5 มิ.ย. เวลา 06:00 • หุ้น & เศรษฐกิจ

Kick Off ‘ไทยช่วยไทย’ หนุน SME 2,000 รายขายออนไลน์-เพิ่มรายได้

พาณิชย์ Kick Off โครงการ ‘ไทยช่วยไทย เพิ่มรายได้ SME ไทย’ ดึง 2 แพลตฟอร์มไทย ช่วยผู้ประกอบการกว่า 2,000 ราย ขายสินค้าออนไลน์ ตั้งเป้า สร้างรายได้ไม่ต่ำกว่า 300 ล้านบาท
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้เปิดตัวโครงการ“ไทยช่วยไทย เพิ่มรายได้ SME ไทย”ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซสัญชาติไทย 2 ราย ได้แก่ Nex Gen Commerceและ Thailand Post Mart เปิดช่องทางจำหน่ายสินค้าออนไลน์ให้ผู้ประกอบการ SME
ผู้ผลิตสินค้าชุมชน และวิสาหกิจชุมชนกว่า 2,000 รายทั่วประเทศ ที่ผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการ โดยเน้นนำสินค้าอุปโภคบริโภคและสินค้าชุมชนที่ใช้วัตถุดิบภายในประเทศมาจำหน่ายบนทั้งสองแพลตฟอร์มในช่วงเดือนมิถุนายน 2569
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้เชื่อมโยงผู้ประกอบการเข้าสู่แพลตฟอร์มออนไลน์ พร้อมสนับสนุนสิทธิประโยชน์ด้านการตลาดเพื่อลดต้นทุนและช่วยกระตุ้นยอดขาย โดยผู้ประกอบการทั้ง 2,000 รายจะได้รับการสนับสนุนให้เปิดร้านค้าออนไลน์ และได้รับสิทธิประโยชน์ 3 ด้าน ได้แก่ การยกเว้นค่าธรรมเนียมการขาย (GP)
ตลอดระยะเวลาที่เข้าร่วมโครงการ / การจัดแคมเปญส่งเสริมการขายผ่านการไลฟ์ขายสินค้า การรีวิว และการสร้างคอนเทนต์โดยอินฟลูเอนเซอร์และ KOL / รวมถึงการสนับสนุนคูปองค่าจัดส่งสินค้าฟรีจำนวน 250 คูปองต่อร้าน คิดเป็นมูลค่ารวม 10 ล้านบาท
ส่วนผู้บริโภคที่เลือกซื้อสินค้าผ่านโครงการบนแพลตฟอร์ม Nex Gen Commerce และ Thailand Post Mart จะได้รับสิทธิ์โค้ดส่วนลด “ไทยช่วยไทย” มูลค่า 100 บาท เมื่อซื้อสินค้าครบ 200 บาท จำนวน 500,000 โค้ด คิดเป็นมูลค่ารวม 50 ล้านบาท
นางศุภจี ระบุว่า กระทรวงพาณิชย์ เชิญชวนประชาชนเข้ามาใช้สิทธิ์และสนับสนุนสินค้าไทย หากโครงการได้รับการตอบรับที่ดี อาจมีการพิจารณาดำเนินการต่อในอนาคต เพื่อผลักดันให้สินค้า SME เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น
ส่วนการประเมินผลทางเศรษฐกิจ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า คาดว่า จากเงื่อนไขการใช้โค้ดส่วนลดที่กำหนดให้ผู้บริโภคซื้อสินค้าขั้นต่ำ 200 บาท และได้รับส่วนลด 100 บาท จะทำให้เกิดมูลค่าการซื้อขายอย่างน้อย 300 บาทต่อรายการ เมื่อคำนวณจากจำนวนโค้ดทั้งหมด 500,000 โค้ด จะก่อให้เกิดเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจขั้นต่ำประมาณ 150 ล้านบาท และเนื่องจากผู้บริโภคส่วนใหญ่มักมียอดซื้อสูงกว่าขั้นต่ำที่กำหนด จึงประเมินว่ารายได้ที่เกิดขึ้นจริงจากโครงการอาจไม่ต่ำกว่า 300 ล้านบาทในช่วงดำเนินโครงการ
ทั้งนี้ เป้าหมายสำคัญของโครงการไม่ใช่เพียงการเพิ่มยอดขายในระยะสั้น แต่ต้องการสร้างความเข้มแข็งให้ผู้ประกอบการ SME ในระยะยาว โดยเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคได้รู้จักสินค้า ทดลองใช้ และกลับมาซื้อซ้ำอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ธุรกิจสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน และมีฐานลูกค้าของตนเองในอนาคต
อ่านเนื้อหาต้นฉบับได้ที่ : https://www.pptvhd36.com/wealth/economic/276943
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ https://www.pptvhd36.com
และช่องทาง Social Media
โฆษณา