3 มิ.ย. เวลา 14:21 • ข่าวรอบโลก

🚨 ด่วนที่สุด! อินเดียยอมหักดิบ เทขายทองคำสำรอง 1.2 หมื่นล้านดอลล์

หวังอุ้มเงินรูปี! ที่ร่วงเหวประวัติการณ์! 📉💥
🔥 บทวิเคราะห์: เมื่ออินเดียยอมสละทองคำสำรอง เดิมพันครั้งใหญ่เพื่อค้ำจุนค่าเงินรูปี
.
ธนาคารกลางอินเดีย (RBI) กำลังถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดหลังจากมีรายงานจากบลูมเบิร์ก อีโคโนมิกส์ บ่งชี้ว่า RBI ได้ตัดสินใจครั้งสำคัญด้วยการเทขายทองคำสำรองมูลค่าสูงถึง 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในระยะเวลาเพียงสองสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 22 พฤษภาคม
เพื่อนำไปสมทบในสินทรัพย์สกุลเงินตราต่างประเทศมูลค่า 7.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ การเคลื่อนไหวในลักษณะ "สลับสินทรัพย์" อย่างฉับพลันนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลอย่างยิ่งยวดของกลุ่มผู้กำหนดนโยบาย ต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศที่กำลังถูกสั่นคลอนอย่างหนัก
.
วิกฤตการณ์ครั้งนี้มีชนวนเหตุสำคัญมาจากสงครามอิหร่านและการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่ออินเดียในฐานะประเทศผู้นำเข้าน้ำมันดิบรายใหญ่อันดับ 3 ของโลก ต้นทุนพลังงานที่ทะยานสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ไม่เพียงแต่ทำให้ประเทศต้องสูญเสียเงินตราต่างประเทศไปอย่างมหาศาล แต่ยังส่งผลให้ดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุลกว้างขึ้น จนกลายเป็นแรงกดดันมหาศาลทุบค่าเงินรูปีให้ดิ่งลงไปแตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 96.923 รูปีต่อดอลลาร์สหรัฐ
ส่งผลให้ นายซันเจย์ มัลโฮตรา ผู้ว่าการ RBI จำเป็นต้องงัดทุกเครื่องมือที่มี—รวมถึงการแทรกแซงตลาดและการพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย—เพื่อสกัดกั้นการไหลออกของเงินทุนและประคับประคองไม่ให้เงินรูปีทรุดตัวลงไปมากกว่านี้
.
อย่างไรก็ตาม มาตรการพยุงค่าเงินและการปรับขึ้นภาษีนำเข้าทองคำและเงินในอัตรา 9% เพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้า ได้ส่งแรงสั่นสะเทือนแบบลูกโซ่เข้าสู่ตลาดโลหะมีค่าภายในประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้ในระยะแรกราคาทองคำในประเทศจะยังไม่สะท้อนต้นทุนภาษีใหม่ทั้งหมดเนื่องจากตลาดยังมีสินค้าคงคลังเก่าคอยรองรับ
แต่นักวิเคราะห์เตือนว่าความผันผวนที่แท้จริงกำลังจะตามมา โดยเฉพาะความเสี่ยงเรื่องส่วนต่างราคา (Premium) ของกองทุน ETF ทองคำและเงิน ที่อาจพุ่งสูงขึ้นจนบิดเบือนจากความเป็นจริง หากนักลงทุนเกิดความตื่นตระหนกและเข้าซื้อสินทรัพย์เพื่อหลบภัยเงินเฟ้ออย่างรุนแรง
.
ท่ามกลางสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกนี้ ภาคเอกชนอย่างสมาคมทองคำและอัญมณีแห่งอินเดีย (IBJA) จึงได้เสนอทางออกเชิงนวัตกรรมด้วยการผลักดันแนวคิด
"การแปลงสภาพทองคำวัด" (Temple Gold) ปริมาณเกือบ 1,000 ตันที่ถูกปล่อยทิ้งไว้ในฐานะทรัพย์สินของศรัทธา ให้เข้ามาหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจที่เป็นทางการผ่านกลไกการยืมเพื่อลดภาระการนำเข้า
ควบคู่ไปกับการขอความร่วมมือให้ร้านทองงดเว้นการขายทองคำแท่งเพื่อการเก็งกำไร
ซึ่งข้อเสนอดังกล่าวนับเป็นยุทธศาสตร์ท้องถิ่นที่ชาญฉลาดในการช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากและปกป้องแรงงานในอุตสาหกรรมอัญมณี
โฆษณา