Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Is Life
•
ติดตาม
6 ชั่วโมงที่แล้ว • ข่าวรอบโลก
ธรรมชาติไม่เคยปราณี เมื่อโรคที่แพร่ผ่านเห็บ พรากชีวิต ลูกสิงโตเอเชีย 8 ตัวในอินเดีย
ในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 คาบเกี่ยวต้นศตวรรษที่ 20 สิงโตเอเชียในประเทศอินเดียถูกล่าจนจวนเจียนจะหมดป่า ประมาณกันว่าเหลือไม่ถึง 20 ตัว
จนหลังมีประกาศห้ามล่าและประกาศพื้นที่อนุรักษ์ ห้ามมิให้มนุษย์ยุ่งเกี่ยวกับสิงโต จำนวนก็ค่อยๆ ฟื้นคืน
ข้อมูลการสำรวจล่าสุด (ค.ศ. 2025) ระบุจำนวนสิงโตเอเชียในป่าอินเดียไว้ได้ถึง 891 ตัว
แต่งานอนุรักษ์ไม่เคยสวยหรู และภัยคุกคามไม่เคยหมดไป ทุกๆ ปียังมีเสือโตถูกล่า จากไปเพราะรั้วไฟฟ้ากันสัตว์ป่า ปรากฏเป็นระยะๆ
จนมาพบภัยคุกคามอีกอย่าง ที่เรียกว่าเป็นโรคจากเห็บ เป็นภยันตรายจากธรรมชาติด้วยกันโดยไม่มีคนเข้าไปเกี่ยวข้อง
รายงานล่าสุดจากสื่อท้องถิ่นของอินเดียระบุว่า มีลูกสิงโตในป่ากีร์ (Gir Forest) เขตอนุรักษ์สิงโตเพิ่งจากโลกไป 8 ตัวด้วยกัน
เจ้าหน้าที่สัตว์ป่าอินเดียระบุว่า ลูกสิงโตที่ตายมีความเชื่อมโยงกับการติดเชื้อ ‘Babesia’ ซึ่งเป็นปรสิตในเลือดที่แพร่ผ่านเห็บ
ตัวอย่างจากซากลูกสิงโคถูกส่งตรวจเพิ่มเติมที่ Gujarat Biotechnology Research Centre เพื่อยืนยันสาเหตุอย่างเป็นทางการ
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ได้แยกสิงโตในพื้นที่ใกล้เคียงเพื่อติดตามอาการ และดำเนินมาตรการกำจัดเห็บในพื้นที่เสี่ยง
ข้อมูลทางการยังใช้คำว่า ‘การติดเชื้อต้องสงสัย’ หมายความว่าหน่วยงานรัฐยังอยู่ระหว่างรอผลตรวจยืนยัน และยังไม่มีหลักฐานสาธารณะที่ชี้ว่าเกิดการระบาดขนาดใหญ่ในประชากรสิงโตทั้งหมด
Babesia เป็นปรสิตที่เข้าไปทำลายเม็ดเลือดแดงของสัตว์ อาการที่พบได้มีตั้งแต่อ่อนแรง เลือดจาง มีไข้ ไปจนถึงปัญหาระบบหายใจ ลูกสัตว์มักมีความเสี่ยงสูงกว่าเพราะระบบภูมิคุ้มกันยังไม่สมบูรณ์
โรคชนิดนี้เคยเกิดขึ้นแล้วครั้งหนึ่งในปี 2018 มีสิงโตหลายตัวตายจากการติดเชื้อร่วมระหว่างไวรัส Canine Distemper Virus (CDV) และปรสิตในเลือด
เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้เกิดการถกเถียงอย่างหนักเรื่องความเสี่ยงของการรวมสัตว์หายากเกือบทั้งสายพันธุ์ไว้ในพื้นที่เดียว หรือก็คือในป่ากีร์
นักชีววิทยาและนักอนุรักษ์จำนวนมากมองว่า ความแข็งแรงของประชากรสัตว์ป่าไม่ได้วัดจากจำนวนเพียงอย่างเดียว เพราะต่อให้ประชากรเพิ่มขึ้น หากสัตว์เกือบทั้งหมดอยู่ในพื้นที่เดียวกัน หากโรคระบาด ภัยแล้ง ไฟป่า หรือเหตุการณ์รุนแรงขนาดใหญ่เพียงครั้งเดียว ก็อาจกระทบต่อทั้งสายพันธุ์ได้พร้อมกัน
หน่วยงานอนุรักษ์ในอินเดียเคยเสนอให้ย้ายสิงโตบางส่วนไปสร้างประชากรสำรองในรัฐอื่น แนวคิดนี้ถูกเสนอมาเป็นเวลาหลายปี และเคยได้รับการสนับสนุนในระดับศาลสูงของอินเดีย
อย่างไรก็ตาม การดำเนินงานจริงยังเผชิญข้อถกเถียงด้านการเมือง การบริหารพื้นที่ และความกังวลเรื่องผลกระทบต่อประชากรสิงโตในคุชราต
ทั้งนี้ ระหว่างปี 2024 ถึงต้นปี 2026 มีสิงโตเอเชียจากไปอย่างน้อย 322 ตัว จากหลายสาเหตุ ทั้งโรค อายุ และอุบัติเหตุ
สำหรับสิงโตเอเชียที่เหลืออยู่ในอินเดีย มีชื่อสามัญว่า Asiatic Lion บางครั้งเรียก Indian Lion เป็นชนิดย่อยของสิงโต (Panthera leo) ที่เหลืออยู่ในธรรมชาติเพียงแห่งเดียวที่ป่ากีร์ และพื้นที่โดยรอบในรัฐคุชราต
จุดสังเกตที่ต่างจากสิงโตแอฟริกาบางส่วน เช่น แผงคอมักสั้นกว่า เห็นใบหูชัดกว่า มีรอยพับของผิวหนังบริเวณท้อง ซึ่งมักใช้เป็นลักษณะจำแนกเบื้องต้น
อ้างอิง
Eight lion cubs die of suspected Babesia infection: State forest minister
https://telanganatoday.com/eight-lion-cubs-die-of-suspected-babesia-infection-state-forest-minister
Gir lion cub deaths linked to suspected Babesia infection, Gujarat rules out outbreak
https://anantamias.com/current-affairs/gir-lion-cub-deaths-linked-to-suspected-babesia-infection-gujarat-rules-out-outbreak/
322 Asiatic lions died in Gujarat in 2 years
https://timesofindia.indiatimes.com/city/ahmedabad/322-asiatic-lions-died-in-gujarat-in-2-years-govt/articleshow/128865230.cms
ข่าวรอบโลก
ความรู้รอบตัว
เรื่องเล่า
บันทึก
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย