3 ชั่วโมงที่แล้ว • หุ้น & เศรษฐกิจ

สรุปข้อมูลที่ควรรู้ของ DRAM กองทุนคอขวด AI ที่ทำผลตอบแทน 145% ภายใน 2 เดือน

เมื่อพูดถึงหุ้นชิปหน่วยความจำหรือหุ้น DRAM นักลงทุนไทยส่วนใหญ่มักจะนึกถึงชื่อของหุ้น Micron Technology เพราะสามารถซื้อขายในตลาดสหรัฐฯ ได้เลย
แต่รู้ไหมว่า ในตลาด DRAM บริษัทที่ครองส่วนแบ่งมากที่สุดกลับไม่ใช่บริษัทสหรัฐฯ แต่คือ Samsung Electronics บริษัทสัญชาติเกาหลีใต้ ที่กินส่วนแบ่งตลาดสูงถึง 38% ในไตรมาส 1 ปี 2569
ซึ่งเบอร์ 2 ก็ยังเป็นบริษัทเกาหลีใต้ นั่นคือ SK Hynix ที่ครองส่วนแบ่งตลาดที่ 29% ขณะที่ Micron Technology อยู่อันดับ 3 มีส่วนแบ่งตลาด 22%
รวมทั้ง 3 บริษัท จะครอบครองตลาด ชิปหน่วยความจำโลกถึง 89% เลยทีเดียว
เมื่อรู้แบบนี้แล้ว หลายคนที่สนใจหุ้นคอขวด AI ก็คงอยากมีทั้ง 3 บริษัทไว้ในพอร์ต เพื่อกระจายความเสี่ยง ใครจะขึ้นมาเป็นผู้นำหรือผูกขาดในอนาคต เราก็ได้ประโยชน์
ทั้งนี้ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ไม่ได้เข้าถึงง่าย เหมือนหุ้นสหรัฐฯ
ตรงนี้เองที่กองทุน DRAM เข้ามาตอบโจทย์ เพราะสามารถซื้อขายในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ได้เลย และเป็นกองทุนที่เน้นเฉพาะผู้นำชิปหน่วยความจำระดับโลกด้วย
ซึ่งหุ้นทั้งหมดที่กองทุน DRAM ถือครอง ณ วันที่ 1 มิ.ย. 2569 ได้แก่
1. Micron Technology
2. SK hynix
3. Samsung Electronics
4. Kioxia Holdings
5. Sandisk
6. Seagate Technology Holdings
7. Western Digital
8. Nanya Technology
9. Winbond Electronics
จะเห็นว่าในพอร์ตมีเพียง 9 หุ้นเท่านั้น เรียกว่าลงทุนแบบโฟกัสได้เลย
โดย 3 บริษัทผู้ครองตลาดชิปหน่วยความจำโลก กองทุน DRAM มีสัดส่วนลงทุนรวมถึง 75%
ที่เหลือกระจายในอีก 6 บริษัท ที่ประกอบด้วย
- ธุรกิจ NAND Flash อย่าง Kioxia Holdings และ SanDisk ที่ได้อานิสงส์จากการเติบโตของ AI ไม่แพ้กัน เพราะ Data Center ต้องใช้หน่วยความจำความเร็วสูงประเภท SSD ในการเก็บข้อมูล
- ธุรกิจ HDD อย่าง Seagate Technology Holdings และ Western Digital ที่มีความโดดเด่นด้านพื้นที่ความจุสูง และมีต้นทุนการจัดเก็บข้อมูลที่คุ้มค่า
- ธุรกิจชิปหน่วยความจำของอุปกรณ์ในชีวิตประจำวัน เช่น อุปกรณ์ภายในบ้าน (Smart Home), ยานยนต์อัจฉริยะ, อุปกรณ์ไอทีพกพา หรือเครื่องใช้ไฟฟ้า ก็ตาม ซึ่ง Nanya Technology และ Winbond Electronics เป็นผู้เล่นในธุรกิจเหล่านี้
ทีนี้ก็มาดูผลการดำเนินงานของกองทุน DRAM ว่าที่ผ่านมาเป็นอย่างไร ?
เนื่องจากกองทุน DRAM เปิดตัววันที่ 2 เม.ย. 2569 ทำให้มีข้อมูลย้อนหลังเพียง 2 เดือนเท่านั้น
ซึ่งหากใครลงทุน 100,000 บาทตั้งแต่แรก เงินจะกลายเป็น 245,000 บาท หรือคิดเป็นกำไร 145,000 บาท (ตัวเลขดังกล่าวเป็นการจำลองผลตอบแทนเพื่อประกอบการอธิบายแนวคิดการลงทุนเท่านั้น มิใช่การการันตีผลตอบแทนในอนาคต)
อย่างไรก็ตาม หากเราแลกกำไรกลับมาเป็นบาท จริง ๆ แล้วกำไรที่เราได้รับอาจเหลือไม่ถึง 100,000 เพราะมีภาษีลงทุนนอกที่สามารถหักได้ถึง 35% จากกำไร
แล้วเราจะลงทุนอย่างไร ให้ได้รับการยกเว้นภาษีลงทุนนอก ?
คำตอบคือ ลงทุนผ่านกองทุนรวม ที่ลงทุนในกองทุน DRAM อย่าง LHDRAM ซึ่งเป็นกองทุนแรกและกองทุนเดียวที่ลงทุนใน DRAM ETF โดยตรง
ข่าวดีกองทุน IPO วันที่ 2-8 มิ.ย. 2569 ที่แอป WealthX
ผู้ที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บล.เวลท์เอกซ์ 02-6669477 LINE ID: @wealthx
คำเตือน:
- กองทุนมีความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาหลักทรัพย์และอัตราแลกเปลี่ยนจากการลงทุน ในตราสารต่างประเทศ
 
- เนื่องจากกองทุนป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ซึ่งอาจไม่ได้ป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวนผู้ลงทุนอาจขาดทุนหรือได้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนหรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้
- กองทุนรวมนี้มีลักษณะเฉพาะและความเสี่ยงเฉพาะ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน ความเสี่ยง ที่ระบุไว้ในคู่มือการลงทุน
- ผลการดำเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต ข้อมูลนี้เป็นเพียงกรณีศึกษาเพื่อให้เห็นภาพรวมการลงทุนในอดีตเท่านั้น มิใช่การชี้นำหรือการันตีผลตอบแทนที่จะได้รับจากการลงทุนในลักษณะเดียวกันในอนาคต ผู้ลงทุนควรพิจารณาความเหมาะสมและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
จัดทำขึ้น ณ วันที่ 1 มิ.ย. 2569
ที่มา Roundhill Investments และ Google Finance ณ วันที่ 1 มิ.ย. 2569
------------
📩 สอบถามเพิ่มเติม : LINE ID @wealthx
WealthX – Wealth for the People
📲 ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ทั้ง App Store และ Play Store
โฆษณา