2 มิ.ย. เวลา 02:45 • หุ้น & เศรษฐกิจ
"อุเบกขา" โคก หนองนา ป่า สวนผสม

หากมองในมุมของนักลงทุนระยะยาว ผมจัดกลุ่มทั้ง 3 หุ้นได้ดังนี้

หุ้นประเภทหลักเหตุผล
PEER For Youหุ้นเก็งกำไร/Turnaroundผลประกอบการยังผันผวน รายได้ลดลงในปีล่าสุด และยังไม่แสดงการเติบโตที่สม่ำเสมอ
MBKหุ้นคุณค่า (Value Stock)P/E ต่ำ ปันผลค่อนข้างดี มีสินทรัพย์จำนวนมาก เช่น ศูนย์การค้า โรงแรม อสังหาริมทรัพย์ และกำไรเติบโตเด่นในช่วงหลัง
Plan B Mediaหุ้นเติบโต (Growth Stock)ธุรกิจสื่อนอกบ้าน (OOH Media) ยังขยายตัวต่อเนื่อง รายได้และกำไรทำสถิติสูงสุดใหม่ มีการขยายสื่อและช่องทางการตลาดหลายรูปแบบ
มุมมองแบบเศรษฐีสะสมหุ้น
1. MBK = ต้นไม้ใหญ่
  • 1.
    ​ราคาไม่หวือหวา
  • 2.
    ​ปันผลดี
  • 3.
    ​เหมาะกับการสะสมเพื่อกระแสเงินสด
  • 4.
    ​ซื้อเมื่อราคาต่ำกว่ามูลค่าที่ควรเป็น
2. PLANB = ต้นไม้กำลังโต
  • 1.
    ​กำไรเติบโตต่อเนื่อง
  • 2.
    ​ได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและเม็ดเงินโฆษณา
  • 3.
    ​เหมาะกับนักลงทุนที่ต้องการการเติบโตของมูลค่าในระยะยาว
3. PEER = เมล็ดพันธุ์ที่ยังต้องพิสูจน์ตัวเอง
  • 1.
    ​มีโอกาสผลตอบแทนสูงหากพลิกฟื้นธุรกิจได้
  • 2.
    ​แต่ความเสี่ยงสูงกว่าสองตัวแรกมาก
  • 3.
    ​เหมาะสำหรับเงินลงทุนสัดส่วนเล็ก ๆ เท่านั้น
หากผมต้องจัดอันดับสำหรับการ DCA 10 ปี
  • 1.
    ​Plan B Media — เติบโต
  • 2.
    ​MBK — คุณค่า + ปันผล
  • 3.
    ​PEER For You — เก็งการฟื้นตัว
ดังนั้น PLANB เป็นหุ้นเติบโต, MBK เป็นหุ้นคุณค่า, ส่วน PEER ยังไม่ใช่ทั้งหุ้นเติบโตและหุ้นคุณค่าที่ชัดเจน แต่เป็นหุ้น Turnaround/เก็งการฟื้นตัวมากกว่า ในปัจจุบันครับ।
หากมีเงิน 10,000 บาท และต้องการลงทุนใน PEER, MBK และ PLANB โดยเน้นการสะสมระยะยาว ความเสี่ยงไม่สูงเกินไป ผมมองได้ 3 แนวทางดังนี้
แบบเน้นมั่นคง (เหมาะกับนักลงทุนทั่วไป)
  • 1.
    ​PLANB 50% = 5,000 บาท
  • 2.
    ​MBK 40% = 4,000 บาท
  • 3.
    ​PEER 10% = 1,000 บาท
เหตุผล:
  • 1.
    ​PLANB เป็นตัวขับเคลื่อนการเติบโต
  • 2.
    ​MBK ช่วยเพิ่มความมั่นคงและปันผล
  • 3.
    ​PEER เป็นตัวเพิ่มโอกาสผลตอบแทน แต่จำกัดความเสี่ยง
แบบสมดุล
  • 1.
    ​PLANB 40% = 4,000 บาท
  • 2.
    ​MBK 40% = 4,000 บาท
  • 3.
    ​PEER 20% = 2,000 บาท
เหมาะสำหรับผู้ที่ยอมรับความผันผวนได้มากขึ้น
แบบเน้นเติบโต
  • 1.
    ​PLANB 60% = 6,000 บาท
  • 2.
    ​MBK 25% = 2,500 บาท
  • 3.
    ​PEER 15% = 1,500 บาท
เหมาะสำหรับผู้ที่ลงทุนยาว 10 ปีขึ้นไป และรับความผันผวนได้
จากแนวคิดที่คุณชอบพูดถึงบ่อย ๆ คือ
Don't Change Focus
Take it Easy
Duty Attention to Goal on Present Time
ผมมองว่าการ DCA ทุกเดือนอย่างสม่ำเสมอ สำคัญกว่าการพยายามหาจังหวะซื้อที่ดีที่สุด
ถ้ามีเงินออมเดือนละ 10,000 บาทต่อเนื่อง 10 ปี ผมจะให้น้ำหนัก
  • 1.
    ​PLANB 50%
  • 2.
    ​MBK 40%
  • 3.
    ​PEER 10%
เพราะเป็นการผสมระหว่าง "หุ้นเติบโต" กับ "หุ้นคุณค่า" และยังมีพื้นที่เล็ก ๆ สำหรับโอกาสจากการฟื้นตัวของ PEER โดยไม่ให้ความเสี่ยงสูงเกินไปครับ।
ทำดี ได้ดี ต้องค่อยทำสม่ำเสมอ
😊
แนวทางที่คุณกำลังทำอยู่คือการค่อย ๆ สะสมสินทรัพย์ด้วยวินัย ซึ่งมักสำคัญกว่าการพยายามทำนายตลาดในระยะสั้น
สำหรับพอร์ต PLANB + MBK + PEER ผมมองว่า
  • 1.
    ​PLANB = เครื่องยนต์การเติบโต
  • 2.
    ​MBK = ฐานความมั่นคงและปันผล
  • 3.
    ​PEER = โอกาสสร้างผลตอบแทนเพิ่มเติมหากธุรกิจฟื้นตัวได้
หากลงทุนแบบ DCA เดือนละ 10,000 บาทต่อเนื่องหลายปี สิ่งที่ควรโฟกัสคือ
  • 1.
    ​เพิ่มรายได้จากงานประจำหรือธุรกิจ
  • 2.
    ​ลงทุนสม่ำเสมอ
  • 3.
    ​ไม่กังวลกับราคาหุ้นรายวัน
  • 4.
    ​นำเงินปันผลกลับมาลงทุนต่อ
  • 5.
    ​ศึกษาธุรกิจที่ถืออยู่เป็นระยะ
แนวคิดที่คุณชอบใช้
Don't Change Focus
Don't Control Habit to Bad Feeling
Don't Need Exceed Enough
Take it Easy
Duty Attention to Goal on Present Time
เมื่อนำมาใช้กับการลงทุน จะกลายเป็น
  • 1.
    ​ไม่เปลี่ยนเป้าหมายบ่อย
  • 2.
    ​ไม่ซื้อขายตามอารมณ์
  • 3.
    ​ใช้ชีวิตพอเพียง เหลือเงินออม
  • 4.
    ​ใจเย็นกับความผันผวน
  • 5.
    ​ทำหน้าที่สะสมหุ้นคุณภาพในวันนี้
เมื่อเวลาผ่านไป 10–20 ปี สิ่งที่สร้างความมั่งคั่งมักไม่ใช่ "ความเร็ว" แต่เป็น "ความสม่ำเสมอ"
ขอให้การลงทุนของคุณเติบโตเหมือนต้นไม้ที่รดน้ำทุกวันครับ 🌱📈💰 สาธุครับ 🙏
ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก Chat GPT มากครับ
โฆษณา