8 ชั่วโมงที่แล้ว • ธุรกิจ

ถ้า Demis Hassabis พูดถูก…ปัญหาที่ใหญ่ที่สุดของ AI อาจไม่ใช่ AI แต่คือ “มนุษย์”

TL;DR — สำหรับคนที่ไม่อยากอ่านยาว
Demis Hassabis เชื่อว่าเป้าหมายของ DeepMind ไม่ใช่การสร้าง AI ที่เอาชนะมนุษย์
แต่คือการใช้ความฉลาดของ AI เพื่อปลดล็อกศักยภาพสูงสุดของมนุษยชาติ
AlphaGo คือหลักฐานว่า AI
สามารถคิดในรูปแบบใหม่ได้
AlphaFold คือหลักฐานว่า AI
สามารถช่วยมนุษย์ก้าวข้ามข้อจำกัด
ที่เคยใช้เวลาแก้ปัญหาหลายสิบปีได้จริง
ส่วน AGI…
ไม่ใช่จุดจบของเรื่องทั้งหมด
แต่มันอาจเป็นจุดเริ่มต้นของคำถามที่ใหญ่ที่สุดที่มนุษยชาติเคยเผชิญ
ไม่นานมานี้ ผมมีโอกาสรับชมบทสนทนาที่ Stanford Graduate School of Business ระหว่าง Demis Hassabis ผู้ร่วมก่อตั้งและ CEO ของ Google DeepMind กับคณาจารย์และนักศึกษา
สิ่งที่ผมได้กลับมา
ไม่ใช่ความตื่นเต้นเรื่อง AGI
แต่เป็นกรอบคิดบางอย่างที่น่าสนใจกว่านั้นมาก
เพราะ DeepMind ไม่ได้เริ่มต้นจากการรักษาโรค
ไม่ได้เริ่มต้นจากหุ่นยนต์
และไม่ได้เริ่มต้นจากการสร้างผู้ช่วยอัจฉริยะ
แต่มันเริ่มจาก…
“วิดีโอเกม”
Demis เลือกเกมเป็นสนามทดลอง
เพราะเกมคือโลกจำลองที่สมบูรณ์แบบ
มีเป้าหมายชัดเจน
มีข้อมูลครบ
มีรางวัลและบทลงโทษ
และสำคัญที่สุดคือ
AI สามารถล้มเหลวได้ไม่จำกัดครั้ง
โดยไม่มีใครต้องจ่ายราคาในโลกจริง
หลายเดือนแรก AI ของ DeepMind
แพ้เกม Atari แบบหมดรูป
แพ้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
แต่เมื่อมันค้นพบหลักการบางอย่างได้
เส้นการเรียนรู้ก็เปลี่ยนจากเส้นตรง
กลายเป็นเส้นโค้งแบบก้าวกระโดด
นี่คือจุดกำเนิดของ Deep Reinforcement Learning
และเป็นรากฐานของทุกสิ่งที่ตามมา
จาก Atari
สู่ AlphaGo
หลายคนจำ AlphaGo ได้ในฐานะ AI
ที่เอาชนะแชมป์โลกโกะ
แต่สำหรับ Demis
สิ่งที่น่าสนใจไม่ใช่ชัยชนะ
สิ่งที่น่าสนใจคือ
AI สามารถสร้างกลยุทธ์ใหม่
ที่ไม่เคยมีมนุษย์คนใดค้นพบมาก่อน
ตลอดประวัติศาสตร์กว่า 2,000 ปีของเกมนี้
นั่นอาจเป็นครั้งแรกที่โลกเริ่มเห็นว่า
AI ไม่ได้มีหน้าที่แค่เลียนแบบมนุษย์
แต่มันอาจช่วยขยายขอบเขต
ความคิดของมนุษย์ให้กว้างกว่าเดิม
แต่สิ่งที่ผมคิดว่าสำคัญยิ่งกว่า AlphaGo
คือ AlphaFold
หนึ่งในโจทย์ที่ยากที่สุดของวงการชีววิทยาคือ
“การทำนายโครงสร้างโปรตีน”
นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกพยายาม
แก้ปัญหานี้มานานกว่า 50 ปี
แต่ AlphaFold สามารถทำ
สิ่งที่มนุษย์ใช้เวลาหลายสิบปี
ให้เหลือเพียงไม่กี่นาที
นี่อาจไม่ใช่ชัยชนะของ AI
แต่มันคือการคืนเวลาให้มนุษยชาติ
วันนี้ฐานข้อมูล AlphaFold มีโครงสร้าง
โปรตีนมากกว่า 200 ล้านชนิด
เปิดให้นักวิจัยทั่วโลกใช้งาน
และถูกนำไปต่อยอดในงานวิจัยทางการแพทย์ เกษตรกรรม และวิทยาศาสตร์จำนวนมหาศาล
สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างคือ
DeepMind เลือกเปิดข้อมูลเหล่านี้ให้โลกใช้ฟรี
แทนที่จะเก็บไว้สร้างความได้เปรียบ
ทางธุรกิจเพียงอย่างเดียว
Demis เชื่อว่า
ความก้าวหน้าที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของมนุษยชาติ
มักเกิดจากการเปิด
ไม่ใช่การปิด
และนี่อาจเป็นบทเรียนเรื่อง Open Science
ที่ผู้บริหารในทุกอุตสาหกรรมควรครุ่นคิด
ในยุคที่ทุกคนกำลังแข่งขันกันสะสมข้อมูล
จากนั้นบทสนทนาก็พาไปสู่เรื่องที่ใหญ่ขึ้น
AGI
หรือปัญญาประดิษฐ์ระดับทั่วไป
Demis เชื่อว่า
เราอาจกำลังยืนอยู่ที่ตีนเขา
ของสิ่งที่หลายคนเรียกว่า Singularity
จุดเปลี่ยนผ่านที่ความสามารถของ AI
จะเติบโตเร็วอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
ผลกระทบอาจใหญ่กว่า
การปฏิวัติอุตสาหกรรมหลายเท่า
แต่ใช้เวลาน้อยกว่ามาก
ไม่ใช่ 100 ปี
แต่อาจเป็นเพียงไม่กี่ทศวรรษ
คำถามจึงไม่ใช่
“AI จะฉลาดแค่ไหน”
แต่คือ
“สังคม องค์กร และระบบกำกับดูแลของเรา
จะปรับตัวทันหรือไม่”
แต่ประเด็นที่ผมคิดว่าน่าครุ่นคิดที่สุด
กลับไม่ใช่เรื่องเทคโนโลยี
หากวันหนึ่งความรู้หาได้แทบฟรี
การวิเคราะห์ทำได้ภายในไม่กี่วินาที
การออกแบบ การเขียนโปรแกรม
และการค้นคว้าส่วนใหญ่
ถูกช่วยโดย AI
คุณค่าของมนุษย์จะอยู่ตรงไหน
สิ่งที่น่าสนใจคือ
Demis ไม่ได้เรียกหาวิศวกรเพิ่ม
เขากลับเรียกหา
นักปรัชญา
นักเศรษฐศาสตร์
นักมนุษยศาสตร์
และผู้กำหนดนโยบาย
เพราะปัญหาที่กำลังมาถึง
อาจไม่ใช่ปัญหาทางเทคนิคอีกต่อไป
แต่เป็นปัญหาเรื่อง
“ความหมาย”
“คุณค่า”
และ
“ทิศทาง”
ของมนุษยชาติ
อีกแนวคิดที่ผมชอบมากจากบทสนทนานี้
คือเรื่องของโลกหลังความขาดแคลน
(Post-Scarcity)
Demis มองว่า
หาก AGI สามารถเร่งการค้นพบทางวิทยาศาสตร์
เร่งการพัฒนายา
เร่งการสร้างพลังงานสะอาด
และเร่งการสร้างองค์ความรู้ใหม่
โลกอาจเคลื่อนจากเกมแบบ
“ผู้ชนะ-ผู้แพ้“
ไปสู่ระบบที่คนจำนวนมากได้ประโยชน์ร่วมกัน
แต่สิ่งนั้นจะเกิดขึ้นได้หรือไม่
ไม่ได้ขึ้นอยู่กับ AI
ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของมนุษย์
สิ่งที่ผมได้จากบทสนทนานี้
ไม่ใช่ความตื่นเต้นเรื่อง AGI
ไม่ใช่ AlphaGo
และไม่ใช่ AlphaFold
แต่คือการตระหนักว่า
ในวันที่ AI ฉลาดขึ้นทุกวัน
คำถามที่สำคัญที่สุดอาจไม่ใช่
“เครื่องจักรทำอะไรได้”
แต่คือ
“มนุษย์จะเลือกทำอะไรกับมัน”
เพราะอย่างที่ Demis Hassabis กล่าวไว้
“อนาคตยังไม่ได้ถูกกำหนดไว้
และเราคือผู้เขียนมันขึ้นมา”
ชวนคิดต่อ
ถ้า AGI เกิดขึ้นจริงภายในช่วงชีวิตของเรา
“ทักษะ” ที่สำคัญที่สุดของมนุษย์
จะยังเป็นความรู้
หรือจะกลายเป็น
วิจารณญาณ
คุณค่า
ความคิดสร้างสรรค์
และความหมาย
ที่ไม่มีเครื่องจักรใดทดแทนได้
แล้วท่านคิดว่า
เรากำลังสร้างอนาคตแบบไหนอยู่?
#ACREATE
#DeepMind
#DemisHassabis
#AGI
#AlphaFold
#AlphaGo
#OpenScience
#Leadership
#FutureOfWork
#ArtificialIntelligence
#KeepThinkingKeepCreating
#คิดต่อจากข่าวสร้างต่อเป็นคุณค่า
โฆษณา