4 มิ.ย. เวลา 02:39 • หุ้น & เศรษฐกิจ

AOT เด่นกลุ่มการบิน ยอดนักท่องเที่ยวหนุน

หุ้นวิชั่น – บริษัทหลักทรัพย์กรุงศรี จำกัด(มหาชน) ระบุว่าจากรายงานยอดนทท. สัปดาห์สุดท้าย พ.ค. 26 โต +5% y-y ด้วยแรงหนุน นทท. มาเลเซีย และราคาน้ำมัน Jet ลดลงต่ำกว่า 130 USD/bbl สร้าง Upside ต่อผลประกอบการ โดยหุ้น THAI มีปัจจัยบวกระยะสั้นจากโอกาสเข้าคำนวณ SET50 และราคาเป้าหมายมี Upside จากราคาน้ำมันน่าสนใจมากที่สุดในกลุ่มฯ
อย่างไรก็ดียังมีความเสี่ยงจากการปลดล็อกหุ้นต้นทุนต่ำ และผลประกอบการ 2Q26F อาจพลิกขาดทุน โดยคงคำแนะนำ Neutral ต่อกลุ่มการบิน และยังเลือก AOT เป็น Top pick กลุ่มฯ จาก Catalyst บวกจากการขึ้นค่า PSC และกระทบสงครามฯ น้อยกว่ากลุ่มฯ
ยอด นทท. โต +5% y-y จาก นทท. มาเลเซีย แต่ถ้าไม่รวมจะหดตัว -7% y-y
ยอด นทท. สัปดาห์สุดท้ายของเดือน พ.ค. 26 อยู่ที่ 0.60 ล้านคน เพิ่ม +5% y-y และ +16% w-w จากการเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่นของ นทท. มาเลเซีย (+46% y-y +101% w-w) จากเป็นช่วงสิ้นสุดการถือศีลอดของชาวมุสลิม หากไม่รวมการเพิ่มอย่างโดดเด่นของ นทท. มาเลเซีย ยอด นทท. รวมจะลดลง -7% y-y และ -2% w-w
จากการหดตัวของ นทท. นอกเหนือจาก Top5 (-10% y-y และ -1% w-w) จากการชะลอตัวของ นทท. Long haul ที่เป็นช่วง Low season นอกจากนี้ การเติบโตชะลอลงของ นทท. จีน (+6% y-y -5% w-w) จากที่มีการเติบโต Double digits y-y อย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่เทศกาลตรุษจีนเดือน ก.พ. 26 เป็นที่ต้องจับตาต่อไป
ยอด นทท. สะสม (1 ม.ค.-31 พ.ค.) อยู่ที่ 14 ล้านคน ลดลง -2% y-y โดยยอด นทท. เดือน พ.ค. 26 ฟื้นกลับมาโต +4% y-y จากเดือน เม.ย. 26 หดตัว -7% y-y เราคาดเป็นเพราะสถานการณ์สงครามตะวันออกกลางที่ผ่อนคลายมากขึ้น
ปริมาณผู้โดยสารช่วงปลายเดือน พ.ค. 26 มีแนวโน้มดีต่อเนื่อง
ช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือน พ.ค. 26 ปริมาณผู้โดยสารการบินทั่วประเทศฟื้นกลับมาเติบโต y-y ได้ต่อเนื่องจากช่วงกลางเดือน ทำให้ปริมาณผู้โดยสารเดือน พ.ค. 26 หดตัวเพียง -3% y-y จากช่วงครึ่งเดือนแรก -7% y-y
ขณะที่ปริมาณเที่ยวบินช่วงครึ่งเดือนหลังของเดือน พ.ค. 26 ยังหดตัว y-y ต่อเนื่องใกล้เคียงครึ่งเดือนแรก สะท้อนภาพการปรับตัวของสายการบินที่มีการลดเที่ยวบินลงเพื่อรักษาอัตราการทำกำไรในช่วงที่ราคาน้ำมัน Jet สูง โดยเดือน พ.ค. 26 ปริมาณเที่ยวบินหดตัว -6% y-y
ปริมาณเที่ยวบินจีนมาไทยโต y-y ชะลอลง
สัปดาห์สุดท้ายของเดือน พ.ค. 26 ปริมาณเที่ยวบินจีนมาไทยโต +2% y-y ชะลอลงจากสัปดาห์ก่อนหน้าเติบโต +6% y-y และชะลอลงจากช่วง 2 เดือนก่อนที่เติบโต Double digits ต่อเนื่อง
เช่นเดียวกับเที่ยวบินจีนไปเกาหลีใต้โต +9% y-y ชะลอลงจากสัปดาห์ก่อนหน้าเติบโต +14% y-y ส่วนเที่ยวบินจีนไปญี่ปุ่นยังหดตัวหนักต่อเนื่องที่ -49% y-y
ภาพรวมเที่ยวบินจีนออกนอกประเทศโต +4% y-y ใกล้เคียงสัปดาห์ก่อน +5% y-y
ราคาน้ำมัน Jet ลดลงมาต่ำกว่า 130 USD/bbl
ช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือน พ.ค. 26 ราคาน้ำมัน Jet ลดลงมาที่ 127.53 USD/bbl นับเป็นระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่เกิดสถานการณ์สงครามตะวันออกกลาง (ไม่รวมช่วง 2-3 วันแรกที่ราคาน้ำมัน Jet ค่อยๆ เพิ่มขึ้นจากช่วงก่อนสงครามอยู่ที่ 80-90 USD/bbl) โดยราคาน้ำมัน Jet เฉลี่ย ytd อยู่ที่ 144.36 USD/bbl และสถานการณ์สงครามฯ ที่มีแนวโน้มคลี่คลายทำให้มีโอกาสที่ราคาน้ำมัน Jet เฉลี่ยทั้งปี 2026F จะต่ำกว่าสมมติฐานของเราที่ 160 USD/bbl
ส่วนค่าเงินบาทช่วงเดือน พ.ค. 26 อยู่ที่ราว 32.5 บาท/USD อ่อนค่าขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงก่อนสงครามสหรัฐ-อิหร่านอยู่ที่ราว 31 บาท/USD และจากสิ้นปี 2025 ที่ 31.5 บาท/USD
เรามอง Slightly Positive ต่อยอด นทท. ช่วงปลายเดือน พ.ค. 26 ที่เพิ่ม y-y ต่อเนื่องหนุนให้ยอด นทท. เดือน พ.ค. 26 ฟื้นกลับมาโต +4% y-y จากเดือน เม.ย. 26 หดตัว -7% y-y เนื่องจากสถานการณ์สงครามฯ ที่ผ่อนคลายมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไปเพราะสัปดาห์ล่าสุดยอด นทท. รวมได้ปัจจัยบวกตามฤดูกาลหนุนยอด นทท. มาเลเซียฟื้นตัวโดดเด่น และยอด นทท. จีนที่เติบโต y-y ชะลอลงมากจากช่วง 3 เดือนก่อนหน้า
ราคาน้ำมัน Jet เฉลี่ยทั้งปี 2026F มีแนวโน้มต่ำกว่าสมมติฐานเราที่ 160 USD/bbl (ราคาเฉลี่ย YTD อยู่ที่ 144.36 USD/bbl และราคาล่าสุดอยู่ที่ 127.53 USD/bbl) เป็น Upside ต่อผลประกอบการหุ้นกลุ่มการบิน เบื้องต้นเราประเมิน Upside ต่อหุ้นสายการบินที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการเปลี่ยนแปลงของราคาน้ำมันต่อต้นทุน
ยังไม่รวมถึงราคาตั๋วโดยสารที่มีแนวโน้มลดลงซึ่งอาจทำให้ปริมาณผู้โดยสารสูงกว่าคาดด้วย โดยเราทำ Sensitivities ราคาน้ำมัน Jet ที่ 150–110 USD/bbl โดยกรณี 150 USD/bbl อิงจาก Spread Brent vs Jet ต่ำกว่าคาด
และกรณี 140-110 USD/bbl อิงจากกรณีที่ราคาน้ำมัน Jet ในช่วงที่เหลือของปีอยู่ที่ 135-85 USD/bbl เราพบว่าราคาเป้าหมายหุ้น THAI มีความน่าสนใจในการเปลี่ยนแปลงมากที่สุดจากกรณี Base case ที่ 5.70 บาท เพิ่มเป็น 7.44 บาท ในกรณี Best case (110 USD/bbl) ขณะที่ AAV แม้ราคาเป้าหมายกรณี Best case จะเพิ่มขึ้นมากเป็น 1.04 บาท จากกรณี Base case ที่ 0.65 บาท แต่ก็ยังต่ำกว่าราคาในกระดาน ส่วน BA ราคาเป้าหมายเปลี่ยนแปลงจากเดิมไม่มากเพราะผลประกอบการมีความยืดหยุ่นสูงต่อการเปลี่ยนแปลงของราคาน้ำมัน
โฆษณา