5 ชั่วโมงที่แล้ว • หุ้น & เศรษฐกิจ

ตรวจเช็กลิสต์ เราเหมาะกับการลงทุนทองคำ ประเภทไหน ?

มนุษย์ซื้อทองคำมานานนับพันปี
แต่ถ้าถามว่า ซื้อแบบไหนถึงคุ้มที่สุด สำหรับแต่ละคน คำตอบไม่ได้เหมือนกันเสมอไป
เพราะปัจจุบัน การลงทุนทองคำ มีให้เลือกอย่างน้อย 5 รูปแบบ
และแต่ละรูปแบบ มีข้อดี ข้อเสีย ต้นทุน และความเสี่ยงที่แตกต่างกัน
แล้วเราควรเลือกแบบไหน ถึงจะเหมาะกับไลฟ์สไตล์และเป้าหมายของตัวเอง ?
ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่า ต้นทุนของการลงทุนทองคำ ไม่ได้มีแค่ราคาที่จ่ายตอนซื้อ
แต่ยังมีต้นทุนที่ซ่อนอยู่ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น ส่วนต่างราคา ค่าเก็บรักษา ค่าธรรมเนียม และภาษี
ที่หลายคนไม่ได้นึกถึงตอนที่ตัดสินใจซื้อ
ทีนี้ลองมาเช็กลิสต์กันว่า เราเป็นนักลงทุนแบบไหน แล้วทองคำรูปแบบไหน ที่เหมาะกับเรามากที่สุด..
แบบที่ 1 : ทองคำแท่ง และทองรูปพรรณ
เหมาะกับเราถ้า..
- ชอบของที่จับต้องได้ รู้สึกอุ่นใจเมื่อเห็นของจริง
- ไม่ได้ต้องการซื้อขายบ่อย ถือยาวเป็นสิบปี
- มีที่เก็บที่ปลอดภัย หรือเช่าตู้เซฟธนาคาร
แต่ต้องรู้ไว้ว่า ส่วนต่างราคารับซื้อและขายทองคำแท่ง อยู่ที่ประมาณ 300-600 บาทต่อบาททอง
หมายความว่า ถ้าซื้อและขายในวันเดียวกัน จะขาดทุนตั้งแต่วินาทีแรกที่ซื้อ
บวกกับค่าเก็บรักษา ความเสี่ยงสูญหาย และความไม่สะดวกในการซื้อขาย
จึงเหมาะมากถ้าถือยาว แต่ไม่เหมาะถ้าต้องการซื้อขายบ่อย
แบบที่ 2 : ทองออนไลน์ (Gold Saving Account)
เหมาะกับเราถ้า..
- ต้องการความสะดวก ซื้อขายผ่านแอปได้ทุกที่
- มีเงินลงทุนไม่มาก แต่ต้องการเริ่มต้นซื้อขาย
- ต้องการซื้อขายได้อย่างรวดเร็ว
แต่ถ้าซื้อขายบ่อยและมีกำไร อาจต้องยื่นภาษีเงินได้
และที่สำคัญมาก คือต้องตรวจสอบว่าบริษัทที่ให้บริการ มีทองคำสำรองของลูกค้าอยู่จริงไหม
ซึ่งทองออนไลน์บางราย ไม่ได้ถือทองคำจริงไว้ทุกบาท อาจมีความเสี่ยงด้านเครดิตของผู้ให้บริการ
แบบที่ 3 : DR ทองคำ (บนตลาดหุ้นไทย)
เหมาะกับเราถ้า..
- เล่นหุ้นไทยอยู่แล้ว และต้องการเพิ่มทองคำในพอร์ตเดียวกัน
- ต้องการซื้อขายเป็นสกุลเงินบาท บนกระดาน
อย่างไรก็ตาม DR ทองคำ มีความเสี่ยงด้านเครดิตของผู้ออกตราสาร
ที่สำคัญ ในช่วงที่ตลาดผันผวนหนัก Market Maker อาจทำหน้าที่ได้ไม่เต็มที่ ทำให้ราคา DR ไม่สะท้อนราคาทองจริงในบางช่วง
แบบที่ 4 : ซื้อ ETF ทองคำต่างประเทศโดยตรง เช่น GLDM
เหมาะกับเราถ้า..
- ต้องการค่าธรรมเนียมต่ำที่สุด
- มีบัญชีลงทุนต่างประเทศอยู่แล้ว
แต่ต้องรู้ไว้ว่า นี่คือกับดักที่หลายคนมองข้าม..
เพราะการซื้อ ETF ต่างประเทศโดยตรง มาพร้อมภาษี 2 ชั้น ที่หลายคนไม่รู้
ชั้นแรก คือภาษีนำเงินกลับเข้าไทย สูงสุด 35% ของกำไร
ชั้นที่สอง คือภาษีมรดกสหรัฐฯ สูงสุด 40% สำหรับสินทรัพย์ที่ถือในสหรัฐฯ
หมายความว่า ค่าธรรมเนียมที่ถูกกว่า อาจถูกกลืนหายไปกับภาษีที่ตามมาโดยไม่ทันตั้งตัว
แบบที่ 5 : กองทุนรวมทองคำไทย
เหมาะกับเราถ้า..
- ต้องการยกเว้นภาษี Capital Gain อย่างถูกกฎหมาย
- ต้องการความสะดวก ไม่ต้องกังวลเรื่องภาษีซับซ้อน
- ต้องการลงทุนระยะยาวอย่างเป็นระบบ
แต่ข้อเสียของกองทุนรวมทองคำไทยส่วนใหญ่ ก็คือการเก็บค่าธรรมเนียม 2 ต่อ
ต่อแรก คือค่าธรรมเนียมของ ETF ต่างประเทศที่กองทุนไปลงทุน
ต่อที่สอง คือค่าจัดการของกองทุนไทยเอง
รวมกันบางกองอาจสูงถึง 1-2% ต่อปี ซึ่งในระยะยาว จะกินผลตอบแทนไปไม่น้อย
อ่านมาถึงตรงนี้ หลายคนคงมีคำถามอยู่ในใจว่า
ถ้าอยากได้ข้อดีของกองทุนรวมไทย คือยกเว้นภาษี ลงทุนสะดวก
แต่อยากได้ค่าธรรมเนียมที่ต่ำด้วย มีกองทุนแบบนั้นอยู่ไหม ?
คำตอบคือ มี..
เพราะล่าสุด บลจ.วรรณ ได้เปิดตัว ONE-GOLD-X-UH กองทุนรวมทองคำไทย ที่แตกต่างจากที่มีในตลาดอย่างมีนัยสำคัญ
จุดที่ต่างออกไปอย่างชัดเจน มี 3 เรื่องหลัก
1. ลงทุนใน GLDM ไม่ใช่ GLD
กองทุนรวมทองคำไทยส่วนใหญ่ในตลาด ลงทุนผ่าน GLD
แต่ ONE-GOLD-X-UH เลือกลงทุนผ่าน GLDM ซึ่งเป็น ETF ทองคำจาก State Street เหมือนกัน
ต่างกันตรงที่ GLDM มีค่าธรรมเนียมต้นทาง 0.1% ต่อปี
ขณะที่ GLD มีค่าธรรมเนียม 0.4% ต่อปี
หรือพูดง่าย ๆ คือ GLDM ถูกกว่าถึง 4 เท่า ในขณะที่ถือทองคำแท่งจริงเหมือนกันทุกประการ
2. ค่าจัดการฝั่งไทย 0% ต่อปี
นี่คือสิ่งที่ไม่เคยมีในกองทุนรวมทองคำไทยมาก่อน
ค่าจัดการฝั่งไทย คือ 0% ต่อปี
เมื่อรวม TER หรือค่าใช้จ่ายทั้งหมด เช่น ค่านายทะเบียน ค่าทรัสตี จะอยู่ที่ 0.35% ต่อปี
เทียบกับกองทุนรวมทองคำไทยทั่วไปที่มี TER รวม 0.5-1.5% ต่อปี
3. ยกเว้นภาษีครบถ้วน
เพราะเป็นกองทุนรวมไทย จึงยกเว้นภาษี Capital Gain สูงสุด 35%
และไม่เสียภาษีมรดกสหรัฐฯ สูงสุด 40% ซึ่งเป็นจุดอ่อนของการซื้อ ETF ต่างประเทศโดยตรง
โดย ONE-GOLD-X-UH ซื้อขายได้ที่แอป WealthX เท่านั้น ซึ่งเป็นหนึ่งในกองทุนประเภท SeriesX Zero
ทีนี้กลับมาที่ การสรุปเช็กลิสต์ง่าย ๆ ก่อนตัดสินใจลงทุนทองคำ
ถ้าเราตอบว่า “ใช่” กับข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ กองทุนรวมทองคำไทยที่มีค่าธรรมเนียมต่ำ น่าจะเป็นคำตอบที่เหมาะสมกับเรามากที่สุด
- อยากได้ทองคำในพอร์ต แต่ไม่อยากวุ่นวายกับภาษีซับซ้อน
- อยากลงทุนทองคำระยะยาว โดยต้นทุนรายปีต่ำที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
- รู้จัก GLDM อยู่แล้ว แต่อยากซื้อผ่านโครงสร้างที่ปลอดภัยทางภาษีในไทย
- ต้องการลงทุนทองคำผ่านแอปที่สะดวก ไม่ต้องพึ่งพาบัญชีต่างประเทศ
สุดท้ายนี้ ต้องบอกว่า การลงทุนทองคำที่ดี ไม่ใช่แค่การเลือกสินทรัพย์ที่ใช่
แต่คือการเลือกรูปแบบที่ตรงกับไลฟ์สไตล์ เป้าหมาย และโครงสร้างภาษีของตัวเอง
เพราะในสมการของการสร้างความมั่งคั่ง ผลตอบแทนจากราคาทองคำในตลาดโลกเป็นสิ่งที่เราควบคุมไม่ได้
แต่สิ่งที่เราเลือกได้ตั้งแต่วันแรกคือ เครื่องมือที่มีประสิทธิภาพ และเสียค่าผ่านทางต่ำ เพื่อไม่ให้ค่าธรรมเนียมและภาษี มาขโมยความมั่งคั่งไปจากพอร์ตของเรา..
เริ่มต้นเลือกเครื่องมือที่ใช่ ให้เงินทำงานได้เต็มที่.. ที่แอป WealthX
—----------------
กองทุนทองคำไทย ค่าจัดการ 0% กองแรก แบบไม่มีลิมิต ต้นทาง-ปลายทาง ต่ำสุดในไทย
- กองทุนนี้เป็นรูปแบบ “SeriesX Zero ตัวแรก” ที่ซื้อได้ที่แอป WealthX เท่านั้น
✅กองทุนแรก ที่ค่าจัดการ 0% ต่อปี ซื้อได้ไม่จำกัด
✅กองทุนแรก ที่ลงทุนใน GLDM
(กองทุนรวมทองคำทั่วไปลงทุนใน GLD)
✅GLDM มีค่าจัดการเพียง 1 ใน 4 ของ GLD
✅ยกเว้นภาษี Capital Gain สูงสุด 35%
✅ไม่เสียภาษีมรดกสหรัฐฯ สูงสุด 40%
✅ค่าธรรมเนียมซื้อลด 10% | 2 ล้านบาทขึ้นไป ค่าธรรมเนียมซื้อลด 20% เฉพาะช่วง IPO เท่านั้น
IPO วันที่ 4-9 มิ.ย. 69
GLDM เป็นกองทุน ETF ที่ลงทุนในทองคำแท่งจริง ๆ จาก State Street บริษัทจัดการกองทุนยักษ์ใหญ่ ผู้ออกกองทุน GLD ซึ่งเป็น Gold ETF ใหญ่สุดในโลก โดยบริษัทจะเก็บรักษาทองคำของนักลงทุนไว้อย่างปลอดภัยในห้องนิรภัยระดับโลกของธนาคารผู้รับฝากทรัพย์สิน
GLDM จำง่าย ๆ M ย่อมาจาก Mini
หรือก็คือเป็นกองทุนย่อส่วนลงมาจาก GLD
แต่มีค่าธรรมเนียม 0.1% ต่อปี ถูกกว่า GLD ที่มีค่าธรรมเนียม 0.4% ต่อปี..
ทีนี้เรามาดูกันว่าทำไม GLDM ถึงเป็นตัวเลือกการลงทุนทองคำที่ให้ความคุ้มค่ากับนักลงทุน
หากเรามาดูการลงทุนทองคำรูปแบบอื่น ที่นิยมในไทย เช่น
- ทองคำแท่ง
แม้จะจับต้องได้ อุ่นใจ
แต่เวลาซื้อก็ต้องไปที่หน้าร้านทอง โดนบวกส่วนต่างราคารับซื้อ-ขายที่กว้าง และต้องหาที่เก็บให้วุ่นวาย ถ้าเก็บไม่ดีก็เสี่ยงสูญหายหรือโดนโจรกรรมได้
- ทองออนไลน์
แม้ว่าจะสะดวก ซื้อขายง่ายผ่านแอป
แต่ถ้าเน้นซื้อขายทำกำไรบ่อย ๆ ก็ต้องระวังเรื่องการเสียภาษี
บวกกับเราก็ต้องตรวจสอบทองคำสำรอง ของบริษัทที่ให้บริการให้ดี
เราจะไว้ใจได้อย่างไร ในบริษัททองออนไลน์ที่เราซื้อว่ามีทองคำของลูกค้าอยู่จริง
- DR ทองคำ
แม้ว่าจะเทรดบนกระดานหุ้นไทยด้วยเงินบาทได้เลย
แต่ก็มีความเสี่ยงในด้านเครดิตของผู้ออกตราสาร DR บางครั้งราคาเกิดความคลาดเคลื่อน และบางช่วงที่ตลาดผันผวน Market Maker ในไทยอาจทำหน้าที่ได้ไม่เต็มที่ ทำให้สภาพคล่องไม่เพียงพอ
- ETF ทองคำต่างประเทศ
การซื้อ GLDM โดยตรง แม้ว่าจะมีค่าธรรมเนียมการจัดการต่ำสุด แต่เราจะไปเจอกับดักภาษี 2 ประเภท ทั้งภาษีนำเงินกลับเข้าไทยสูงสุด 35% ของกำไร และภาษีมรดกของสหรัฐฯ สูงสุด 40%
- ซื้อกองทุนรวมทองคำในไทย
ปกติแล้วจะต้องเสียค่าธรรมเนียม 2 ต่อ คือเสียให้กองทุนต้นทางที่ต่างประเทศ และยังต้องเสียค่าธรรมเนียมการจัดการให้กองทุนปลายทางในไทย
แต่ข้อดีของการลงทุนในกองทุนรวมก็คือ การได้รับการยกเว้นภาษีถูกต้องตามกฎหมาย
ดังนั้นหากกองทุนรวมทองคำไทยเก็บ “ค่าจัดการที่ต่ำ” ก็จะเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากในการลงทุนในทองคำ
ล่าสุด มีกองทุนรวมไทย ที่ออกมาปลดล็อกทุกข้อจำกัดที่ว่ามาทั้งหมด
นั่นคือ กองทุนที่เข้าไปลงทุนใน GLDM ที่มีค่าจัดการ 0% แบบไม่มีลิมิต กองทุนนี้บริหารโดย บลจ.วรรณ ชื่อว่า “ONE-GOLD-X-UH”
โดยความน่าสนใจของกองทุนนี้ สรุปให้ฟังง่าย ๆ คือ
- เป็นกองทุนรวมทองคำไทยกองแรก ที่เลือกลงทุนใน GLDM เป็นกองทุนหลัก
GLDM มีค่าธรรมเนียมต้นทางต่ำ 0.1% ต่อปี
- ค่าจัดการฝั่งไทย 0% ต่อปี
อ่านไม่ผิด ค่าจัดการปลายทางในไทย คือ 0%
และเมื่อไปดู TER หรือค่าใช้จ่ายทั้งหมด เช่น ค่านายทะเบียน ค่าทรัสตี จะเท่ากับ 0.35% ต่อปี
โดยจะมีค่าธรรมเนียมการซื้อ 0.2% และค่าธรรมเนียมการขาย 0.2%
ค่าธรรมเนียมการซื้อเสียครั้งเดียวเมื่อซื้อ และค่าธรรมเนียมการขายจะยังไม่เสียจนกว่าจะขาย
โดยในช่วง IPO มีโปรโมชันเพิ่มเติมอีกคือ
ค่าธรรมเนียมซื้อลด 10% | 2 ล้านบาทขึ้นไป ค่าธรรมเนียมซื้อลด 20% เฉพาะช่วง IPO เท่านั้น
IPO วันที่ 4-9 มิ.ย. 69
ในยุคที่ทุกอย่างมีความไม่แน่นอน
ทั้งความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ และเงินเฟ้อที่กำลังเร่งตัว
ใครที่กำลังมองหาสินทรัพย์อย่างทองคำเพื่อกระจายความเสี่ยงให้พอร์ตลงทุน
กองทุนนี้อาจช่วยให้เรามั่นใจในความคุ้มค่ายิ่งขึ้น ในแบบที่ซื้อได้ที่แอป WealthX เท่านั้น..
ผู้ที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บล.เวลท์เอกซ์ โทร. 02-6669477 LINE ID : @wealthx
สนับสนุนโดย บล.เวลท์เอกซ์
คำเตือน : กองทุนมีความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาหลักทรัพย์และอัตราแลกเปลี่ยนจากการลงทุน ในตราสารต่างประเทศ กองทุนรวมนี้มีลักษณะเฉพาะและความเสี่ยงเฉพาะ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน ความเสี่ยง ที่ระบุไว้ในคู่มือการลงทุน
กองทุนมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน เนื่องจากกองทุนไม่ได้ป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวน ผู้ลงทุนอาจขาดทุนหรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน หรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้
จัดทำขึ้น ณ วันที่ 1 มิ.ย. 2569
โฆษณา