6 มิ.ย. เวลา 04:39 • นิยาย เรื่องสั้น

ตอน 19 ลาจาก

.
สปายของผมก็คือสัตว์ทุกชนิดในที่นี้ไม่ว่าจะเป็นยุง มด จิ้งจก ตุ๊กแก ตั๊กแตนกิ่งไม้ อ้อ ปลวก และ หัวหน้าทีมคือ นกแก้วเกริกเกียรติ ข้อมูลที่ผมรวบรวมได้ก็คือ>>>
1. แมคอาเธอร์ อดีตทหารอเมริกันสมัยสงครามโลกครั้งที่2 ร่ำรวยจากการปล้นชิงหัวหน้าชนเผ่าพื้นเมือง ไม่ใช่ลายแทงขุมทรัพย์ตามที่มันบอก
.
2. มันสมคบกับใครบางคนซึ่งลึกลับมาก มากจนเจ้าแก้วคิดว่าเป็นAlien เนื่องจากมีวิทยาการที่เหนือกว่าเจ้าแมค
แต่เกริกเกียรติก็ไม่เคยเห็น ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอยู่ตรงไหน เพราะใช้วิธีสั่งการด้วยเสียงอู้อี้เหมือนคนจมูกบี้
(ถึงตอนนี้แสนสุริยาและคุณหญิงหัวเราะที่เจ้าแก้วช่างเปรียบเทียบ)
.
3. โครงการทำให้โลกกลับไปสู่ยุคครีเตเชียสเป็นของเจ้าคนลึกลับ
.
4. เมื่อประมาณเกือบ2ปีที่แล้วเจ้าแมคอาเธอร์ได้ให้คนไปจับตัวนักวิทยาศาสตร์ไทยคนหนึ่งมา
คุณหญิงถามอย่างตื่นเต้นว่าขณะนี้เขาอยู่ที่ไหน ซึ่งดร.ดูก็ไม่รู้ ทั้งนี้เพราะอาณาเขตของที่นี่กว้างใหญ่มาก
.
5. ดร.ดูเคยให้เจ้าแก้วบินสำรวจอาณาบริเวณของที่นี่ ซึ่งไม่พบอาคารอื่นอีกเลย เขาจึงสันนิษฐานว่าห้องปฏิบัติการใหญ่น่าจะอยู่ใต้ดินลึกลงไปหลายสิบเมตร จากที่นี่ไม่มีเส้นทางไปสู่ห้องปฏิบัติการใหญ่ น่าจะมีทางเข้าทางอื่น
.
6. ระยะหลังมานี้นายแมคแทบไม่ติดต่อกับดร.ดูเลย นานๆครั้งจึงให้คนมาสอบถามความคืบหน้าของงานพอเป็นพิธีแล้วก็หายไปไม่ได้ติดต่อมาอีกเลย หรือเขาจะตายเพราะปีนี้นายแมคก็ปาเข้าไป90แล้ว
.
คุณหญิง "ระหว่างที่บินสำรวจเกริกเกียรติเคยเห็นพวกของฉันอีก6คนไหม"
.
เจ้าแก้ว "ผมเห็นแต่คนไทย4คนที่มุ่งมาทางนี้เมื่อ3วันที่แล้วครับ"
.
แสนสุริยา "คงเป็นคนของผมที่ย้อนกลับมาตาม พวกเขาคงรอเราอยู่2วันเมื่อไม่เห็นผมกลับไปพร้อมกับคุณนิชา"
.
คุณหญิง "แล้วเกริกเกียรติเคยเห็นคนอื่นๆอีกไหมจ๊ะ"
เจ้าแก้ว "ถ้าคุณผู้หญิงหมายถึงพวกผู้ร้ายละก้อ เคยครับ พวกเขาคอยดูแลเส้นทางด้านโน้นซึ่งมันไกลมาก
ก็ผมต้องยอมรับอย่างอายๆเลยว่า แม้ผมจะบินสำรวจมาหลายปีแต่ก็มีขีดจำกัด ผมบินได้ระยะทางหนึ่งก็ต้องบินกลับเพราะเป็นห่วงดร.ดู"
.
คำพูดซื่อๆของนกที่ปราศจากการเสแสร้งสร้างความประทับใจให้ทุกคน คุณหญิงจูบมันเบาๆที่หน้าผากสร้างความเขินอายและพอใจให้เจ้าแก้วไม่น้อย
.
แสนสุริยา "เส้นทางที่พวกเขาคุ้มกันเป็นอะไร"
.
เจ้าแก้ว "เป็นเทือกเขายาวเหยียดและสูงมาก แต่ผมยังไปไม่ถึงมองเห็นเพียงแต่ไกลๆเท่านั้นครับ"
.
คุณหญิง "แล้วพวกแรปเตอร์ และ T-Rex ล่ะ"
.
เจ้าแก้ว "แรปเตอร์เหลือไม่กี่ตัวแล้วครับเลยซ่าไม่ออก ส่วนT-Rexผมเห็นมันแค่ตัวเดียว"
.
คุณหญิง "เทอราโนดอน-นกยักษ์เจ้าเวหาล่ะ"
.
เจ้าแก้ว "ผมเคยเห็นแค่ตัวเดียวเช่นกัน มันบินมาจากเทือกเขาที่ผมบอก แต่มันตายแล้วเพราะจู่ๆตอนบินกลับมันก็ร่วงลงพื้นกระแทกหน้าผา"
.
ไม่มีคำถามใดๆอีกเจ้านกยักษ์ได้รับบาดเจ็บจากมีดที่คุณหญิงใช้สังหาร มันไปต่อไม่ได้เท่ากับอันตราบจากสัตว์ดึกดำบรรพ์ถูกกำจัดไปอีกตัว
.
แสนสุริยา "ดร.ดู T-Rexหลุดจากที่คุมขังได้อย่างไร"
.
"นี่คือสิ่งที่ผมค้างคาใจเช่นกัน ที่เจ้าT-Rexฉลาดผิดธรรมชาติ มันรู้ตัวว่ามีคนคอยติดตามและช่วงเวลานั้นกรงที่ขังมันจะเปิด มันสามารถรู้ด้วยว่าระยะเวลาไหนบ้าง
ที่จะเปิดกรงขังกระแสไฟฟ้าแรงสูง
.
มันจึงมาซุ่มเงียบอยู่ในบริเวณแนวรั้วกระแสไฟฟ้าแรงสูง รอจนผมและผู้คุมห่างจากแนวรั้วราว500เมตรก็โผล่ออกมา
คำสั่งห้ามยิงทำให้พวกนั้นละล้าละลัง จะรีบเปิดสวิทซ์ไฟก็ทำไม่ได้เพราะอยู่ด้านนอกแนวรั้ว
.
เจ้าT-Rexจึงวิ่งตะลุยพังรั้วกั้นทั้งแถบ ตอนนี้มันเป็นอิสระแล้ว แต่พวกผมซิตายได้ตลอดเวลา เหล่าผู้คุมจึงพาผมกลับ
หลังจากนั้นผมก็ไม่ต้องติดตามT-Rexอีก มีแต่มันติดตามผม เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อ2ปีที่แล้วก่อนการจับตัวนักวิทยาศาสตร์ไทยคนนั้น"
.
แสนสุริยา "ดร.ดูคุณจะทำอย่างไรต่อไปครับ หนทางกลับบ้านของคุณมีแต่อันตราย ลำพังคุณกับเกริกเกียรติคงไม่สามารถหนีไปกันตามลำพังได้"
.
ดร.ดู "ความจริงผมตั้งใจจะเดินทางไปกับพวกคุณด้วย แต่ถึงตอนนี้ก็รู้ตัวว่าไม่ไหวเพราะสภาพร่างกายไม่อำนวยจะทำให้พวกคุณเสียเวลา หากเป็นไปได้ผมขอนอนรอความตายอยู่ที่นี่กับเจ้าแก้ว"
.
แสนสุริยา "ถ้าเช่นนั้นผมขอเสนอให้คุณและเจ้าแก้วรออยู่ที่นี่จนกว่าคนของผมจะมาถึง แล้วให้คุ้มกันคุณไปส่งที่เชียงใหม่"
.
ดร.ดู "ขอบคุณมากครับคุณแสน ผมเสียเวลาของชีวิตไปถึง20ปี ผมถือว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของจักรวาลก็ว่าได้
เพราะผมไต้เข้าถึงความจริงที่สำคัญของผมนั่นคือ ชีวิตของผมเองหาใช่เพชร-นิลจินดา และ ทรัพย์สินเงินทอง ตอนนี้ได้เพิ่มเพื่อนตายคือเจ้าแก้วเข้ามาอีกสิ่ง
.
ถ้ามีโอกาสรอดกลับไปได้ผมจะยังยึดมั่นความตั้งใจเดิมที่จะช่วยรักษาสัตว์ฟรี แต่เปิดเป็นร้านเล็กๆตามอัตภาพความเป็นอยู่สมฐานะของตนเอง"
.
คุณหญิง "เปิดเป็นร้านเล็กๆต้องใช้เงินทุนเท่าใด"
.
"ประมาณ1ล้านบาท ผมมีบ้านอยู่แล้วทำการปรับปรุงเสียหน่อย แล้วสร้างห้องตรวจ, กรงสัตว์ ที่ใช้เงินมากก็อุปกรณ์การแพทย์ เครื่องX-ray, เครื่องตรวจเลือด และ ค่าเวชภัณฑ์ยา ซึ่งผมยังนึกไม่ออกว่าจะไปหาเงินได้จากที่ไหน"
.
การสนทนายุติลงเพียงนั้นต่างพากันนอนพักหลังจากเดินทางเหนื่อยมาทั้งวัน ด้วยเหตุนี้ในวันรุ่งขึ้นแสนสุริยาจึงไม่เร่งรีบออกเดินทางเพื่อรอคนของเขา
ตัวเขาจัดเตรียมอาหารเช้า ส่วนคุณหญิงให้อาหารเจ้าแก้วซึ่งมันคุยกับเธอจ้อ ในตอนสายคนของแสนสุริยาก็มาถึง
ซึ่งเป็นไปตามที่แสนสุริยาคาด เมื่อเขาออกติดตามคุณหญิงนิชาคนที่เหลือจึงหาที่พักเป็นถ้ำแห่งหนึ่งเพื่อรอ
.
หลังจากผ่านไป2วันก็ยังไม่มีวี่แววการกลับมาของแสนสุริยาและคุณหญิงนิชา สกอและอีก3คนจึงตัดสินใจขอต่อดร.มอนตโกเมอรรี่ติดตามหา
ซึ่งดร.ให้เวลา5วันหากพบคนทั้งคู่ก็ไปติดตามดร.สมพันธ์พัฒน์ต่อ หากไม่พบคนทั้ง4ก็ไม่ต้องกลับมา ครบกำหนด5วันพวกเขาทั้ง2จะหาทางกลับกันเองต่อไป
.
สกอเล่าว่าไม่พบพวกนักรบรับจ้างแม้แต่คนเดียวในระหว่าง3วันที่ผ่านมา รวมทั้งไม่พบพวกสัตว์ดึกดำบรรพ์ราวกับไม่เคยมีพวกมันมาก่อน
พรานแสนได้มอบหมายให้คนของเขาคุ้มกันดร.ดูและเจ้าแก้วไปส่งที่เชียงใหม่ คราวนี้ทั้ง4คนไม่ต้องย้อนกลับมาอีก
.
คุณหญิงได้เปิดเผยว่าเธอเป็นใคร รวมทั้งเขียนจดหมายให้ดร.ดูนำไปมอบให้พี่สาวของเธอ จดหมายระบุว่าขอมอบเงินทุน 1 ล้านบาทให้ดร.ดูเพื่อเปิดเป็นสถานรักษาสัตว์โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย
ทั้งยังเพิ่มให้อีก 1 ล้านบาทตั้งมูลนิธิดร.ดู เปิดโอกาสให้ผู้ที่รักสัตว์มีส่วนร่วมในการบริจาคเงินช่วยเหลือค่าใช้จ่ายต่างๆของมูลนิธิ
.
พวกเขาลาจากกันด้วยความอาลัยโดยเฉพาะเจ้าแก้วร้องไห้โฮ จนคุณหญิงต้องปลอบและสัญญาว่าในทันทีที่ภาระกิจสำเร็จ เธอจะรีบไปพบเจ้าแก้วก่อนเป็นสิ่ง
แรกเลนทีเดียว
.
เจ้าแก้ว "สัญญากับผมนะครับคุณหญิง ว่าคุณจะต้องปลอดภัยกลับมา"
.
คุณหญิง "ฉันสัญญาจ้ะ เกริกเกียรติ"
.
แล้วคุณหญิงก็จูบที่จงอยปากของเจ้าแก้ว และ หันไปกอดลาดร.ดู "โชคดีและปลอดภัยนะครับคุณหญิง คุณแสนก็เช่นกัน" ดร.ดูพูดทั้งน้ำตา
สำหรับเขาแล้วสิ่งที่กำลังจะเกิดเมื่อกลับไปถึงเชียงใหม่เป็นปาฏิหารย์ของชีวิตที่คุณหญิงนิชาภาและแสนสุริยามอบให้
.
หลังจากนั้นพวกเขาก็แยกทางกัน แสนสุริยาและคุณหญิงนิชาเริ่มต้นการเดินทางอีกครั้งเพื่อไปสมทมกับดร.มอนตโกเมอรรี่และฟรังโก้ที่รออยู่ในเวลา2วัน..
.
จบตอน 19 ในตอนหน้าเป็นตอน สุสานของนักรบนิรนาม.
หมายเหตุ! เนื่องจากอาการเบาหวานซึ่งส่งผลต่อ ตา ตับ และ ไต หนูนิจึงขอหยุดพักการเขียนเรื่องให้อ่านสักระยะเพื่อรักษาตัว ค่ะ
.
ภาพปกจากThe Earth ไขปริศนาความลับ 4,000 ปี ของการสร้างมหาพีระมิดแห่ง
กีซา สรุปประเด็นสำคัญได้ดังนี้
.
1. พบการขนส่งหินที่ใช้สร้างมหาพีระมิดผ่านสาขาแม่น้ำที่สาบสูญ คือ แม่น้ำสาขาอารามัต (Ahramat Branch) ซึ่งเป็นสาขาหนึ่งของแม่น้ำไนล์ที่เคยไหลผ่านใกล้กับที่ตั้งของกลุ่มพีระมิดในอดีต (ประมาณ 4,700 ปีก่อน)
.
แต่ปัจจุบันได้แห้งเหือดและถูกทรายทับถมไปแล้ว นักวิจัยใช้ภาพถ่ายดาวเทียมและเรดาร์เจาะทะลุพื้นดินจนพบร่องรอยนี้ ซึ่งช่วยอธิบายได้ว่าชาวอียิปต์ใช้เส้นทางน้ำนี้เป็นทางหลวงในการขนส่งหินขนาดมหึมาจากเหมืองมายังพื้นที่ก่อสร้าง
.
2. แรงงานเป็นช่างฝีมือไม่ใช่ทาส เพราะมีการขุดพบหมู่บ้านที่มีระบบจัดการดี มีโรงเบเกอรี่ สถานพยาบาล และที่พักอาศัย
.
3. พบซากกระดูกสัตว์จำนวนมากที่บ่งบอกว่าคนงานได้รับประทานอาหารที่ดี เช่น เนื้อวัว สัตว์ปีก และปลา รวมถึงมีการแจกจ่ายเบียร์เป็นสวัสดิการ
.
4. พบหลุมศพของคนงานใกล้กับพีระมิด ซึ่งคนที่เป็นทาสจะไม่มีสิทธิ์ได้รับเกียรติให้ฝังใกล้กับฟาโรห์เช่นนี้ และในหลุมศพยังมีจารึกระบุตำแหน่ง เช่น ช่างฝีมือ หรือ ผู้ดูแล อีกด้วย
.
5. มีการใช้ทางลาด(Ramps)วนอยู่ภายในตัวพีระมิด ใช้โคลนและน้ำราดลงwxบนพื้นทรายหรือทางลาดเพื่อลดแรงเสียดทาน เพื่อสามารถลากเลื่อนหินหนักหลายตันขึ้นไปในระดับที่สูงขึ้น
.
6. จากการใช้เทคโนโลยีสแกนล้ำสมัย(Muon Tomography) นักวิทยาศาสตร์พบช่องว่างขนาดใหญ่ภายในพีระมิดคูฟูที่ยังไม่เคยถูกเปิดออก และ
เมื่อมีการสอดกล้องขนาดเล็กเข้าไปในบางจุด ได้พบจารึกตัวอักษรสีแดง ที่ระบุชื่อกลุ่มคนงานและวันที่ทำงาน ซึ่งเป็นหลักฐานว่านี่คือผลงานของมนุษย์ที่ผ่านการวางแผนและบริหารจัดการแรงงานอย่างเป็นระบบ
.
สรุป...มหาพีระมิดไม่ใช่เรื่องของเวทมนตร์หรือมนุษย์ต่างดาว แต่เป็นความล้ำหน้าด้านวิศวกรรม การบริหารจัดการ และ การเข้าใจในสภาพภูมิศาสตร์ของชาวอียิปต์โบราณอย่างแท้จริง
โฆษณา