่แน่นอนของชื่อเสียงได้บ้างแล้วในเพลง HIGHS AND LOWS การเอาคลิปเสียงคุณแม่ Donda West มาระลึกความหลังอีกครั้งใน Outro เพลง MAMA’S FAVORITE เป็นการตอกย้ำความคิดถึงแม่ของเขาอย่างสุดหัวใจ โดยไม่ต้องเว่อร์วังแบบในยุค DONDA
-ความพยายามประนีประนอมกับดราม่าชังชาวยิวที่ผ่านมาในเพลง ALL THE LOVE ที่แวดล้อมด้วยความมะรุมมะตุ้ม ประหนึ่งแกกำลังหยอกเย้ากับเสียงในหัวที่วุ่นวายด้วยดราม่าทั่วทุกสารทิศ ซึ่งเพลงนี้เองก็มีประเด็นกังขาเรื่องการใช้ AI ในเวอร์ชั่นก่อนหน้านั้นที่เคยเอาไป preview ในเซี่ยงไฮ้เมื่อปีที่แล้วด้วย แต่ ณ ตอนนี้แกก็เคลมแล้วว่า No AI ในอัลบั้มนี้
-พอเราได้เห็นร่องแห่งความคุ้นเคยที่เริ่มเดาทาง มันก็อดคิดไม่ได้ถึงความแผ่วที่เริ่มจะไม่เซอร์ไพร์สในช่วงท้าย ไม่ว่าจะเป็น WHITE LINES ที่ interpolate เพลง They Long To Be (Close To You) ของ The Carpenters ซึ่งก็ไม่เซอร์ไพร์สอะไรมาก เอาเข้าจริง Frank Ocean ก็เคยทำมาแล้วในเพลง Close To You แตกต่างกันแค่เวอร์ชั่น Kanye จะหนักออโต้จูนและขมุกขมัวกว่า ในส่วนของสองแทร็คสุดท้ายที่ตอกย้ำความแผ่วสุดๆอย่าง LAST BREATH ที่เกาะกระแส reggaeton แบบงงๆ และ THIS ONE HERE ที่ดูเหมือนจบอัลบั้มแบบส่งๆไปงั้น