Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
อ
อาทิตย์เรือนสิบ
•
ติดตาม
30 พ.ค. เวลา 06:17 • ความคิดเห็น
ในสติปัฏฐาน4 ทั้งการดูกายในกาย ดูเวทนาในเวทนา ดูจิตในจิต และเห็นธรรมในธรรมนั้น จิตเป็นผู้ดู เป็นผู้รู้สึก และเป็นผู้เห็นใช่ไหมครับ ?
ความเห็นส่วนตัวนะคะ
เราเรียกสิ่งนี้ว่า “จิตผู้รู้” หรือ “สติ” ค่ะ
ที่สุดท้ายเมื่อรู้ไปเรื่อยๆแล้ว
ในที่สุด จะพบว่าแม้แต่”จิตผู้รู้“ ก็ไม่มีอยู่จริง
.
ปล. เอาข้อเขียนน่าสนใจมาฝากค่ะ
🌱 ใจทำงานอย่างไร 🌱
.
เมื่อจิตเป็นเหตุ ทุกข์จึงเกิด และทุกข์จึงดับได้
.
เมื่อมนุษย์เริ่มเข้าใจว่า
ชีวิตดำเนินไปตามเหตุและผล 🎯
และกรรมเกิดจากการกระทำทางกาย วาจา ใจ
.
คำถามถัดมาที่สำคัญยิ่งกว่า คือ
“แล้วใจที่เป็นต้นเหตุของกรรม ทำงานอย่างไร” 🧠
.
พระพุทธเจ้าทรงชี้ให้เห็นว่า
แม้กายจะเป็นผู้กระทำ
แม้วาจาจะเป็นผู้พูด
แต่สิ่งที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมด
คือ ใจ 🌊
.
ถ้าใจไม่คิด
กายจะไม่ขยับ
ถ้าใจไม่ตั้ง
วาจาจะไม่เปล่ง
.
ใจจึงเป็นจุดเริ่มต้นของทุกการกระทำ
.
พระพุทธเจ้าทรงสอนว่า
ใจไม่ได้มีเพียงด้านเดียว
แต่ประกอบด้วยสภาพหลายอย่าง
ที่ทำงานร่วมกันตลอดเวลา
.
คำแรกคือ จิต
.
จิต คือสภาพรู้
เป็นสิ่งที่รับอารมณ์
ไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่เห็น
สิ่งที่ได้ยิน
สิ่งที่ได้กลิ่น
สิ่งที่ลิ้มรส
สิ่งที่สัมผัส
และสิ่งที่คิด 🧠
.
จิตไม่ดี ไม่ชั่ว
แต่เปลี่ยนไปตามสิ่งที่มากระทบ
.
เมื่อจิตรับอารมณ์
สิ่งถัดมาที่เกิดขึ้น คือ เวทนา
.
เวทนา คือความรู้สึก
สุข 😊
ทุกข์ 😔
หรือเฉย 😐
.
พระพุทธเจ้าทรงชี้ให้เห็นว่า
มนุษย์ส่วนใหญ่
ไม่ได้ทุกข์เพราะเหตุการณ์
แต่ทุกข์เพราะเวทนา
.
เมื่อสุข ก็อยากให้สุขอยู่นาน
เมื่อทุกข์ ก็อยากให้หายเร็ว
เมื่อเฉย ก็หลงลืม
.
จากเวทนา
สิ่งถัดมาที่เกิดขึ้น คือ สัญญา
.
สัญญา คือความจำ
คือการให้ความหมาย
คือการบอกว่า
“สิ่งนี้คืออะไร”
.
สัญญาทำให้มนุษย์
จำอดีต
เทียบปัจจุบัน
คาดหวังอนาคต 🕰️
.
พระพุทธเจ้าทรงสอนว่า
ความทุกข์จำนวนมาก
ไม่ได้เกิดจากปัจจุบัน
แต่เกิดจากสัญญาที่ดึงอดีตมาครอบปัจจุบัน
.
เมื่อสัญญาทำงาน
สังขารย่อมเกิดขึ้น
.
สังขาร คือการปรุงแต่ง
คือการคิดต่อ
คือการตีความ
คือการวางแผน
คือการตัดสิน
.
ตรงจุดนี้เอง
ใจจะเริ่มดิ้นรน 🔥
.
คิดว่า
“ไม่อยากเป็นแบบนี้”
“อยากให้เป็นอย่างนั้น”
“ทำไมต้องเกิดกับฉัน”
.
พระพุทธเจ้าทรงชี้ให้เห็นว่า
สังขารคือโรงงานผลิตทุกข์
ถ้าไม่รู้เท่าทัน
.
เมื่อสังขารปรุง
วิญญาณย่อมทำงาน
.
วิญญาณ คือการรับรู้
ผ่านตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ
.
รับรู้ซ้ำ
รับรู้อย่างต่อเนื่อง
จนเกิดความรู้สึกว่า
“นี่คือฉัน”
.
และเมื่อจุดนี้เกิดขึ้น
การยึดก็เริ่มทำงาน 🔗
.
มนุษย์จึงไม่ได้ทุกข์
เพราะมีใจ
แต่ทุกข์เพราะไม่รู้จักใจ
.
พระพุทธเจ้าทรงสอนว่า
ถ้าเห็นจิต
จะไม่หลงไปกับเวทนา
ถ้าเห็นเวทนา
จะไม่ถูกสัญญาหลอก
ถ้าเห็นสังขาร
จะไม่ถูกความคิดลากไป
.
การรู้ทันใจ
ไม่ใช่การบังคับใจ
แต่คือการเห็นใจตามความเป็นจริง 👁️
.
เมื่อใจถูกเห็น
ใจจะค่อยๆ สงบเอง
เหมือนน้ำที่ไม่ถูกกวน 🌊
.
พระพุทธเจ้าทรงชี้ให้เห็นว่า
ผู้ใดเข้าใจการทำงานของใจ
ผู้นั้นเริ่มหลุดจากอำนาจของทุกข์
.
เพราะเมื่อรู้ว่า
ทุกข์เกิดอย่างไร
ทุกข์ก็ย่อมดับได้ ✨
.
และเมื่อมนุษย์เห็นว่า
ใจคือจุดกำเนิดของทุกข์
คำถามถัดไปย่อมเกิดขึ้น
.
“แล้วอะไรที่ทำให้ใจยึด” 🪷
.
นี่คือก้าวถัดไปของการเดินทาง
จากการเข้าใจจิต
สู่การเข้าใจรากของทุกข์อย่างแท้จริง
.
ซึ่งพระพุทธเจ้าทรงชี้ไว้ชัดเจน
ว่าสิ่งนั้นคือ
ความยึดถือ
และนั่นคือเรื่องต่อไปของซีรีส์นี้ 🌱✨
────────────────────
FB : ควายไทย
“สิ่งที่พระพุทธเจ้าสอนทั้งหมด
อาจรวมอยู่ในความจริงเพียงนิดเดียว…ที่เราเห็นเอง”
—
หลวงพ่อเทียนเล่าว่า
วันหนึ่งขณะเดินกลับไปกลับมา
ใจเกิดความรู้สึกเบาขึ้นมาอย่างประหลาด
—
ท่านถอนเส้นผมออกมาดู
เห็นรากผมสีขาวเล็ก ๆ
แล้วเกิดปัญญาขึ้นทันทีว่า
—
“ผมที่ถอนออกมาแล้ว
เอากลับไปปลูกที่เดิมไม่ได้”
—
เพียงชั่วขณะนั้นเอง
หลวงพ่อกลับเห็นว่า
คำสอนทั้งหมดของพระพุทธเจ้า
ที่มีนับหมื่นนับแสนพระธรรมขันธ์
—
แท้จริงรวมลงอยู่ในความจริงง่าย ๆ นี้เอง
—
คือการเห็นตามจริง
ว่าเมื่อสิ่งหนึ่งเกิดขึ้นแล้ว
มันก็เปลี่ยนไปทันที
ไม่อาจย้อนกลับเป็นเหมือนเดิมได้อีก
—
นี่คือการเห็นธรรม
ไม่ใช่ด้วยความคิด
แต่ด้วยใจที่ตื่นขึ้นจริง ๆ
—
หลวงพ่อจึงสอนว่า
จุดเริ่มต้นทั้งหมด
คือการกลับมาดู “กาย”
—
ดูการเคลื่อนไหว
ยกมือก็รู้
เดินก็รู้
เคลื่อนไหวก็รู้
—
เมื่อดูชัดขึ้น
จึงค่อยหันมาดู “ใจ”
—
ใจคิดอย่างไร
ก็รู้ทัน
โกรธก็รู้
โลภก็รู้
หลงก็รู้
—
ไม่ใช่เพื่อกดข่มมัน
แต่เพื่อ “เห็น”
—
เมื่อเห็นความคิดได้
นั่นคือเริ่มเดินถูกทาง
หรือที่เรียกว่า “สัมมาทิฏฐิ”
—
หลวงพ่อพูดชัดมากว่า
ถ้ายังไม่เห็นจิตใจตัวเอง
ความถูกต้องนั้น
อาจเป็นเพียงถูกในคำพูด
แต่ยังไม่ใช่ความถูกต้องทางธรรมจริง ๆ
—
แต่ถ้าเมื่อใด
คิดปุ๊บ…เห็นปั๊บ
แล้วดับได้ทันที
—
เมื่อนั้น
ใจเริ่มเข้าถึงธรรมแล้ว
—
นิพพานจึงไม่ใช่เรื่องหลังความตาย
—
แต่คือ “ความไม่มีทุกข์”
ที่เกิดขึ้นในขณะที่ใจไม่หลงไปกับความคิด
—
หลวงพ่อยังชี้ให้เห็นอีกว่า
แท้จริงแล้ว
จิตที่ว่าง
จิตที่เป็นอุเบกขา
มันมีอยู่แล้วตามธรรมชาติ
—
แต่คนเราไม่เคยมองเข้ามา
มัวแต่มองคนอื่น
เปรียบเทียบคนอื่น
ตัดสินคนอื่น
—
โดยไม่เคยหันกลับมา
ดูใจตัวเองเลย
—
ทั้งที่สนามแห่งการตื่นรู้
อยู่ในชีวิตนี้เอง
—
ธรรมะจึงทั้งง่ายที่สุด
และยากที่สุด
—
ง่ายสำหรับคนที่เริ่มหันมาสนใจตัวเอง
—
และยากเหลือเกิน
สำหรับคนที่ยังเอาแต่หนีออกไปข้างนอก
—
FB : Dhamma Mahasati
ข้อคิด
ธรรมะภาคปฏิบัติ
ธรรมะ
บันทึก
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย