Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ลงทุนแมน
ยืนยันแล้ว
•
ติดตาม
วันนี้ เวลา 03:00 • ธุรกิจ
สยามพิวรรธน์ ต้นแบบรีเทลแห่งอนาคต เพื่อไปสู่ Net Zero 2050 / ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง x สยามพิวรรธน์
Net Zero 2050 กลายเป็นหนึ่งในเป้าหมายระดับนานาชาติ
เพื่อให้เป็นไปตามความตกลงปารีส (Paris Agreement) ในการควบคุมการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลกให้อยู่ในระดับไม่เกิน 1.5-2 องศาเซลเซียส
สยามพิวรรธน์ มุ่งขับเคลื่อนเป้าหมาย Net Zero 2050 ผ่านการดำเนินงานที่ครอบคลุมทุกมิติ
ทั้งในด้านพลังงานสะอาด, การใช้พลังงาน, การบริหารจัดการขยะ หรือระบบนิเวศสีเขียว
สะท้อนถึง การสร้างต้นแบบรีเทลแห่งอนาคต เพื่อเป้าหมาย Net Zero 2050 นั่นเอง
แล้ว สยามพิวรรธน์ ทำเรื่องนี้ให้เกิดขึ้นจริงได้อย่างไร ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
จริง ๆ แล้วหลังจากที่ สยามพิวรรธน์ ประกาศเป้าหมายสู่การเป็นองค์กรที่ Net Zero 2050 ก็ได้ดำเนินมาตรการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกใน Scope 1 และ Scope 2 อย่างต่อเนื่อง
แนวทางแรกคือ การลงทุนด้านพลังงานสะอาด และการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน
รู้หรือไม่ว่า สยามพิวรรธน์ เริ่มดำเนินการด้านพลังงานสะอาดมาตั้งแต่ปี 2020
โดยใช้วิธีการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Rooftop) ในโครงการสำคัญ
เช่น ไอคอนสยาม, สยามพารากอน และสยาม พรีเมียม เอาท์เล็ต กรุงเทพ
ล่าสุด Solar Rooftop Phase 2 ของ สยาม พรีเมียม เอาท์เล็ต กรุงเทพ
ยังได้ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์พร้อมระบบกักเก็บพลังงาน (Battery Storage) บริเวณหลังคาลานจอดรถ
ขณะเดียวกัน ยังติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาอาคารเพิ่มเติม ณ สยามพารากอน
ทั้งหมดนี้ ทำให้ปัจจุบันนี้ สยามพิวรรธน์ มีพื้นที่ผลิตพลังงานหมุนเวียนรวมกว่า 62,000 ตารางเมตร ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้เทียบเท่าการปลูกต้นไม้มากกว่า 370,000 ต้นต่อปี เลยทีเดียว
ที่น่าสนใจคือ การร่วมมือกับการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ในการจัดซื้อไฟฟ้าสีเขียวผ่านโครงการ Utility Green Tariff (UGT)
ทำให้สยามพารากอนและไอคอนสยาม กลายเป็นกลุ่มศูนย์การค้าแห่งแรกของประเทศไทย
ที่ใช้พลังงานหมุนเวียนมากกว่า 30% ในพื้นที่ส่วนกลาง ทั้งระบบปรับอากาศ ระบบแสงสว่าง และบริการสาธารณูปโภคภายในอาคาร
มากไปกว่านั้น สยามพิวรรธน์ โดยสยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ และสยามดิสคัฟเวอรี่ ยังลงทุนกว่า 50 ล้านบาท ใน 19 โครงการ
เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการใช้พลังงานของอาคาร ภายใต้แนวคิด Smart Energy Management ลดการใช้พลังงานไฟฟ้าได้มากกว่า 1.8 ล้านกิโลวัตต์-ชั่วโมงต่อปี เลยทีเดียว
ขณะที่ไอคอนสยามนำร่องติดตั้ง IAQ Sensor ตรวจวัดคุณภาพอากาศภายในอาคารแบบ Real Time และเชื่อมต่อกับระบบ BAS/CPMS เพื่อปรับการทำงานของระบบปรับอากาศโดยอัตโนมัติตามสภาวะจริง ลดการใช้พลังงาน 240,000 กิโลวัตต์-ชั่วโมงต่อปี
นับเป็นโมเดล Data-Driven Energy Management ที่มีศักยภาพขยายผลสู่โครงการอื่นในกลุ่มสยามพิวรรธน์
อย่างไรก็ตาม การทำธุรกิจศูนย์การค้า ย่อมต้องมีขยะมากมายในแต่ละวัน
แล้วสงสัยไหมว่า สยามพิวรรธน์ บริหารจัดการขยะอย่างไรให้เกิดประโยชน์มากที่สุด ?
สยามพิวรรธน์ ตั้งเป้าหมาย Zero Waste to Landfill ภายในปี 2040
ผ่านโครงการบริหารจัดการด้านขยะที่ครบวงจร ไม่ว่าจะเป็น
- Siam Piwat 360° Waste Journey to Zero Waste
เพื่อส่งเสริมการคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง และนำกลับมาใช้ประโยชน์สูงสุดตามแนวคิด Circular Economy
ซึ่งทำงานร่วมกับผู้เช่ากว่า 1,000 ราย และเครือข่ายพันธมิตรมานานกว่า 5 ปี
ปัจจุบันได้รับการยอมรับในฐานะต้นแบบการบริหารจัดการขยะ ที่หลายองค์กรเข้ามาศึกษา และนำไปประยุกต์ใช้อีกด้วย
- Recycle Collection Center (RCC)
เพื่อเป็นจุดรับวัสดุและบรรจุภัณฑ์สะอาดแบบ Drive-Thru รองรับการคัดแยกวัสดุรีไซเคิลถึง 8 ประเภท
หลังจากดำเนินมาตั้งแต่ปี 2021 จนถึงปัจจุบัน
โครงการนี้สามารถรวบรวมวัสดุจากสยามพารากอน และไอคอนสยาม ได้มากกว่า 42,500 กิโลกรัม
ช่วยลดปริมาณขยะที่ต้องนำไปฝังกลบ และยังส่งเสริมการใช้ทรัพยากรในระดับชุมชน
อย่างเช่น ขยะประเภทพลาสติกหลายชั้น หรือ Multilayer Plastic
ที่ไม่สามารถนำกลับมารีไซเคิลได้ ก็จะถูกแปรรูปเป็นเชื้อเพลิงขยะ หรือ Refuse Derived Fuel (RDF)
เพื่อนำกลับมาใช้ประโยชน์ด้านพลังงาน และลดภาระการฝังกลบขยะ
นอกจากนี้ ถ้าใครรู้จัก NEXTOPIA พื้นที่ต้นแบบที่ผสานแนวคิดด้านสิ่งแวดล้อมเข้ากับไลฟ์สไตล์ประจำวัน คงสัมผัสได้ถึงการต่อยอดวัสดุเหลือใช้ ให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์รีไซเคิล และอัปไซเคิลที่มีมูลค่าเพิ่ม
สังเกตได้จากสินค้าที่วางจำหน่ายภายใน ECOTOPIA แหล่งรวมสินค้ารักษ์โลก ที่สร้างความตระหนักรู้ และเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคมีส่วนร่วมในการดูแลสิ่งแวดล้อม
ถึงตรงนี้คงเห็นแล้วว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา สยามพิวรรธน์เดินทางอย่างจริงจัง เพื่อมุ่งหน้าสู่ Net Zero 2050
ทีนี้ลองมาดู Green Community ของสยามพิวรรธน์กันบ้าง..
แฟนคลับที่ชอบเดินเล่นศูนย์การค้าภายใต้สยามพิวรรธน์ น่าจะสังเกตเห็นพื้นที่สีเขียวที่กระจายไปทั่วทุกที่
รู้หรือไม่ว่า ปัจจุบัน สยามพิวรรธน์ มีพื้นที่สีเขียวรวมกว่า 37,000 ตารางเมตร รองรับการสร้าง Green Community พร้อมเชื่อมโยงผู้คน ชุมชน และพื้นที่สีเขียวเข้าด้วยกัน ทั้งหมดนี้ก็เพื่อ..
ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต
ช่วยการดูดซับคาร์บอน
ช่วยลดความร้อนในเขตเมือง
และยังช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่ยั่งยืนสำหรับเมืองอีกด้วย
ขณะเดียวกัน สยามพิวรรธน์ ยังไม่ลืมความสำคัญของอุตสาหกรรมไมซ์และการจัดงาน
จึงได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับประเทศไทย
ล่าสุด พารากอน ฮอลล์ และทรู ไอคอนสยาม ฮอลล์ จึงกลายเป็นสถานที่จัดงานแห่งแรกของประเทศ
ที่ได้รับการรับรองความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutral Venue) จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (TGO)
เพื่อสะท้อนความมุ่งมั่นในการยกระดับอุตสาหกรรมการจัดงานไทยสู่มาตรฐานสากลนั่นเอง
ถึงตรงนี้ คงปฏิเสธไม่ได้ว่า สยามพิวรรธน์ พยายามมาไม่น้อยกว่าจะเดินทางมาถึงจุดนี้ได้สำเร็จ
แต่ถ้ามองเป้าหมายในอนาคตอย่าง Net Zero 2050 แน่นอนว่า สยามพิวรรธน์ ยังคงต้องเดินทางต่อไป
ด้วยความมุ่งมั่นและการลงมือปฏิบัติอย่างต่อเนื่องในทุกมิติของธุรกิจ
ด้วยการนำนวัตกรรม สร้างความร่วมมือ และการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน
เพื่อสร้างการเติบโตที่สมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม
และที่สำคัญที่สุดคือ การร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่อนาคตคาร์บอนต่ำที่ยั่งยืนนั่นเอง..
Reference :
- ข้อมูลเปิดเผยจากสยามพิวรรธน์
1 บันทึก
4
4
1
4
4
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย