31 พ.ค. เวลา 13:21 • หนังสือ

[2569/6] ตัวจึงตายเพราะได้เมียฝรั่ง (Fanny and The Regent of Siam)

เขียน : R.J. Minney
แปล : จุมพนันท์
รูปเล่ม : อีบุ๊ค 626 หน้า มีภาพประกอบ
Fanny and The Regent of Siam เป็นนิยายอิงประวัติศาสตร์ไทยที่เขียนขึ้นโดยชาวอังกฤษ ตั้งชื่อล้อไปกับ Anna and The King of Siam ของแหม่มแอนนา เลียวโนเวนส์ เรายืมอ่านอีบุ๊คฟรีในแอพ TK Read ชื่อเรื่องภาษาไทยค่อนข้างสะดุดตา เห็นแล้วนึกถึงเรื่อง ‘ฆ่าผัวมันเสีย (เอาเมียมันมา...ตะละลา)’ ของ มนันยา
ผู้เขียนได้หยิบยกคดีพระปรีชากลการที่ต้องโทษประหารชีวิตในต้นรัชกาลที่ 5 มาขยายความเป็นนิยายรักโศกนาฏกรรมระหว่างตัวพระปรีชาและแฟนนี่ น็อกซ์ บุตรสาวคนโตของกงสุลอังกฤษประจำสยามในขณะนั้น เป็นคดีที่พระปรีชากลการ (สำอาง อมาตยกุล) ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้อำนวยการขุดบ่อทองที่กบินทร์บุรี แต่สายแร่ทองที่ขุดได้ไม่คุ้มกับเงินหลวงที่เบิกไปลงทุน เรื่องนี้ทำให้พระปรีชาถูกร้องเรียนว่ายักยอกทองหลวง
รีวิวหลังจากนี้จะสปอยล์เนื้อหาคดีและเนื้อหานิยายบางส่วน
พระปรีชากลการ (สำอาง อมาตยกุล)
ต่อมาพระปรีชาได้พบกับแฟนนี่ น็อกซ์ บุตรสาวกงสุลอังกฤษ ผู้ถูกเลี้ยงดูมาแบบฝรั่งจ๋าและได้รับการศึกษาจากตะวันตก ไม่ช้าไม่นานเมื่อภรรยาของพระปรีชาตายลง พระปรีชากับแฟนนี่ต้องการสานสัมพันธ์กัน แต่ไม่อาจทำได้อย่างเปิดเผย เพราะพระปรีชาเป็นขุนนางคนโปรดของ ร. 5 ส่วนมิสเตอร์น็อกซ์กงสุลอังกฤษนั้นชอบพอกับสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) ผู้สำเร็จราชการ ที่กล่าวกันว่าในต้นรัชกาลสนับสนุนวังหน้ามากกว่า
แฟนนี่ น็อกซ์ หรือ แม่แฟน
แต่สุดท้ายก็เกิดเรื่องฉาวโฉ่ที่แฟนนี่ไปค้างอ้างแรมบนเรือปิกนิกของพระปรีชา (พักคนละห้อง และบนเรือนไม่ได้มีกันแค่สองคน มีบ่าวไพร่อยู่ด้วยมากมาย) น็อกซ์โมโหมากและเร่งรัดให้พระปรีชาแต่งงานกับลูกสาวโดยเร็ว พระปรีชาแต่งงานกับแฟนนี่โดยไม่ได้ขอพระบรมราชานุญาตหรือทูล ร.5 ให้ทราบ ตัวน็อกซ์และภรรยาเองก็ไม่ได้ไปร่วมงาน เพียงแต่ให้รองกงสุลไปเป็นประจักษ์พยานในงานให้
แต่งกันได้ไม่นานก็มีคนฟ้องร้องว่าพระปรีชายักยอกทองหลวง รวมถึงข้อหาทารุณกรรมคนงานและฆาตกรรมอีกหลายกระทง น็อกซ์พยายามช่วยลูกเขยด้วยการใช้อิทธิพลของอังกฤษบีบบังคับฝ่ายไทย ทั้งเขียนจดหมายไปขอให้รัฐบาลอังกฤษช่วย (ซึ่งฝ่ายค้านของอังกฤษใช้เรื่องนี้โจมตีรัฐบาลในขณะนั้น) ทั้งเรียกเรือรบอังกฤษที่สิงคโปร์มากรุงเทพและข่มขู่สมเด็จเจ้าพระยา ไทยแก้ไขด้วยการแต่งทูตไปเจรจาเพื่อความเข้าใจอันดีระหว่างสองประเทศ ผลคือน็อกซ์ถูกเรียกตัวกลับและให้ออกจากตำแหน่งกงสุล ส่วนพระปรีชากลการถูกประหารด้วยการตัดหัว
ทั้งนี้มีผู้วิเคราะห์ว่าความจริงโทษของพระปรีชาไม่ร้ายแรงถึงขั้นต้องถูกประหาร โทษเรื่องยักยอกเงินหลวงนั้นมีมูลอยู่บ้าง แต่ส่วนหนึ่งก็เป็นผลมาจากความหละหลวมของระบบราชการไทยในยุคนั้น ที่ถ้าจับขุนนางคนไหนมาสอบก็คงผิดกันเกือบทุกคน อีกทั้งสายแร่ทองที่กบินทร์บุรีก็น้อยมากจริงๆ ถึงขนาดต้องปิดเหมืองหลังพระปรีชาตายไม่นาน ส่วนโทษอื่นๆ ไม่มีพยานหลักฐานที่หนักแน่นมารองรับ ตามหลักแค่ถูกโบยสามสิบทีในเบื้องต้นและริบราชบาตรก็เพียงพอแล้ว ไม่ถึงขั้นต้องตาย
แต่ที่พระปรีชาถูกประหาร นอกจากเป็นเพราะหมิ่นพระบรมเดชาฯ แต่งงานกับหญิงต่างชาติโดยไม่ทูลขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตตามที่ถือน้ำพิพัฒน์สัตยา สาเหตุหลักยังเป็นเพราะกงสุลน็อกซ์เล่นใหญ่ ใช้อิทธิพลอังกฤษมาบีบบังคับสยาม ข่มขู่ผู้สำเร็จราชการและพระเจ้าแผ่นดิน จนกระเทือนถึงการเมืองและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ รวมถึงความมั่นคงของสยามเอง
แม้สยามจะแต่งคณะทูตไปเจรจาจนเข้าใจกันดีแล้ว แต่ในเมื่อเรื่องลุกลามบานปลายมาถึงขั้นนี้ และสมเด็จเจ้าพระยาผู้สำเร็จราชการถูกดึงไปเกี่ยวข้อง เลยต้องทำการประหารชีวิตพระปรีชา นำไปสู่ชื่อเรื่องภาษาไทย ‘ตัวจึงตายเพราะได้เมียฝรั่ง’ ซึ่งเป็นคำที่พระปรีชารำพึงออกมาก่อนรับโทษว่า ‘โบสถ์สร้างยังไม่ทันแล้ว เพราะได้เมียฝรั่งตัวจึงตาย...’
ดูชื่อเรื่องภาษาไทย อาจคิดว่าพระปรีชาเป็นตัวเอก แต่ความจริงแล้วตัวเอกที่มีบทเด่นของเรื่องคือแฟนนี่ น็อกซ์ และสมเด็จเจ้าพระยาผู้สำเร็จราชการ R.J. Minney เริ่มเรื่องตั้งแต่แฟนนี่กลับจากยุโรปพร้อมบิดา เล่าถึงความเป็นสาวเจ้าเสน่ห์ของนางเอกที่ใครต่อใครมาติดพัน ทั้งหลุยส์ เลียวโนเวนส์ (ลูกชายแหม่มแอนนา) เอ็ดเวิร์ด แลมบ์ตัน เจ้าชายดำรง เจ้าชายนเรศ เจ้าชายภาณุรังสี ท้ายเรื่องยังมีเจ้าชายกัมพูชาอีกต่างหาก
ในบรรดาหนุ่มที่ว่ามา หนุ่มที่เป็นตัวแปรสำคัญคือนายดี หลานปู่คนโปรดของสมเด็จเจ้าพระยา ทุกคนมะรุมมะตุ้มรุมรักแฟนนี่กันหมด มีพระปรีชาผู้วางตัวขรึมๆ คนเดียวที่แฟนนี่เป็นฝ่ายตกหลุมรักก่อน
อีกคนที่โดดเด่นคือตัวสมเด็จเจ้าพระยาผู้สำเร็จราชการ ที่แม้จะไม่มีบทเท่าแฟนนี่ แต่ถูกพูดถึงแทบทุกหน้า ด้วยอิทธิพลและบารมีที่ยิ่งใหญ่เหนือใครในสยาม พอแฟนนี่ไปแต่งงานกับลูกชายตระกูลศัตรู สมเด็จเจ้าพระยาจึงรู้สึกเสียหน้า และตามจองล้างจองผลาญทั้งคู่ไม่ให้มีความสุข โทษทัณฑ์ที่พระปรีชาในนิยายได้รับและชะตากรรมที่ตัวละครที่เกี่ยวข้องต้องเผชิญ เกิดจากการผูกใจเจ็บของสมเด็จเจ้าพระยาทั้งสิ้น
ทีนี้ลองย้อนกลับไปดูชื่อเรื่องภาษาอังกฤษ Fanny and The Regent of Siam ก็จะเข้าใจว่าแกนหลักของเรื่องนี้คือการต่อสู้กันระหว่างสองตัวเอก คือแฟนนี่กับสมเด็จเจ้าพระยานั่นเอง
เส้นทางความรักของพระปรีชากับแฟนนี่และข้อกล่าวหาในคดีความที่นิยายบรรยายนั้นใกล้เคียงกับบันทึกของฝ่ายไทย แต่งเติมด้วยจินตนาการของผู้เขียนตามประสานิยาย รายละเอียดบางอย่างคนไทยอ่านแล้วร้องหืมมมม ซึ่งคนแปลก็ได้ทำเชิงอรรถขยายความเพิ่มเติมว่าใครเป็นใครบ้าง แย้งข้อมูลที่ถูกต้องบ้าง หรือกระทั่งแสดงความคิดเห็นส่วนตัวเอาไว้ เช่นมีอยู่ฉากหนึ่ง นก(พันธุ์น่ารัก นกจิ๊บๆ)มาเกาะขอบหน้าต่างให้กำลังใจแฟนนี่ในตอนกลางคืน คนแปลก็เขียนเชิงอรรถประมาณ ‘ดึกดื่นป่านนั้นจะมีนกที่ไหนมา เพ้อเจ้อแท้ๆ’ อ่านแล้วก็ฮาๆ ดี
นอกเหนือจากเหตุการณ์และบุคคลที่มีอยู่จริงในประวัติศาสตร์ ผู้เขียนทำการค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับสังคมและราชสำนักไทยมาบ้าง แต่ถ้าลองเปลี่ยนชื่อตัวละครทั้งหมดเป็นชื่อฝรั่ง เรื่องนี้ก็คือนิยายฝรั่งดีๆ นี่เอง แม้จะใช้สยามเป็นเซ็ตติ้ง แต่ก็เป็นสยามตามมุมมองและแฟนตาซีของฝรั่งยุคก่อน ตัวละครพูดจาแบบฝรั่ง ทักทายถึงเนื้อถึงตัวกันแบบฝรั่ง แถมยังฟันขาวอีกต่างหาก คิดว่าผู้เขียนคงเคยมาเที่ยวประเทศไทยในยุคที่มีแผงขายล็อตเตอรีตามตลาดและบ้านเรือนตามริมแม่น้ำทาสีฟ้า ชมพู เหลือง ถึงได้ใส่สิ่งเหล่านี้ลงไปในเรื่องด้วย
โดยเฉพาะในตอนท้ายเรื่องที่แฟนนี่จะกลับสยามเพื่อแก้แค้นและปลดแอกประชาชนยิ่งมีความเป็นนิยายสูง ถ้าจะพูดด้วยสำนวนสมัยใหม่ก็ต้องบอกว่าเขียนได้ค่อนข้างกาวและเบียวเอามากๆ บอกตามตรงว่าเนื่องจากสำนักพิมพ์ใส่รายละเอียดคดีความและบทวิเคราะห์ไว้ในช่วงต้นของหนังสือ พออ่านนิยายไปถึงช่วงกลางๆ เราเริ่มเนือยนิดๆ เพราะรู้อยู่แล้วว่าพระปรีชาถูกประหาร แต่เพราะความอยากรู้ว่าบทสรุปของนางเอกเป็นยังไง เลยเข็นตัวเองให้อ่านจนจบ
หนังสือหนา 626 หน้า อ่านใน TK Read มีจับเวลาให้ด้วย เราใช้เวลาไปทั้งหมด 8 ชั่วโมง 45 นาที
โฆษณา