31 พ.ค. เวลา 13:12 • หุ้น & เศรษฐกิจ

ภูมิรัฐศาสตร์และภูมิเศรษฐศาสตร์ในยูเรเชียหัวใจของโลก

การกลับมาของ “มหาเกม” (The Return of the Great Game) เป็นแนวคิดที่ได้รับความสนใจอย่างมากในแวดวงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและภูมิรัฐศาสตร์ร่วมสมัย โดยเฉพาะเมื่อภูมิภาคเอเชียกลางและยูเรเชียภายใน (Inner Eurasia) กลับมาอยู่ในความสนใจของมหาอำนาจโลกอีกครั้งหลังจากสิ้นสุดสงครามเย็น
1
แนวคิดดังกล่าวสะท้อนให้เห็นการแข่งขันเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างรัฐต่าง ๆ ที่พยายามสร้างอิทธิพลทางการเมือง เศรษฐกิจ ความมั่นคง และวัฒนธรรมในพื้นที่ที่ถูกมองว่าเป็น “หัวใจของโลก” หรือ Heartland อันเป็นพื้นที่เชื่อมโยงระหว่างยุโรป เอเชียตะวันออก เอเชียใต้ และตะวันออกกลางเข้าด้วยกัน
คำว่า Great Game เดิมถูกใช้เพื่ออธิบายการแข่งขันระหว่างจักรวรรดิอังกฤษและจักรวรรดิรัสเซียในคริสต์ศตวรรษที่ 19 ซึ่งทั้งสองฝ่ายต่างพยายามขยายอิทธิพลเข้าสู่เอเชียกลางเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของตน อังกฤษกังวลว่ารัสเซียอาจคุกคามอินเดียซึ่งเป็นอาณานิคมที่สำคัญที่สุดของตน ขณะที่รัสเซียพยายามขยายอำนาจลงสู่ภูมิภาคตอนใต้เพื่อเพิ่มพื้นที่ยุทธศาสตร์และการเข้าถึงทรัพยากร
แม้การแข่งขันดังกล่าวจะสิ้นสุดลงพร้อมกับการล่มสลายของจักรวรรดิต่าง ๆ แต่ในศตวรรษที่ 21 นักวิชาการจำนวนมากมองว่ากำลังเกิด “มหาเกมใหม่” หรือ New Great Game ซึ่งมีลักษณะแตกต่างจากอดีตอย่างมีนัยสำคัญ เพราะไม่ได้มุ่งเน้นการยึดครองดินแดนโดยตรง หากแต่เป็นการแข่งขันผ่านเครือข่ายเศรษฐกิจ การลงทุน โครงสร้างพื้นฐาน พลังงาน เทคโนโลยี และการเชื่อมโยงทางการค้า
พื้นฐานทางทฤษฎีของแนวคิดนี้สามารถย้อนกลับไปยังผลงานของนักภูมิรัฐศาสตร์ชาวอังกฤษชื่อ ฮาลฟอร์ด แมคคินเดอร์ (Halford Mackinder) ผู้เสนอทฤษฎี Heartland ในปี ค.ศ. 1904 โดยเขามองว่าพื้นที่ยูเรเชียภายในเป็นแกนกลางเชิงยุทธศาสตร์ของโลก และผู้ที่สามารถควบคุมพื้นที่ดังกล่าวได้จะมีศักยภาพในการกำหนดทิศทางของการเมืองโลก
แมคคินเดอร์เคยกล่าวไว้อย่างมีชื่อเสียงว่า “ผู้ใดควบคุมยุโรปตะวันออกได้ ย่อมควบคุม Heartland และผู้ใดควบคุม Heartland ได้ ย่อมควบคุมเกาะโลก (World Island) และท้ายที่สุดย่อมควบคุมโลกได้” แม้แนวคิดนี้จะถูกวิพากษ์วิจารณ์ในเวลาต่อมา แต่ก็ยังคงมีอิทธิพลต่อการวิเคราะห์ยุทธศาสตร์ระหว่างประเทศมาจนถึงปัจจุบัน
หลังการล่มสลายของสหภาพโซเวียตในปี 1991 รัฐเอเชียกลางทั้งห้าประเทศ ได้แก่ คาซัคสถาน อุซเบกิสถาน คีร์กีซสถาน ทาจิกิสถาน และเติร์กเมนิสถาน ได้กลายเป็นรัฐเอกราชใหม่ที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์อย่างยิ่ง เนื่องจากตั้งอยู่ระหว่างรัสเซีย จีน ตะวันออกกลาง และยุโรป
ในช่วงแรกของยุคหลังสงครามเย็น หลายฝ่ายมองว่าเอเชียกลางเป็นเพียงภูมิภาคชายขอบที่อยู่ห่างไกลจากศูนย์กลางเศรษฐกิจโลก อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงทางภูมิรัฐศาสตร์ในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมาได้ทำให้ภูมิภาคนี้กลับมามีความสำคัญอีกครั้ง
ปัจจัยสำคัญประการหนึ่งคือการเติบโตทางเศรษฐกิจของจีน ซึ่งต้องการเส้นทางการค้าทางบกที่เชื่อมโยงกับยุโรปและตะวันออกกลางอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้เกิดโครงการ Belt and Road Initiative (BRI) ซึ่งทำให้เอเชียกลางกลายเป็นจุดผ่านสำคัญของเครือข่ายคมนาคมและโลจิสติกส์ข้ามทวีป
การริเริ่ม BRI ไม่ได้เป็นเพียงโครงการก่อสร้างถนนหรือทางรถไฟเท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องมือทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ช่วยขยายอิทธิพลทางเศรษฐกิจของจีนในยูเรเชีย ผ่านการลงทุนในท่าเรือ เขตเศรษฐกิจพิเศษ พลังงาน และระบบดิจิทัล
ขณะเดียวกัน รัสเซียก็ยังคงมองเอเชียกลางเป็นพื้นที่ผลประโยชน์เชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญ แม้จะสูญเสียอิทธิพลบางส่วนหลังการล่มสลายของสหภาพโซเวียต แต่รัสเซียยังคงรักษาความเชื่อมโยงผ่านภาษา วัฒนธรรม แรงงานข้ามชาติ ความมั่นคง และองค์กรความร่วมมือระดับภูมิภาคต่าง ๆ
สงครามรัสเซีย–ยูเครนที่เริ่มต้นในปี 2022 ได้เปลี่ยนแปลงภูมิรัฐศาสตร์ของยูเรเชียอย่างลึกซึ้ง หลายประเทศเริ่มมองหาทางเลือกใหม่ในการขนส่งสินค้าและพลังงานที่ไม่ต้องพึ่งพาเส้นทางผ่านรัสเซีย ส่งผลให้เอเชียกลางกลายเป็นศูนย์กลางของเส้นทางทางเลือกเหล่านี้
หนึ่งในโครงการที่ได้รับความสนใจมากที่สุดคือ Middle Corridor หรือ Trans-Caspian International Transport Route ซึ่งเชื่อมจีนผ่านคาซัคสถาน ข้ามทะเลแคสเปียนไปยังอาเซอร์ไบจาน จอร์เจีย และตุรกี ก่อนเข้าสู่ยุโรป
เส้นทางดังกล่าวถูกมองว่าเป็นทางเลือกสำคัญต่อเส้นทางที่ผ่านรัสเซีย และยังช่วยลดความเสี่ยงจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจกระทบต่อการค้าโลก
สหภาพยุโรปเองก็หันมาให้ความสำคัญกับเอเชียกลางมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะในประเด็นพลังงาน ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และแร่ธาตุสำคัญที่จำเป็นต่อการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว
ในยุคที่โลกกำลังแข่งขันกันพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานสะอาด รถยนต์ไฟฟ้า และปัญญาประดิษฐ์ ความต้องการแร่ธาตุสำคัญ เช่น ลิเทียม ยูเรเนียม ทองแดง และแร่หายาก ได้เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
เอเชียกลาง โดยเฉพาะคาซัคสถาน กลายเป็นแหล่งทรัพยากรเชิงยุทธศาสตร์ที่มหาอำนาจต่างต้องการเข้าถึง ส่งผลให้เกิดการแข่งขันทางเศรษฐกิจในรูปแบบใหม่ที่บางครั้งถูกเรียกว่า “Resource Diplomacy”
สหรัฐอเมริกาก็เริ่มกลับมาให้ความสำคัญกับภูมิภาคนี้ผ่านกรอบความร่วมมือ C5+1 ซึ่งเป็นเวทีความร่วมมือระหว่างสหรัฐฯ กับรัฐเอเชียกลางทั้งห้าประเทศ โดยเน้นประเด็นเศรษฐกิจ ความมั่นคง พลังงาน และแร่ธาตุสำคัญ
ในอีกด้านหนึ่ง ตุรกีได้พยายามขยายบทบาทของตนผ่านแนวคิดโลกเตอร์กิก (Turkic World) และองค์การรัฐเตอร์กิก (Organization of Turkic States) โดยใช้สายสัมพันธ์ทางภาษา ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมเป็นเครื่องมือสร้างอิทธิพล
บทบาทของตุรกีสะท้อนให้เห็นว่าการแข่งขันในมหาเกมยุคใหม่ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงด้านเศรษฐกิจหรือการทหาร แต่ยังรวมถึงมิติของอัตลักษณ์ วัฒนธรรม และอำนาจละมุน (Soft Power) อีกด้วย
อินเดียก็เป็นอีกหนึ่งผู้เล่นสำคัญที่ต้องการเข้าถึงเอเชียกลาง โดยมองภูมิภาคนี้เป็นแหล่งพลังงาน ตลาดใหม่ และพื้นที่ยุทธศาสตร์ในการถ่วงดุลอิทธิพลของจีน
โครงการ International North-South Transport Corridor (INSTC) ซึ่งเชื่อมอินเดีย อิหร่าน รัสเซีย และเอเชียกลาง เป็นตัวอย่างของความพยายามสร้างเส้นทางเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจที่หลากหลายภายในยูเรเชีย
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้มหาเกมยุคปัจจุบันแตกต่างจากอดีตคือ รัฐเอเชียกลางไม่ได้เป็นเพียง “หมาก” บนกระดานของมหาอำนาจอีกต่อไป หากแต่เป็นผู้เล่นที่มีบทบาทและยุทธศาสตร์ของตนเอง
คาซัคสถานเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของแนวทางการทูตหลายทิศทาง (Multi-vector Diplomacy) ซึ่งพยายามรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับรัสเซีย จีน สหรัฐฯ สหภาพยุโรป ตุรกี และโลกอิสลามไปพร้อมกัน
อุซเบกิสถานภายใต้การนำของประธานาธิบดีชัฟกัต มีร์ซิโยเยฟ (Shavkat Mirziyoyev) ก็ได้ดำเนินนโยบายเปิดประเทศมากขึ้น และพยายามวางตนเป็นศูนย์กลางของความร่วมมือในเอเชียกลาง
การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่ารัฐในภูมิภาคมีความสามารถในการต่อรองกับมหาอำนาจและใช้การแข่งขันระหว่างมหาอำนาจเพื่อสร้างประโยชน์สูงสุดให้กับตนเอง
นอกจากการแข่งขันทางเศรษฐกิจแล้ว มิติด้านความมั่นคงยังคงมีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะประเด็นอัฟกานิสถาน การก่อการร้ายข้ามพรมแดน การค้ายาเสพติด และข้อพิพาทชายแดนในบางพื้นที่
ความมั่นคงด้านน้ำกำลังกลายเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ได้รับความสนใจมากขึ้น เนื่องจากเอเชียกลางเป็นภูมิภาคที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การละลายของธารน้ำแข็ง และการใช้น้ำเพื่อเกษตรกรรมอย่างเข้มข้น
นักวิชาการจำนวนมากมองว่าปัญหาน้ำอาจกลายเป็นประเด็นทางภูมิรัฐศาสตร์ที่สำคัญไม่แพ้พลังงานในอนาคต โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มน้ำสำคัญอย่างอามูดาร์ยาและซีร์ดาร์ยา
อีกประเด็นหนึ่งที่กำลังได้รับความสนใจคือการแข่งขันด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ซึ่งรวมถึงเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ศูนย์ข้อมูล ปัญญาประดิษฐ์ และเทคโนโลยีโทรคมนาคมที่กำลังเข้ามามีบทบาทในภูมิภาคมากขึ้น
เมื่อพิจารณาภาพรวมทั้งหมด จะเห็นได้ว่ามหาเกมยุคใหม่ไม่ได้เป็นการแข่งขันเพื่อยึดครองดินแดนเหมือนในศตวรรษที่ 19 แต่เป็นการแข่งขันเพื่อควบคุมเครือข่ายการเชื่อมโยง การลงทุน ทรัพยากร พลังงาน เทคโนโลยี และกระแสข้อมูล
ดังนั้น การกลับมาของ Great Game จึงไม่ใช่การหวนคืนของประวัติศาสตร์ในรูปแบบเดิม หากแต่เป็นวิวัฒนาการของการแข่งขันเชิงอำนาจในโลกยุคโลกาภิวัตน์ ที่รัฐต่าง ๆ พยายามสร้างอิทธิพลผ่านเครื่องมือทางเศรษฐกิจ การทูต วัฒนธรรม และเทคโนโลยีมากกว่าการใช้กำลังทหารเพียงอย่างเดียว
พูดได้ว่า เอเชียกลางในศตวรรษที่ 21 จึงไม่ได้เป็นเพียง “พื้นที่ระหว่างมหาอำนาจ” หากแต่เป็นศูนย์กลางของการเปลี่ยนแปลงทางภูมิรัฐศาสตร์และภูมิเศรษฐศาสตร์ของโลก เป็นจุดตัดของเส้นทางการค้า พลังงาน และอารยธรรม และเป็นเวทีที่สะท้อนให้เห็นว่าการแข่งขันเพื่ออิทธิพลใน Heartland ยังคงดำเนินต่อไป เพียงแต่เปลี่ยนรูปแบบจากการแย่งชิงดินแดนมาเป็นการแข่งขันเพื่อกำหนดอนาคตของการเชื่อมโยงและระเบียบโลกในศตวรรษที่ 21
โฆษณา