วันนี้ เวลา 07:00 • อสังหาริมทรัพย์

เคลียร์สัญญา 'ไฮสปีด 3 สนามบิน' รฟท.รอเอกชนตอบปมมติครม.

  • รฟท. กำลังรอคำตอบอย่างเป็นทางการจากเอกชน (กลุ่มซีพี) เกี่ยวกับร่างสัญญาแก้ไขโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน หลังจากอัยการสูงสุดให้ทบทวนเงื่อนไขตามมติ ครม.
  • ประเด็นสำคัญในการแก้ไขสัญญาคือข้อเสนอของเอกชนที่ต้องการปรับเปลี่ยนวิธีการชำระเงินเพื่อใช้ขอสินเชื่อจากสถาบันการเงิน ซึ่งกระทรวงคมนาคมไม่เห็นด้วย
  • เมื่อได้รับคำตอบจากเอกชนแล้ว รฟท. จะนำเรื่องเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก
นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ในฐานะรักษาการผู้ว่าการรถไฟฯ เปิดเผยความคืบหน้าการแก้ไขร่างสัญญาในโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) มูลค่าการลงทุน 224,544.36 ล้านบาท โดยมีการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และบริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด (กลุ่มซีพี) เป็นคู่สัญญา สัญญาสัมปทาน 50 ปี ล่าสุดสำนักงานอัยการสูงสุดได้พิจารณาและส่งร่างสัญญาดังกล่าวตอบกลับมายังการรถไฟฯ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
จากการตอบกลับของอัยการสูงสุดขอให้ทบทวนมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ครบถ้วน เพราะถือเป็นเงื่อนไขสำคัญที่รัฐบาลกำหนดให้เอกชนคู่สัญญานำไปพิจารณา ซึ่งเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคมที่ผ่านมา ทางรฟท. ได้หารือร่วมกับบริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด เพื่อแจ้งเงื่อนไขและหลักการในการแก้ไขมติ ครม. ให้ทางเอกชนได้รับทราบและนำไปทบทวนแล้ว
“ปัจจุบันรฟท. อยู่ระหว่างรอคำตอบอย่างเป็นทางการจากฝั่งเอกชน เพื่อที่จะนำความเห็นดังกล่าวมารายงานต่อสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ สกพอ. และเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ กพอ. เพื่อพิจารณาตามลำดับก่อนจะเสนอให้ครม.อนุมัติการแก้ไขมติเดิมต่อไป” นายอนันต์ ระบุ
ขณะที่การแก้ไขร่างสัญญาในส่วนที่เป็นประเด็นข้อพิพาทเรื่องหลักประกันเงินที่รัฐร่วมลงทุน นายอนันต์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาสำนักงานอัยการสูงสุดมีข้อสังเกตว่า ควรให้รวมหลักประกันดังกล่าวไว้ด้วยกัน ซึ่งรฟท.ได้ชี้แจงกลับไปแล้วถึงประเด็นนี้ โดยหลักประกันดังกล่าวถูกแยกส่วนกันมาตั้งแต่ต้นตามมติของ กพอ. เพื่อความคล่องตัวในการบริหารจัดการโครงการ อย่างไรก็ดีทางอัยการสูงสุดไม่ได้ขัดข้องในเรื่องดังกล่าว
แหล่งข่าวจาก สกพอ. กล่าวว่า กรณีที่กระทรวงคมนาคมไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขร่างสัญญาโครงการฯกับข้อเสนอของภาคเอกชนที่ต้องการให้มีการปรับเปลี่ยนวิธีการชำระเงินตามสัญญานั้น เรื่องนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความสามารถในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของเอกชน เนื่องจากเป็นส่วนสำคัญของการแก้ไขสัญญาที่เอกชนเสนอมาเพื่อนำไปใช้ประกอบการขออนุมัติเงินกู้จากสถาบันการเงิน
ทั้งนี้เอกชนต้องกลับไปเจรจากับสถาบันการเงินเพื่อพิจารณาหาแนวทางอื่นในการบริหารจัดการความเสี่ยงทางการเงินให้สถาบันการเงินปล่อยกู้ได้ หากได้ข้อสรุปที่ชัดเจนแล้วค่อยกลับมาหารือกับรฟท.อีกครั้ง โดยปัจจุบันทางภาครัฐได้แจ้งให้ทางเอกชนรับทราบในประเด็นนี้แล้ว ซึ่งอยู่ระหว่างรอให้ทางเอกชนกลับมาเสนอทางออกใหม่ที่สอดคล้องกับเงื่อนไขของรัฐบาล
“ขณะนี้ยังไม่มีการกำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนว่าจะได้ข้อสรุปจากเอกชนเมื่อไร เนื่องจากเรื่องนี้เป็นประเด็นที่มีความซับซ้อนและต้องรอการตัดสินใจในระดับนโยบายที่ต้องมีความรอบคอบสูงสุดด้วย” แหล่งข่าว ระบุ
แหล่งข่าว กล่าวต่อว่า ตามปกติการจัดหาเงินทุนของเอกชนเพื่อนำไปลงทุนโครงการขนาดใหญ่นั้น โดยสถาบันการเงินจะมีการประเมินความเสี่ยงของโครงการเป็นหลัก ในกรณีของโครงการรถไฟความเร็วสูงฯ ธนาคารอาจจะปรับเปลี่ยนเงื่อนไขการปล่อยกู้ที่เข้มงวดขึ้น หรืออาจเพิ่มเงื่อนไขอื่นๆให้เอกชน เพื่อลดความเสี่ยง แต่หากความเสี่ยงสูงขึ้นจนอัตราดอกเบี้ยหรือเงื่อนไขเงินกู้พุ่งสูงจนเกินรับไหว ก็อาจทำให้โครงการเดินหน้าต่อได้ลำบาก
อย่างไรก็ดีโครงการไฮสปีดเชื่อม 3 สนามบิน ยอมรับว่าปัจจุบันโครงการดีเลย์มาเป็นเวลานานแล้ว ซึ่งในส่วนของโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภานั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ได้นิ่งนอนใจและไม่ได้รอเพียงความชัดเจนของโครงการรถไฟความเร็วสูงเพียงอย่างเดียว แต่มีการปรับแผนการดำเนินงานเพื่อให้สนามบินสามารถเดินหน้าต่อไปได้ เช่น การปรับลดขนาดสนามบินให้เล็กลงในระยะแรก หรือการนำมาตรการทางภาษีและสิทธิประโยชน์อื่นๆ เข้ามาช่วยสนับสนุนในช่วงที่รอความชัดเจนจากโครงการดังกล่าว
แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ยังคงยืนยันไม่มีนโยบายแก้ไขสัญญาร่วมลงทุนในโครงการไฮสปีดเชื่อมสามสนามบิน โดยเฉพาะประเด็นปรับเงื่อนไขการชำระค่าร่วมลงทุนเป็นรูปแบบสร้างไปจ่ายไป โดยภายหลังการตอบกลับของอัยการสูงสุด ซึ่งเห็นชอบร่างสัญญาแก้ไขแล้วนั้น เชื่อว่าทาง รฟท.จะนำข้อมูลมาหารือร่วมกันอีกครั้งในการประชุม กพอ. วันที่ 5 มิ.ย.นี้
โฆษณา