Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
แปลนิยายกับ Love Love
•
ติดตาม
วันนี้ เวลา 06:39 • หนังสือ
บทที่ 19
ฉันยังมีเลือดของสุนัขจิ้งจอกติดอยู่บนใบหน้า สภาพคงดูน่ากลัวไม่น้อย
เจ้าตัวประหลาดยืนนิ่ง ตัวแข็งทื่อ หดกรงเล็บเล็ก ๆ เข้าหากัน มองฉันอย่างเหม่อลอย
ฉันผลักมันเบา ๆ แล้วพามันอ้อมทางกลับบ้าน
ตลอดทางฉันระแวดระวังอย่างมาก
เจ้าตัวประหลาดเกาะฉันแน่น ไม่กล้าส่งเสียงแม้แต่น้อย
พอกลับถึงบ้าน ฉันก็ปิดประตูใหญ่ ลงกลอนไว้แน่น แล้วเดินตรงไปที่บ่อน้ำ
กัดฟันถอดเสื้อออก ใช้น้ำที่ตักเตรียมไว้ก่อนหน้านี้ราดลงบนไหล่
เลือดสดไหลปนไปกับสายน้ำ หยดลงพื้น
ไม่นานก็รวมตัวเป็นแอ่งน้ำสีแดง
ฉันงอแขน เอาเสื้อม้วนเป็นก้อนกดไว้ที่ข้อพับแขน แล้วใช้น้ำเย็นจากบ่อน้ำล้างแผล
ไม่ต้องส่องกระจก ฉันก็รู้ว่าตัวเองตอนนี้ดูย่ำแย่แค่ไหน
ตอนลุกขึ้น ฉันรู้สึกเวียนหัวอย่างรุนแรง
ต้องคว้าคันโยกสูบน้ำเอาไว้ ไม่อย่างนั้นคงล้มลงไปแล้ว
ฉันเดินเข้าบ้าน ค้นหาผ้าพันแผลมาพันบาดแผล
แต่เลือดยังคงไหลไม่หยุด
ฉันนั่งลงบนเตียง หลับตาอยู่ครู่หนึ่ง
จากนั้นยกมือกดบริเวณใต้กระดูกไหปลาร้าอย่างแรงเพื่อห้ามเลือด
กดจนสายตาพร่ามัวไปหมด
ฉันไม่ได้รับบาดเจ็บมานานแล้ว
กลิ่นคาวเลือดทำให้ฉันสับสนอยู่บ้าง
แต่ในขณะเดียวกัน มันก็ทำให้ฉันสงบลงมากกว่าเดิม
ฉันนึกถึงสภาพของตัวเองเมื่อครู่
ฉันคงกำลังกลัวอยู่
เหมือนกับหลายครั้งในอดีต
ทุกครั้งที่ได้รับบาดเจ็บ
ฉันจะกลัวว่าตัวเองจะตายอย่างง่ายดายแบบนี้
แล้วฉันก็นึกถึงเจ้าตัวประหลาด
ดูเหมือนมันจะตกใจไม่น้อย
“เม๊ะ...”
ฉันเงยหน้าขึ้น
เห็นมันหดตัวอยู่ตรงประตู ส่งเสียงเรียกเบา ๆ
ครึ่งตัวของมันเปียกน้ำ
เมื่อครู่ตอนฉันล้างแผล มันยืนอยู่ใกล้เกินไป
ตอนวิ่งตามมาคงล้มไปหลายรอบด้วย
ตัวเปื้อนโคลนไปหมด
ฉันกวักมือเรียกมัน
ทันทีที่เห็น มันก็ลุกขึ้นแล้ววิ่งมาทางฉัน
แต่ยังไม่ทันกี่ก้าวก็สะดุดล้มอีก
ถึงอย่างนั้นก็ไม่ร้องสักคำ
เพียงคลานลุกขึ้น แล้วค่อยๆ ถูไถเข้ามาหาฉัน
ทันทีที่แตะตัวฉัน มันก็เริ่มสั่นเทา
ในลำคอมีเสียงสะอื้นเบา ๆ
ตกใจจนเป็นแบบนี้
ช่างบอบบางเสียจริง
ฉันใช้มือข้างที่ยังไม่บาดเจ็บลูบผมนุ่มสีดำของมัน
จากนั้นลุกขึ้นไปค้นเสื้อผ้าสะอาดจากตู้ข้างเตียง
“ไปเปลี่ยนเองนะ”
“ฉันขอนอนพักก่อน”
“อาหารมีอยู่ในบ้าน ถ้าหิวก็ไปหาเอาเอง”
เรื่องหาอาหารกินเอง ฉันไม่ค่อยเป็นห่วงมัน
จากนั้นฉันก็ล้มตัวลงบนเตียง หลับไปอย่างหนัก
...
หลังจากตื่นขึ้นมา
ฉันรู้สึกว่าตัวเองแย่กว่าเดิมมาก
ผ้าพันแผลที่โผล่ออกมาด้านนอกเปลี่ยนเป็นสีดำเพราะเลือดแข็งตัว
แขนและหัวไหล่แทบไม่มีความรู้สึก
สายตาพร่ามัว
ทุกอย่างหมุนคว้างไปหมด
แย่แล้ว
ฉันมีไข้
ซึ่งก็เป็นไปตามคาด
บาดแผลบนไหล่น่าจะติดเชื้อแล้ว
เจ้าตัวประหลาดหมอบอยู่ข้างเตียง
มันยังไม่ได้เปลี่ยนเสื้อผ้า
ดูเหมือนจะไม่ได้ขยับไปไหนเลย
เพียงลืมตากลมโตมองฉันอยู่
พอเห็นฉันตื่น
มันก็ร้อง “เม๊ะ เม๊ะ” ทันที
กรงเล็บเล็ก ๆ เกี่ยวมือฉันไว้
ฉันหันไปมองมัน
เจ้าตัวที่แม้แต่คำพูดของฉันก็ยังไม่เข้าใจ
ถ้าฉันตายไป
มันจะทำอย่างไร?
บางทีอีกไม่นานก็คงถูกอะไรสักอย่างในละแวกนี้กินเสีย
แต่ถ้ามันโชคดีพอ
อาจจะมีชีวิตอยู่ต่อได้อีกสักระยะหนึ่ง
บทที่ 15
เสียงจักจั่นร้องระงมอยู่บนต้นไม้
ร้องไม่หยุดไม่หย่อน
ท่ามกลางเสียงอึกทึกนั้น
ดูเหมือนแม้แต่แสงอาทิตย์ก็ยิ่งร้อนแรงขึ้นอีกหลายส่วน
ฉันผลักประตูห้องพ่อแม่เปิดออก
ชะโงกหน้าเข้าไปดู
แม่ยังนอนอยู่บนเตียง ไม่ขยับตัว
บนตัวมีผ้าห่มบาง ๆ คลุมอยู่
อากาศร้อนขนาดนี้
แต่ในห้องไม่ได้เปิดแอร์
มีเพียงพัดลมตัวหนึ่งที่กำลังหมุนส่งเสียงหึ่ง ๆ
ทั้งอับและร้อน
ได้ยินเสียงประตูบ้านเปิด
ฉันค่อย ๆ ปิดประตูห้องแม่
แล้วเดินลากรองเท้าแตะออกไปยังห้องนั่งเล่น
พ่อหิ้วแตงโมสองลูกเดินเข้ามา
ขณะเปลี่ยนรองเท้าแตะก็ปิดประตูไปด้วย
“พ่อ แม่ยังไม่ตื่นเลย จะพาไปหาหมอไหม?”
พ่อวางแตงโมลงบนโต๊ะ
เหลือบมองประตูห้องนอน สีหน้ามีแววกังวล
แต่ปากกลับพูดว่า
“ไม่เป็นไรหรอก แม่แกเป็นคนแบบไหนก็รู้นี่ ไม่ชอบกินยา ไม่ชอบไปโรงพยาบาล”
“เขาบอกว่านอนพักแล้วเหงื่อออกหน่อยก็หาย”
“ถ้าคืนนี้ไข้ยังไม่ลด พ่อค่อยพาไปให้น้ำเกลือ”
“อ๋อ”
ฉันขานรับ แล้ววิ่งไปเปิดตู้เย็นหาไอศกรีมกิน
“วันนี้กินไปสองอันแล้วไม่ใช่เหรอ อย่ากินอีกเลย”
“เดี๋ยวก็ป่วยเหมือนแม่”
“ยิ่งช่วงนี้ยิ่งต้องระวัง”
“แม่แกก็เพราะเปิดแอร์เย็นเกินไปถึงได้ป่วย”
“แกเองก็ต้องระวังด้วย”
“เมื่อกี้พ่อไปซื้อแตงโมมา คลินิกในหมู่บ้านคนแน่นหมดแล้ว”
“มีแต่คนเป็นไข้...”
ฉันกลอกตาใส่ประตูตู้เย็น
โยนไอศกรีมกลับเข้าไป
แล้วปิดตู้เย็นดังปัง
“ได้ ๆ ๆ ไม่กินก็ได้!”
ฉันหยิบแตงโมลูกหนึ่งบนโต๊ะขึ้นมาเคาะ
“งั้นฉันกินแตงโมแทนก็ได้ใช่ไหม!”
พ่อวางกุญแจลงบนโต๊ะ
หยิบแตงโมจากมือฉันไป
“เดี๋ยวพ่อหั่นให้”
“ซุ่มซ่ามแบบแก เดี๋ยวก็มีดบาดมือ”
ฉันรีบเดินตามไปด้านหลัง
“พ่อ! ฉันเอาแบบผ่าครึ่งแล้วใช้ช้อนตักกินนะ!”
“เรื่องมากจริง”
แม้จะบ่นแบบนั้น
แต่สุดท้ายพ่อก็ผ่าครึ่งให้ฉันอยู่ดี
ฉันหยิบช้อนจากตู้
ตักเนื้อแตงโมสีแดงสดตรงกลางที่ไม่มีเมล็ดใส่ปาก
ตอนตักคำแรกจากตรงกลางนี่แหละ
เป็นช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุด
ฉันกอดแตงโมไว้ กัดช้อนคาปาก
กำลังจะไปเปิดทีวี
พ่อก็เริ่มบ่นอีกแล้ว
“การบ้านเสร็จหรือยัง?”
“อีกแค่ครึ่งเดือนก็เปิดเทอมแล้ว”
“ปีหน้าแกก็ขึ้น ม.6 แล้วนะ”
“อย่าคิดแต่จะเล่น”
“รีบอ่านหนังสือบ้าง”
เรียน ๆ ๆ
ทั้งวันมีแต่เรื่องเรียน
ฉันรำคาญจนไม่อยากตอบ
จึงเดินกลับห้องตัวเองแล้วปิดประตู
ไม่นานนัก
เสียงละครสามก๊กก็ดังมาจากห้องนั่งเล่น
ช่อง CCTV เอามาฉายทุกปี
ทุกปิดเทอมหน้าร้อนก็ต้องดูมาไม่รู้กี่รอบแล้ว
แต่ก็ไม่เคยเบื่อ
“ติ๊ด”
ฉันเปิดเครื่องปรับอากาศ
ยืนรับลมเย็นอยู่ใต้ช่องแอร์พักหนึ่ง
รู้สึกสดชื่นขึ้นทั้งตัว
จากนั้นก็นั่งหน้าคอมพิวเตอร์
กอดแตงโมกินไปด้วย
มุมล่างขวาของ QQ กระพริบไม่หยุด
ฉันกดเปิดดู
พบว่าเป็นกลุ่มห้องเรียนกำลังคุยกันเรื่องกวดวิชา
อีกไม่นานก็จะขึ้น ม.6 แล้ว
หลายคนกำลังสมัครเรียนพิเศษ
ฉันไม่สนใจ
ยังไงก็ไม่เรียน
น่ารำคาญจะตาย
ฉันปิดหน้าต่างนั้น
แต่ก็มีอีกหน้าต่างเด้งขึ้นมา
คราวนี้เป็น หยูเหลียงเหลียง เพื่อนสนิทของฉัน
บ้านเธออยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน
แค่คนละตึก
เธอส่งข้อความมา
“เจียงหลิง! เจียงหลิง! แกรู้ไหม!”
“หัวหน้าห้องเราคบกับหลินเซียง ห้องสองแล้วนะ!!”
ฉันสำลักแตงโมทันที
รีบพิมพ์ตอบ
“เป็นไปไม่ได้มั้ง?!”
หยูเหลียงเหลียงออนไลน์อยู่
จึงตอบกลับมาทันที
“ไอ้อ้วนเห็นกับตาเลยนะ!”
“พวกเขาไปดูหนังด้วยกัน แล้วยังไปกินข้าวอีก!”
“โอ๊ย พระเจ้า!”
ฉันนึกถึงนิสัยปกติของหัวหน้าห้อง
ก็ยังรู้สึกไม่อยากเชื่อ
จึงตอบกลับว่า
“โรงเรียนก็ประกาศแล้วนี่ว่าห้ามคบกัน”
“ถ้า ม.6 ถูกจับได้ จะโดนประจานทั้งโรงเรียนเลยนะ”
“หัวหน้าห้องยังกล้าทำอีกเหรอ?”
“ไม่กลัวแม่ด่าเลยหรือไง?”
หยูเหลียงเหลียงตอบว่า
“ใครจะไปรู้”
“หลินเซียงเป็นยังไง แกก็รู้นี่”
“สนิทกับผู้ชายตั้งหลายคน”
“ต้องหลอกหัวหน้าห้องเรา
แน่ ๆ”
หลินเซียงไม่ค่อยมีเพื่อนในกลุ่มผู้หญิงจริง ๆ
และฉันก็ไม่ค่อยชอบเธอเหมือนกัน
หลังจากคุยกันอีกพักหนึ่ง
หยูเหลียงเหลียงก็ออกจากระบบไป
ฉันจึงเปิดเว็บดูอนิเมะต่อ
แต่ดูไปได้สักพัก
ในหัวก็ยังคิดถึงเรื่องเมื่อครู่
ในวัยนี้
ทุกคนต่างก็ทั้งอยากรู้เรื่องความรัก
และไม่กล้าเริ่มต้นเอง
ใครก็ตามที่คบกันจริง ๆ
ข่าวจะแพร่ไปทั่วอย่างรวดเร็ว
ทุกคนพูดคุยกัน
รู้สึกว่ามันไม่น่าเป็นไปได้
แต่ลึก ๆ กลับรู้สึกอิจฉา
และอยากลองบ้าง
อายุสิบหกสิบเจ็ดปี
ก็เป็นช่วงวัยที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งแบบนี้
เหมือนกับฤดูร้อนนี้
ที่ทำให้ใจคนว้าวุ่นไม่สงบ...
🥕คอมเมนท์ แล้วกดใจให้กำลังใจกันด้วยนะคะ🐇
บันทึก
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย