Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
แปลนิยายกับ Love Love
•
ติดตาม
วันนี้ เวลา 07:53 • หนังสือ
บทที่ 23
ฉันฝันว่าถึงฤดูใบไม้ร่วงแล้ว บนต้นไม้นั้นออกผลส้มจำนวนมาก ฉันเก็บได้เต็มตะกร้า แต่พอเก็บเสร็จหันไปมองอีกที ก็พบว่าบนต้นไม้งอกผลส้มออกมาอีกมากมาย เก็บยังไงก็ไม่หมด
การที่ได้พบว่ามีผลส้มกินไม่หมด ในความฝันตอนแรกฉันดีใจมาก แต่จากนั้นก็เริ่มกลุ้มใจ
ส้มเยอะขนาดนี้ถ้ากินไม่หมดแล้วเน่าเสียไปจะน่าเสียดายแค่ไหน แค่คิดก็นึกเสียดายแล้ว
จากนั้นเจียงหยางก็ปรากฏตัวขึ้นแล้วพูดกับฉันว่า
"แม่ครับ ไม่ต้องห่วง ผมกินให้หมดได้"
แล้วฉันก็มองดูเจียงหยางกลายร่างเป็นไดโนเสาร์คอยาว เหมือนกับพวกไดโนเสาร์กินพืชที่เคยเห็นในสมุดภาพเมื่อนานมาแล้ว
เขายืดคอขึ้น แล้วกินต้นส้มเข้าไปทั้งต้นเลย
กินต้นไม้เข้าไปแล้ว ต่อไปพวกเราจะเอาส้มที่ไหนกินกันล่ะ?
ฉันสะดุ้งตื่นจากความฝันแล้วหันไปมองข้างกาย
เจ้าไดโนเสาร์กินพืชตัวน้อยกำลังกอดหางตัวเองอยู่ ขณะหลับก็เคี้ยวกร้วมๆ ไปด้วย ไม่รู้ว่าเขาฝันเห็นอะไรกันแน่
ผลบ๊วยบนต้นบ๊วยที่ฉันคอยเฝ้าดูอยู่เริ่มโตขึ้นมากแล้ว ส่วนลูกท้อบนต้นท้อแก่ริมลำธารก็ค่อยๆ ใหญ่ขึ้นเช่นกัน มองปราดเดียวเห็นเป็นผลไม้ลูกเล็กๆ เต็มไปหมด
ในสระเริ่มมีใบบัวสีเขียวสดโผล่ขึ้นมาเหมือนจานใบเล็กๆ เป็ดป่ากำลังว่ายน้ำอยู่ในพงหญ้าริมสระ พอดำลงไปในน้ำ อีกสักพักก็โผล่ขึ้นมาอีกฝั่งหนึ่งอย่างกะทันหัน
ฉันเริ่มทดลองพาเจียงหยางไปในที่ที่ไกลออกไปอีกนิด
ตั้งแต่ก่อนจะให้กำเนิดเจียงหยาง ฉันก็ตัดสินใจแล้วว่าจะหาเวลาไปในที่ที่ไกลกว่านี้เพื่อเก็บรวบรวมข้าวของเครื่องใช้ แม้ตอนนั้นฉันจะไม่ได้นึกเลยว่าสุดท้ายแล้วตัวเองจะยอมรับเจ้าสัตว์ประหลาดตัวน้อยตัวหนึ่งมาเลี้ยงก็ตาม
เจียงหยางไม่เหมือนเด็กทารกทั่วไป เขาโตเร็วเกินไป
ฉันคิดว่าบางทีฉันอาจจะพาเขาไปหาสิ่งของเครื่องใช้ในเมืองที่ไกลออกไปนั้นได้ในเร็วๆ นี้ และพาเขาไปเปิดหูเปิดตาดูที่อื่นๆ ด้วย
ถ้าอย่างนั้นก็ต้องเตรียมตัวตั้งแต่ตอนนี้ เตรียมให้เจียงหยางลองสัมผัสกับโลกภายนอกพื้นที่แห่งนี้ดู
สถานที่ที่ฉันพาเขาไปคือริมตลิ่งแม่น้ำที่อยู่ห่างจากหมู่บ้านออกไปหน่อย
ถ้าให้ฉันเดินไปที่นั่นเองก็น่าจะใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมง การพาเจียงหยางไปด้วยอาจจะช้ากว่านั้นเล็กน้อย
ฉันเคยไปริมตลิ่งแม่น้ำนั่นแค่สองครั้ง ครั้งล่าสุดคือฤดูหนาวปีที่แล้ว ตอนนั้นฉันไปเก็บหินก้อนเล็กๆ สำหรับใช้กับหนังสติ๊กมาได้เยอะมาก
เมื่อเจียงหยางพบว่าพวกเรากำลังออกจากพื้นที่ที่คุ้นเคย เขาก็หยุดฝีเท้าลงอย่างประหลาดใจ พลางชี้ไปทางทุ่งนาที่อยู่ด้านหลังและบ้านเรือนที่ผุพังซึ่งเผยให้เห็นอยู่ลางๆ
ฉันชี้ไปที่ทางเดินข้างหน้าซึ่งใกล้จะถูกวัชพืชปกคลุมหมดแล้ว
"วันนี้เราจะไปทางนั้นกัน"
เขาฟังออกว่าเราจะไปในทิศทางไหน แต่ไม่รู้ว่าเราจะไปทำอะไร
คนเราย่อมมีความกลัวต่อสิ่งที่ยังไม่รู้ และลังเลเมื่อต้องเลือกในสิ่งที่ยังไม่รู้ ซึ่งนั่นเป็นเรื่องปกติ
ฉันยืนรอเจียงหยางอยู่ครู่หนึ่ง
เขาชะเง้อมองไปข้างหน้าที แล้วหันไปมองข้างหลังที
ฉันไม่รอเขาอีกต่อไป แล้วเดินมุ่งหน้าไปข้างหน้าโดยตรง
หลังจากทิ้งห่างเขาไปสามเมตร ฉันใช้หางตามองเห็นเจียงหยางวิ่งตามฉันมา
เทียบกับการต้องจากสถานที่ที่คุ้นเคยแล้ว เขาหวาดกลัวการต้องจากฉันไปมากกว่าเสียอีก
หลังจากเดินผ่านทางเล็กๆ สายนี้มาได้ พวกเราก็เข้าสู่ถนนสายใหญ่
เดิมทีเป็นถนนที่ลาดยางมะตอย ปัจจุบันบางจุดเริ่มแตกร้าวแล้ว แต่ถนนยางมะตอยสายนี้ผ่านการตากแดดตากฝนและอุบัติเหตุต่างๆ มาตลอดสิบปี ก็ยังคงสภาพไว้ได้ดีกว่าถนนคอนกรีต
แม้ว่าพงหญ้าสองข้างทางจะเติบโตอย่างหนาแน่น แต่ตรงกลางถนนกลับค่อนข้างสะอาด
เจียงหยางแค่ลังเลในช่วงแรกเท่านั้น
พอพวกเราเริ่มออกเดินไปข้างหน้า ในดวงตาของเขาก็เต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นต่อสถานที่ใหม่ๆ
เขาจ้องมองพื้นถนนยางมะตอยสีดำใต้ฝ่าเท้า จ้องมองหญ้าคาที่ขึ้นใหม่และหญ้าคาแห้งที่หลงเหลือมาจากฤดูหนาวสองข้างทาง และยังจ้องมองงูลายตัวหนึ่งที่เลื้อยผ่านพื้นถนนไปข้างหน้า
ฉันเข้าใจความรู้สึกของเขาดี
ตอนที่ฉันไปเรียนต่อต่างถิ่นครั้งแรก ตอนที่ต้องจากบ้านมา ก็เป็นแบบนี้เหมือนกัน
ฉันจูงมือเจียงหยางเดินไปข้างหน้า
เขาไม่หลงเหลือความหวาดกลัวหรือกังวลอีกต่อไป เริงร่าเหมือนนกน้อย หางสะบัดไปมาดุ๊กดิ๊ก
พวกเราเดินไปตามถนนยางมะตอยเรื่อยๆ และค่อยๆ มองเห็นผืนน้ำที่ถูกโอบล้อมด้วยภูเขาสีเขียวอยู่เบื้องหน้า
บทที่ 018
แม้จะมองเห็นผืนน้ำแล้ว แต่จากจุดนี้เดินไปถึงที่นั่นก็ยังต้องใช้เวลาอีกไม่น้อย
แสงแดดเริ่มแผดเผามากขึ้นเรื่อยๆ
แสงแดดส่องลงมาโดยตรง บนถนนสายนี้ไม่มีที่ให้บังแดด พื้นถนนยางมะตอยสีดำก็ดูดความร้อนได้ดี เดินไปได้เพียงช่วงเดียวเหงื่อก็ท่วมตัว
เจียงหยางตอนแรกยังคงเดินดูนั่นดูนี่ด้วยความอยากรู้อยากเห็น แต่พอแดดเริ่มแรงขึ้น เขาก็เริ่มห่อเหี่ยว
ปกติเวลาพาเขาไปทำงานที่ทุ่งนา ถ้าแดดจัดเขาก็มักจะวิ่งไปซุกในกองหญ้า หรือพิงภูเขาในมุมมืด
ตอนนี้เข้าสู่ฤดูร้อนแล้ว อุณหภูมิยิ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ แทบจะเปลี่ยนไปในทุกๆ วัน
ฉันสวมเสื้อแขนสั้น ผิวที่แขนถูกแดดเผาจนรู้สึกร้อนผ่าว
แต่ฉันชินแล้ว ทว่าเจียงหยางยังไม่ชิน
เขาถึงกับร้อนจนไม่ยอมสะบัดหางเลย
ฉันมองไปรอบๆ ข้างทาง เห็นเถาวัลย์ป่ากลายพันธุ์อยู่ต้นหนึ่ง ไม่รู้ว่าเป็นเถาอะไร
ใบของมันใหญ่มาก กลมๆ และตรงกลางมีแอ่งบุ๋มลงไป
ฉันพาเจียงหยางเดินไปที่นั่น ใช้มีดถางหญ้าตัดหญ้าคาข้างๆ แล้วเดินเข้าไปใต้เถาวัลย์ป่าที่เลื้อยเกาะอยู่บนต้นไม้แห้ง
หลังจากไม่พบอันตรายอะไร ฉันถึงลงมือตัดเถาวัลย์ป่าส่วนหนึ่ง
เถาวัลย์ท่อนนี้มีใบใหญ่ติดอยู่เจ็ดแปดใบ
ฉันเด็ดใบใหญ่ใบหนึ่งมาคลุมไว้บนหัวของเจียงหยาง
เขาดึงใบไม้บนหัวตัวเองดูอย่างอยากรู้อยากเห็น แล้วลองดมดู
จากนั้นก็อ้าปากออก เผยให้เห็นเขี้ยวสีขาวสะอาด
"กินไม่ได้นะ"
ฉันใช้นิ้วบีบปากเขาไว้เพื่อห้ามเขา
หลังจากเจียงหยางเข้าใจความหมายของฉันแล้ว ก็เอาใบไม้อันใหญ่มาคลุมไว้บนหัวเหมือนเดิม เงยหน้าขึ้นไปดมกลิ่นของใบไม้นั่น
เขาเงยหน้าจนทรงตัวไม่อยู่ล้มก้นจ้ำเบ้าลงบนพื้น
จากนั้นก็กลิ้งตัวลุกขึ้นมาเล่นใบไม้นั่นต่อ
ฉันเด็ดใบไม้ใบหนึ่งมาคลุมไว้บนหัวตัวเอง และเด็ดอีกสองใบมาห่อไว้ที่แขนทั้งสองข้างของเจียงหยาง แล้วใช้เถาวัลย์ป่ามัดให้แน่น
🥀คอมเม้นท์พูดคุยกันได้นะคะว่าเป็นยังไง🐝
บันทึก
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย