8 ชั่วโมงที่แล้ว • หนังสือ

บทที่ 30

แชมพูหรือครีมอาบน้ำพวกนั้นกลายเป็นก้อนแข็งไปหมดแล้ว บนอ่างล้างหน้าพอจะมีแปรงสีฟันอยู่บ้าง แต่พอหยิบแปรงขึ้นมาขยี้ ขนแปรงก็หลุดออกมาเกือบหมด แปรงสีฟันพวกนี้ยังสู้แปรงสีฟันในหมู่บ้านไม่ได้เลย ถึงมันจะดูน่าเกลียดแต่ก็ทนทานกว่า
เดินวนอยู่ในห้องน้ำรอบหนึ่ง สุดท้ายฉันก็เดินตรงไปที่ห้องครัว
บนเคาน์เตอร์ครัวเดิมทีเคยมีถุงบรรจุภัณฑ์อาหารวางอยู่ แต่ตอนนี้ไม่เหลือกลิ่นอะไรแล้ว ถังขยะล้มอยู่บนพื้น ขยะข้างในกลายเป็นกองเศษซากที่ดูไม่ออกว่าเดิมเคยเป็นอะไร
ฉันหยิบเครื่องปรุงรสไม่กี่อย่างที่เต็มไปด้วยฝุ่นบนเตาขึ้นมาตรวจสอบ ซีอิ๊วเหลืออยู่นิดหน่อย แต่พอดมดูก็ไม่มีกลิ่นอะไรแล้ว กินไม่ได้แน่นอน แต่ข้างๆ กลับมีขวดที่ข้างในเหมือนน้ำเปล่าอยู่ขวดหนึ่ง ฉันเช็ดฝุ่นที่ติดอยู่บนตัวขวดออกดู แล้วเปิดฝาดมดู คิดว่าน่าจะเป็นเหล้าขาว อันนี้พอจะเก็บกลับไปลองดูได้
ในขวดเล็กๆ ที่ใส่เกลือกับซีอิ๊ว ทั้งสองอย่างจับตัวเป็นก้อนแข็งเป๊ก แบบนี้ฉันไม่เอา สิ่งที่ฉันต้องการคือเกลือที่ยังไม่แกะหีบห่อ ส่วนเกลือกับผงชูรสเท่าที่จำได้น่าจะเก็บไว้ได้นาน สองปีก่อนตอนที่ฉันระหกระเหินไปตามเมืองต่างๆ หลายแห่ง ฉันเคยรื้อเจอเกลือกับผงชูรสอยู่ไม่น้อย ซึ่งยังกินได้อยู่
หลายบ้านมักจะตุนเกลือเอาไว้ ส่วนผงชูรสอาจจะน้อยหน่อย ส่วนเครื่องปรุงอื่นๆ เช่น ผงพะโล้หรือผงรสดี อะไรพวกนั้น ส่วนใหญ่หาที่ยังกินได้ไม่ค่อยเจอแล้ว
รื้อค้นของบนเคาน์เตอร์ดูรอบหนึ่งแล้ว ฉันก็ยื่นมือไปเปิดตู้ด้านล่าง ตู้หนึ่งใส่ชามกับตะเกียบ อีกตู้ใส่กาต้มน้ำกับหม้อหุงข้าวเก่าๆ
ฉันเดินไปเปิดตู้อีกฝั่ง คราวนี้สิ่งที่ปรากฏในตู้คือของแห้งถุงใหญ่ มีสาหร่ายทะเลแห้ง สาหร่ายโนริ และหน่อไม้แห้ง อะไรพวกนั้น แล้วก็มีของสีดำๆ ที่ฉันไม่รู้ว่ามันคืออะไรกันแน่ พวกนี้ก็กินไม่ได้แล้วเหมือนกัน
ฉันรื้อค้นในตู้นี้ดู ในที่สุดก็เจอเกลือที่ยังไม่แกะหีบห่อสองถุง พอกลับตัวมาเห็นเจียงหยางจ้องมองของในมือฉันตาละห้อย ฉันเลยยื่นเกลือให้เจียงหยางที่อยู่ข้างหลังเขาถือไว้
เขาอุ้มถุงเกลือสองถุงนั้นไว้แล้วเขย่าดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น ก่อนจะเดินตามฉันต๊อกแต๊กกลับไปที่ห้องนั่งเล่น
ฉันมองออกไปนอกหน้าต่างห้องนั่งเล่น หมู่บ้านจัดสรรแห่งนี้ไม่ใหญ่และค่อนข้างเก่า มองจากตรงนี้ซอมบี้ในเขตนี้ก็ไม่เยอะเท่าไหร่ เหมาะที่จะใช้เป็นฐานที่มั่นได้
ฉันเตรียมจะอยู่ในเมืองฮั่นหยางห้าวัน พยายามรวบรวมของที่พอจะใช้การได้ ของที่หาได้ฉันตั้งใจจะเอามาเก็บไว้ในห้องนี้ ที่นี่อยู่ห่างจากทางเข้าเมืองฮั่นหยางไม่มากนัก แถมซอมบี้ยังน้อย โดยปกติพวกนักเก็บขยะที่มากันทีเป็นสิบคนก็ไม่ค่อยสนใจที่เล็กๆ แบบนี้ ถือว่าเป็นฐานที่มั่นที่ไม่เลวเลย
ถ้าฉันไม่ได้ไปไหนไกล ตอนกลางคืนกลับมาพักที่นี่ก็ถือว่าไม่เลว
เมื่อตัดสินใจแล้ว ฉันก็ไม่รีบเอาของออกไปข้างนอก เดินตรงเข้าห้องนอนใหญ่ วางถุงเกลือกับเหล้าขาวไว้บนขอบหน้าต่างในห้องนอน แล้วรื้อค้นตู้หาพวกเข็มด้าย กรรไกร และกรรไกรตัดเล็บอะไรพวกนั้น
กรรไกรตัดเล็บที่เป็นสนิมที่หาเจอในหมู่บ้านมันทื่อเกินไป ฉันรู้สึกว่าใช้ไอ้นั่นตัดเล็บยังช้ากว่าใช้ฟันกัดเองเสียอีก
ตอนที่ฉันกำลังรื้อของ เจียงหยางก็นั่งยองๆ ดูฉันอยู่ข้างๆ เขาไม่ส่งเสียงอะไร ทำเพียงนั่งดูเงียบๆ
ฉันเหลือบมองเขาแวบหนึ่ง แล้วลุกขึ้นเดินไปที่ห้องลูกสาว เปิดประตูเข้าไปหยิบตุ๊กตากระต่ายตัวหนึ่งที่ยาวเท่าแขนออกมาจากมุมเตียง
ตุ๊กตากระต่ายเต็มไปด้วยฝุ่น ฉันตบมันแรงๆ สองสามครั้ง แล้วยื่นกระต่ายให้เจียงหยางที่อยู่ข้างๆ
เจียงหยางรับตุ๊กตากระต่ายไปแล้วก็ไม่มีปฏิกิริยาอะไร เหมือนกับตอนที่ฉันให้เขาถือเกลือเมื่อกี้เป๊ะ
ฉันเงียบไปครู่หนึ่ง คิดในใจว่าสำหรับเจียงหยางแล้ว ถุงเกลือกับตุ๊กตาอาจจะไม่มีอะไรต่างกัน
ช่างเถอะ
ฉันรื้อค้นต่อไปตามทุกซอกทุกมุมของห้อง เจียงหยางก็กอดตุ๊กตาเดินตามฉันไปมา
ผ่านไปสักพักฉันหันกลับไปดูอีกที เจียงหยางเหมือนจะเพิ่งค้นพบความสนุกของตุ๊กตากระต่าย กอดตุ๊กตาไว้ แล้วใช้กรงเล็บแหลมๆ ของตัวเองจิ้มไปที่ดวงตาสีแดงที่เป็นพลาสติกของตุ๊กตา แล้วก็ดึงหูกระต่ายเล่นอย่างระมัดระวัง
รื้อในห้องอยู่สักพักก็ได้ของจิปาถะมากองหนึ่ง แค่นี้แน่นอนว่าไม่พอ ข้างนอกฟ้ายังสว่างอยู่ ฉันตั้งใจจะออกไปดูข้างนอกอีกหน่อย
ส่วนเจียงหยางฉันต้องพาไปด้วยแน่นอน ฉันไม่วางใจที่จะปล่อยให้เขาอยู่คนเดียวที่นี่ ใครจะรู้ว่าจะมีซอมบี้ตัวไหนโผล่พรวดออกมาจากมุมไหนบ้าง
ซอมบี้ไม่เหมือนในหนังที่เคยดู พวกมันไม่ส่งเสียงร้องโหยหวนน่ากลัวอะไร ปกติจะไม่มีเสียงเลย ช่วงแรกๆ ที่เดินอาจจะหนักเท้า ไม่เหมือนคนปกติ แต่พอมาถึงตอนนี้ที่กลายเป็นศพแห้งๆ เดินยังแทบไม่มีเสียงเลย
ดังนั้นถ้าเดินข้างนอกแล้วไม่ระวังให้ดี อาจเกิดอุบัติเหตุได้ง่ายๆ ไม่แน่ว่าอาจจะมีซอมบี้กระโจนเข้ามาจากข้างหลังก็ได้
แม้ฉันจะให้มีดถางหญ้าเจียงหยางไปเล่มหนึ่ง แต่มีดเล่มนั้นฉันไม่เคยให้เขาใช้ฟันซอมบี้เลย ฉันให้เขาไว้ป้องกันตัว ไม่เคยคิดให้เขาไปฟันซอมบี้จริงๆ จังๆ เพราะเอาเข้าจริงๆ เขาอายุยังไม่ถึงครึ่งขวบเลยด้วยซ้ำ
ตอนพวกเราออกจากห้อง เจียงหยางวางตุ๊กตากระต่ายที่กอดไว้ข้างกองของที่ฉันรื้อมาได้ แล้วยังตบหูกระต่ายเบาๆ สองสามครั้ง
ฉันไม่นึกเลยว่าเขาจะวางตุ๊กตานั้นเอง การจะพกของเล่นออกไปข้างนอกไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่ แต่ถ้าเขาอยากพกจริงๆ ฉันก็จะไม่ปฏิเสธ
ปกติเขาก็ว่าง่ายและรู้ความอยู่แล้ว แต่ตอนนี้ฉันกลับรู้สึกมากขึ้นเรื่อยๆ ว่าเขา "รู้ความ" กว่าที่ฉันคิดเอาไว้
เด็กที่มีเกล็ดพวกนี้เป็นแบบนี้กันทุกคนเลยหรือเปล่านะ?
ฉันพาเจียงหยางเดินตระเวนหาของที่พอจะใช้การได้ในแถบนี้ พอใกล้จะมืดตึกทั้งสองหลังนี้ก็ถูกฉันรื้อค้นดูแบบคร่าวๆ รอบหนึ่งแล้ว
เป้าหมายของฉันชัดเจนมาก ของที่คิดไว้ก่อนหน้าว่าต้องหาคือสิ่งสำคัญที่สุด ส่วนอย่างอื่นถ้าเจอค่อยเก็บ ถ้าไม่เห็นก็ช่างมัน ไม่ได้ตั้งใจจะไปหาเป็นพิเศษ
แม้ว่าแถบนี้จะมีซอมบี้ไม่เยอะ แต่ก็ไม่ใช่ว่าไม่มี ถ้าเกิดเสียงดังเกินไป ฉันกลัวว่าพวกมันจะแห่กันมา ถ้าถูกล้อมขึ้นมาจะลำบากเอา
พวกซอมบี้พวกนั้นไม่ต้องกินไม่ต้องดื่ม แต่ฉันกับเจียงหยางทำไม่ได้
ทุกห้องฉันรื้อดูแบบลวกๆ แล้วก็รีบไป ถ้าเจอซอมบี้ตัวไหนที่เลี่ยงได้ก็เลี่ยง ถ้าเลี่ยงไม่ได้ค่อยฆ่า
ฟันดาบเดียวจบ ดูเหมือนจะฟันได้ง่ายๆ แต่จริงๆ ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ฉันต้องใช้แรงมหาศาลกว่าจะฟันคอซอมบี้ให้ขาดได้โดยตรง ดังนั้นฟันไปสักสิบกว่าตัว มือก็จะเริ่มล้า
พยายามรักษาเรี่ยวแรงของตัวเอง พยายามอย่าให้เกิดเสียงดังจนเกินไป และคอยระวังรอบข้างตัวเองอยู่ตลอดเวลา นี่คือกฎเหล็กที่ฉันได้รับหลังจากระหกระเหินไปตามเมืองซอมบี้มานาน
ตราบใดที่ระวังตัวมากพอและเงียบมากพอ ก็สามารถมีชีวิตรอดอยู่ในเมืองตายซากแห่งนี้ได้
วันนี้เก็บของได้ไม่เยอะเท่าไหร่ แต่ของชิ้นเล็กชิ้นน้อยที่ฉันอยากได้ก็หาเจอหมดแล้ว
ตกเย็นฉันกับเจียงหยางพักอยู่ในห้องที่พวกเราเข้ามาตอนแรก ฉันนั่งจัดระเบียบของเล็กๆ น้อยๆ พวกนั้น
อันที่จริงมันก็น่าประหลาด เพราะฉันอยู่ในหมู่บ้านนั้นมาสองปี นอกจากตอนแรกที่ไปถึงจะรื้อดูรอบหมู่บ้านรอบหนึ่ง แล้วก็ตอนหลังที่ไปวนเวียนแถวร้านชำนอกเมืองเล็กๆ ที่อยู่ใกล้ๆ หลังจากนั้นฉันก็ไม่ได้ออกไปไหนอีกเลย
อาจเพราะรู้สึกเบื่อ ฉันสังเกตเห็นว่าสภาพจิตใจของฉันในตอนนั้นไม่ค่อยดีนัก แต่ฉันก็ไม่อยากจะสนใจอะไร
ตั้งแต่จุดเริ่มต้นของวันสิ้นโลกจนถึงตอนนี้ ยังเหลือใครที่สภาพจิตใจปกติสมบูรณ์ดีบ้างล่ะ? ทุกคนต่างก็มีปัญหาเล็กๆ น้อยๆ กันทั้งนั้น
แต่ฉันสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของตัวเอง เหมือนการมาเมืองฮั่นหยางครั้งนี้ ฉันไม่ได้ต่อต้านมากเท่าแต่ก่อน
ก่อนที่เจียงหยางจะเกิด ฉันก็เคยคิดว่าจะมาเมืองฮั่นหยาง แต่ก็ผลัดวันประกันพรุ่งมาตลอด
ถามว่าทำไม?
ส่วนหนึ่งก็เพราะใจฉันมันต่อต้าน ฉันเกลียดเมืองที่เต็มไปด้วยซอมบี้พวกนี้
ยามค่ำคืนในเมืองเงียบสงัดมาก ต่อให้มีซอมบี้เดินอยู่เยอะแยะมากมายขนาดนั้นก็ไม่ได้ส่งเสียงอะไรเลย
ตอนที่ฉันออกไปหาของ สมาธิฉันจดจ่ออยู่ตลอดเวลา ทุกความเคลื่อนไหวรอบข้างฉันจะสังเกตเห็นหมด ซึ่งมันสูญเสียพลังงานมาก เลยทำให้ตอนนี้ฉันรู้สึกเหนื่อยมาก
แต่ฉันกลับข่มตานอนไม่หลับ เหมือนหลายปีก่อนตอนที่เอาตัวรอดซ่อนตัวอยู่ในเมืองตายซาก ทุกคืนได้แต่นอนลืมตาไม่ยอมหลับ จะนอนหลับได้ก็ต่อเมื่อเหนื่อยจนถึงขีดสุดเท่านั้น
ไม่เชิงว่านอนหลับ เหมือนถูกบังคับให้หมดสติไปมากกว่า
นอนไม่หลับ ฉันมีความทรงจำแย่ๆ มากมายที่เกิดขึ้นในเมืองตายซากแห่งนี้
มองเห็นเงาดำที่อาคารสูงทอดลงมานอกหน้าต่าง ฉันกอดเจียงหยางที่หลับอยู่แน่นขึ้น แล้วถอนหายใจยาว
สองวันต่อจากนั้น ฉันเริ่มออกจากตึกที่พักอาศัยทั้งสองหลังนี้ แล้วมุ่งหน้าออกไปยังถนนใหญ่ข้างนอก
ถนนสายนั้นเป็นถนนสายเก่า บ้านเรือนบนถนนส่วนใหญ่มีแค่สองถึงสามชั้น ไม่ได้ดูหรูหราอลังการเหมือนตึกสูงในถนนสายหลักที่ผ่านไปเมื่อวันก่อน
ที่นี่บ้านเรือนแออัด ร้านค้าวางของระเกะระกะ ฉันเห็นร้านของชำ ร้านขายยาเล็กๆ แล้วยังมีร้านตัดเย็บเสื้อผ้ากับร้านถ่ายรูป
ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นอดีตของอดีต ต่อให้มองในมุมเมื่อสิบปีก่อน มันก็ดูเก่าคร่ำคร่าอยู่ดี।
โฆษณา