3 มิ.ย. เวลา 11:00 • หุ้น & เศรษฐกิจ

ข้อมูลเชิงสถิติของกองทุนรวมใน Fund Factsheet ที่มือใหม่อาจจะมองข้าม

บางคนเลือกกองทุนจากผลตอบแทนย้อนหลัง แต่ความจริงแล้ว ผลตอบแทนสูงอาจมาพร้อมความเสี่ยงที่เราไม่ทันเห็น และคำตอบนั้น ซ่อนอยู่ใน Fund Factsheet ซึ่งมีตัวเลขอื่นที่สำคัญและน่าสนใจไม่แพ้กัน เพราะข้อมูลเชิงสถิติเหล่านั้นจะบอกว่า… กองทุนนี้เสี่ยงแค่ไหน ผันผวนมากมั้ย เคยขาดทุนหนักเท่าไหร่ รวมถึงผลตอบแทนที่ได้คุ้มกับความเสี่ยงหรือไม่
พอเห็นตัวเลขสถิติเหล่านี้แล้วอาจจะรู้สึกว่าเข้าใจยาก โดยเฉพาะนักลงทุนมือใหม่ จึงทำให้บางคนมองข้ามข้อมูลนี้ก่อนตัดสินใจเลือกลงทุน และเลือกกองทุนจากผลตอบแทนย้อนหลัง
วันนี้เราเลยจะพาทุกคนมารู้จักกับ ค่าสถิติ 6 ตัวที่สำคัญ และพบเจอบ่อยใน Fund Factsheet ที่ช่วยให้เราอ่านกองทุนได้เข้าใจมากขึ้น ช่วยให้ประเมินกองทุนได้รอบด้านมากขึ้น และได้เลือกกองทุนที่เหมาะกับความเสี่ยงของตัวเองด้วย
1. ค่าความผันผวน (Standard Deviation : SD)
ใช้วัด ผลตอบแทนแกว่งมากแค่ไหน เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของกองทุนประเภทเดียวกันหรือผลตอบแทนในอดีต
> ค่า SD สูง = ผลตอบแทนขึ้นลงแรง ผันผวนมาก
> ค่า SD ต่ำ = ผลตอบแทนค่อนข้างนิ่งกว่า
โดยทั่วไป ค่า SD ต่ำ จะเหมาะกับคนที่รับความเสี่ยงได้น้อยกว่า
ตัวอย่าง
กองทุนที่มี SD 10% จะผันผวนมากกว่ากองทุนที่มี SD 5%
2. Maximum Drawdown
ใช้วัด ผลขาดทุนสูงสุดของกองทุนตั้งแต่จัดตั้งกองทุนมา ตัวเลขนี้จะช่วยให้เราประเมินได้ว่า ถ้าพอร์ตติดลบระดับนี้ ยังรับความเสี่ยงไหวไหม
ค่า Drawdown ติดลบมาก = กองทุนเคยขาดทุนหนัก และอาจต้องใช้เวลานานในการฟื้นตัว
3. Recovering Period
ใช้วัดระยะเวลาที่กองทุนใช้ในการฟื้นตัวจากช่วงขาดทุนหนักสุดให้กลับมาเท่าทุนได้
ยิ่งใช้เวลาฟื้นตัวสั้น ยิ่งดี แต่ถ้าขึ้นว่า N/A หมายถึง กองทุนยังไม่ฟื้นตัวกลับไปจุดเดิมได้จนถึงปัจจุบัน
4. Sharpe Ratio
ใช้เปรียบเทียบผลตอบแทนของกองทุนรวมต่อความเสี่ยงของกองทุนรวม
ค่า Sharpe Ratio ยิ่งสูง ยิ่งน่าสนใจ
ถ้ากองทุนมี Sharpe Ratio สูงกว่าอีกกองทุน แปลว่า กองทุนนั้นได้ผลตอบแทนดีกว่า ภายใต้ความเสี่ยงระดับเดียวกัน
5. Alpha
ใช้วัด ผลตอบแทนส่วนเพิ่มของกองทุน เมื่อเทียบกับดัชนีอ้างอิง (Benchmark) มักสะท้อนประสิทธิภาพของผู้จัดการกองทุนรวมในการเลือกหรือหาจังหวะเข้าลงทุนในหลักทรัพย์ได้ แต่ในบางกรณี ผลตอบแทนที่สูงกว่า อาจมาพร้อมความเสี่ยงที่สูงขึ้นด้วย
ค่า Alpha สูง = กองทุนสามารถสร้างผลตอบแทนได้ดีกว่าดัชนีอ้างอิง
6. Beta
ใช้วัดว่า กองทุนมีความผันผวนมากหรือน้อยกว่าตลาด
> ค่า Beta เท่ากับ 1 = ผลการดำเนินงานของกองทุนมีความผันผวนใกล้เคียงตลาด
> ค่า Beta มากกว่า 1 = ผันผวนมากกว่าตลาด
> ค่า Beta น้อยกว่า 1 = ผันผวนน้อยกว่าตลาด
นอกจากนี้
> ค่า Beta เป็นบวก = ผลการดำเนินงานของกองทุนรวมเคลื่อนไหวในทางเดียวกับตลาด
> ค่า Beta เป็นลบ = ผลการดำเนินงานของกองทุนรวมเคลื่อนไหวสวนทางตลาด
ตัวอย่าง
> ค่า Beta = 0.8
แปลว่า เมื่อผลตอบแทนตลาด +1% กองทุนจะมีผลตอบแทน +0.8% แต่ถ้าตลาด -1% กองทุนก็จะ -0.8%
> ค่า Beta = -0.8
แปลว่า เมื่อผลตอบแทนตลาด +1% แต่กองทุนจะ -0.8% แต่ถ้าตลาด -1% กองทุนจะ +0.8%
เพราะการลงทุนที่ดี ไม่ใช่แค่เลือกกองทุนที่ผลตอบแทนสูงที่สุด แต่คือการเลือกกองทุนที่เหมาะกับเป้าหมายและระดับความเสี่ยงที่เรารับได้มากที่สุด ดังนั้นก่อนตัดสินใจเลือกกองทุน อย่าลืมศึกษาข้อมูลใน Fund Factsheet ด้วยนะ
#Cashury #ลงทุน #รู้เท่าธัน #กองทุน #วัดผลการดำเนินงาน #วัดผลตอบแทน #ผลตอบแทน #ความเสี่ยง #FundFactsheet #ข้อมูลเชิงสถิติ
โฆษณา