Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Book Gossip: เล่มนี้ต้องขยาย
•
ติดตาม
2 มิ.ย. เวลา 17:01 • หนังสือ
คำสารภาพในคืนฆาตกรรม
กลับมาแล้วค่าา หลังจากหายไปนานเพราะรู้สึกช่วงนี้ค่อนข้างล้า สมาธิสั้นมาก วันนี้เพิ่งบังคับตัวเองให้อ่านจนจบเล่มได้ค่ะ รอบนี้กลับมาที่ Prism Publishing กันบ้าง เป็นสำนักพิมพ์ที่ผลงานถูกจริตเรามากและออกหนังสือถี่มาก ไม่ได้โฟกัสแค่แป๊ปเดียวก็มีเล่มค้างที่ไม่ได้ตามเก็บเกิน 10 เล่มละ 🤣 แต่ตลกดีที่จะเลือกหนังสืออ่านทีไรก็ลืมหยิบของสำนักพิมพ์นี้ตลอด คราวนี้เลยตั้งใจหยิบจากกองดองของสำนักพิมพ์นี้โดยเฉพาะเลย
#คำสารภาพในคืนฆาตกรรม คือเรื่องราวการสืบสวนของคดีฆาตกรรม "คาสุกะอิ โนโซมิ" เด็กสาววัยมัธยมต้น ตำรวจจับกุม "โทโนะ เนกา" เพื่อนร่วมชั้นของผู้เสียชีวิตได้ในที่เกิดเหตุ โทโนะรับสารภาพว่าเธอเป็นคนฆ่าคาสุกะอิจริง แต่เมื่อถามถึงแรงจูงใจเธอกลับปิดปากแน่นสนิท ไม่ยอมเอ่ยอะไรแม้แต่คำเดียว เมื่อสอบถามไปยังทางโรงเรียนก็พบว่าโทโนะเป็นเด็กที่บ้านยากจน ไม่ตั้งใจเรียน และไม่มีเพื่อนเลยสักคน ในขณะที่คาสุกะอิเป็นเด็กเรียนดี มีพรสวรรค์ด้านดนตรี และเป็นที่รักของเพื่อนในชั้น
เป็นไปได้หรือไม่ที่โทโนะจะฆ่าคาสุกะอิเพราะความริษยา แต่เหตุผลอะไรกันล่ะที่ทำให้เด็กสองคนที่แตกต่างกันขนาดนี้ ยอมออกมาเจอกันข้างนอกตอนกลางดึก แถมสถานที่ยังเป็นบ้านร้างอีกต่างหาก ทว่าเมื่อ "มาคาเบะ" และ "นาคาตะ" ยิ่งสืบลึกลงไป ความจริงที่ค่อยๆเปิดเผยออกมาทีละนิด กลับทำให้พวกเขาได้พบกับเรื่องราวอันน่าหดหู่ของเหล่าคนที่ถูกสังคมทอดทิ้งไว้เบื้องหลัง
หนังสือจะเล่าตัดสลับไปมาระหว่างการสืบสวนของมาคาเบะและนาคาตะในปัจจุบัน กับเรื่องราวในอดีตผ่านมุมมองของโทโนะ ทำให้เราสามารถปะติดปะต่อเหตุการณ์ได้พร้อมๆกับที่ตำรวจได้เบาะแสมา ซึ่งสำหรับเราแล้วการเล่าแบบนี้มันทำให้เนื้อเรื่องยิ่งดูน่าสนใจมากขึ้น อารมณ์ประมาณว่าปูพื้นหลังตัวละครมาแบบนี้ แล้วมันจะไปจบยังไงกันแน่นะ 🤔
แต่ความจริงแล้วเธอไม่มีกระทั่งเวลาที่จะพยายามด้วยซ้ำ
นอกจากการที่เนื้อหาจะเน้นไปที่กระบวนการสืบสวนแบบจัดเต็มแล้ว ประเด็นหลักที่นักเขียนต้องการจะสื่อสารเองก็เข้มข้นไม่แพ้กัน ว่าด้วยเรื่องของกลุ่มคนชายขอบที่ถูกรัฐเมินเฉย และต้องดิ้นรนต่อสู้กับโลกที่ทุกอย่างต้องใช้เงินเพียงลำพัง ความเจ็บปวดของคนเหล่านี้ไม่ได้มีแค่การหารายได้ไม่เพียงพอกับรายจ่ายเท่านั้น แต่ยังรวมถึงสายตาตัดสินที่คนในสังคมจ้องมองไปยังพวกเขา
เพราะถึงแม้รัฐจะมีเงินช่วยเหลือให้กับคนที่ลำบาก แต่เงื่อนไขในการคัดกรองนั้นก็เต็มไปด้วยอคติของเจ้าหน้าที่ มิหนำซ้ำผู้ที่ได้รับเงินช่วยเหลือก็มักจะได้รับถ้อยคำดูถูกเหยียดหยามว่าเป็นพวกที่ทำตัวเสียศักดิ์ศรี ไม่ยอมพยายามให้เท่ากับคนอื่น ทั้งที่ในความจริงแล้ว อาจจะเป็นพวกเราเองต่างหากที่ไม่เคยพยายามให้เท่าพวกเขา
อย่างที่ในเรื่องนี้ มาคาเบะได้ตระหนักว่า คำว่าลำบากของเขาคือการไม่มีเงินไปฟุ่มเฟือยกับงานอดิเรก หรือการต้องมุ่งมั่นตั้งใจเรียนเพื่อจะหางานดีๆมายกระดับฐานะของครอบครัว ในขณะเดียวกัน คำว่าลำบากของเด็กอีกหลายคนที่เขามองว่าไม่เอาไหน กลับเป็นการที่ต้องแอบออกไปทำงานพิเศษเพื่อหาเงินมาช่วยค่าใช้จ่ายที่บ้าน หรือการกินน้ำก๊อกรองท้องเพื่อประทังชีวิต
มันไม่ใช่ว่าพวกเขาไม่พยายามต่อสู้กับโชคชะตาของตัวเอง แต่บางครั้งโลกก็เล่นตลกกับพวกเขาเกินไปจนพยายามเท่าไหร่ก็ไม่พอ เด็กๆจะตั้งใจเรียนในห้องได้อย่างไร ในเมื่อกลางคืนต้องอดนอนเพื่อหาเงิน เด็กๆจะเอาเวลาไหนไปคิดถึงอาชีพในอนาคต ในเมื่อวันพรุ่งนี้ยังไม่รู้เลยว่าจะเอาเงินที่ไหนจ่ายค่าข้าว แล้วคนที่โชคดีพอที่จะไม่ต้องเผชิญชะตากรรมแบบนี้ มีหน้าอะไรจะไปบอกว่าพวกเขาต้องพยายามให้หนักขึ้นกันล่ะ
ถ้ามีข้อมูลอีกสักนิด เราอาจจะ 'จินตนาการ' เหตุจูงใจของเธอออกก็ได้
ตัวละครที่เราชอบที่สุดในเรื่องนี้ก็คือนาคาตะ เธออาจจะเป็นตำรวจที่ดูน่ารำคาญในสายตาเพื่อนร่วมงาน เป็นคนที่ชอบพูดคำแปลกๆที่วงการสืบสวนเขาไม่ใช้กันอย่างคำว่า "จินตนาการ" จริงอยู่ว่ามันอาจจะฟังดูเลอะเทอะ แต่แท้จริงแล้ววิธีการของเธอก็ไม่ต่างกับการ "พยายามจะเข้าใจ" ความคิดของกลุ่มคนที่เกี่ยวข้องในคดี นาคาตะพยายามที่จะเอาตัวเองไปอยู่ในจุดเดียวกันกับแต่ละคน และลองมองเรื่องราวในมุมที่คนเหล่านั้นจะมอง
เรียกอีกอย่างก็คือนาคาตะกำลังใส่ empathy ลงไปในกระบวนการสืบสวน ถึงแม้อาชีพของเธอจะมีจุดประสงค์หลักคือการสืบหาความจริงก็ตาม เธอทำอย่างนั้นไม่ใช่เพื่อจะช่วยกลับผิดให้เป็นถูก หรือช่วยสร้างความชอบธรรมให้กับคนร้าย เพราะตัวชี้วัดความดีความชั่วนั้นล้วนถูกกำหนดไว้อย่างชัดเจนแล้วด้วยกฎหมาย แต่เธอทำเพื่อที่จะได้เข้าใจถึงเหตุผลเบื้องหลังของการกระทำเหล่านั้น และเพื่อจะได้ฉุดกลุ่มคนที่พลาดพลั้งไปให้กลับมาอยู่ในหนทางที่ถูกต้อง
เพราะมีแต่คนที่ใจกว้างพอจะมอบ empathy ให้ผู้อื่นเท่านั้นที่จะตระหนักได้ว่า บ่อยครั้งการกระทำที่ไม่น่าให้อภัยมากที่สุด ก็อาจจะมีที่มีจากความเจ็บปวดที่ถูกละเลยมาเนิ่นนานจนกลายเป็นแผลเรื้อรัง และเมื่อไหร่ที่เรามองเห็นมัน เมื่อนั้นเราก็อาจจะพอช่วยเยียวยาบาดแผลให้มันทุเลาลงได้
เป็นสืบสวนอีกเรื่องที่เข้มข้นและเต็มไปด้วยเรื่องราวให้ขบคิด ใครยังไม่มีไปจัดกันเลย:
https://s.shopee.co.th/7fX98eL3Ur
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย