Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Supawan’s Colorful World
•
ติดตาม
8 มิ.ย. เวลา 12:01 • ท่องเที่ยว
Balkan 2026 (20) .. Bosnia 06 : Tito’s Cold War Bunker
Tito’s Cold War Bunker หรือ ARK D-0 ถูกสร้างขึ้นเพื่อ “ตัดขาด” จากโลกภายนอกโดยสมบูรณ์
ท่ามกลางขุนเขาอันเงียบสงบใกล้เมือง Konjic ไม่ไกลจาก Mostar มีบ้านหลังเล็กธรรมดาหลังหนึ่งตั้งอยู่ริมถนน
… ไม่มีป้ายขนาดใหญ่ ไม่มีสิ่งบ่งชี้พิเศษใด ๆ ที่จะทำให้ผู้สัญจรผ่านไปมารู้ว่า เบื้องหลังประตูธรรมดาบานนั้นคือทางเข้าสู่หนึ่งในความลับทางทหารที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของอดีตยูโกสลาเวีย
ลึกลงไปใต้ภูเขากว่า 280 เมตร คือเมืองใต้ดินขนาดมหึมาที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อรองรับวันสิ้นโลก
ที่นี่คือ Tito’s Cold War Bunker
หรือชื่ออย่างเป็นทางการว่า ARK D-0
บังเกอร์ลับยุคสงครามเย็นที่ครั้งหนึ่งเคยถูกเก็บงำเป็นความลับสูงสุดของรัฐนานกว่าครึ่งศตวรรษ
ความหวาดกลัวในยุคที่โลกอาจพังทลายได้เพียงการกดปุ่มครั้งเดียว
เพื่อจะเข้าใจบังเกอร์แห่งนี้ เราต้องย้อนกลับไปสู่ช่วงเวลาที่โลกถูกแบ่งออกเป็นสองขั้วอำนาจ
หลังสงครามโลกครั้งที่สอง โลกเข้าสู่ยุค “สงครามเย็น” การเผชิญหน้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและสหภาพโซเวียต แม้จะไม่มีการสู้รบโดยตรง แต่ทั้งสองฝ่ายต่างสะสมอาวุธนิวเคลียร์ในระดับที่สามารถทำลายโลกได้หลายครั้ง
ในเวลานั้น ความกลัวสงครามนิวเคลียร์ไม่ใช่เรื่องไกลตัว
ผู้คนจำนวนมากเชื่อว่าโลกอาจสิ้นสุดลงได้ทุกเมื่อ
ประเทศต่าง ๆ จึงเริ่มสร้างหลุมหลบภัยใต้ดินขนาดมหึมาเพื่อเตรียมรับมือกับหายนะที่อาจเกิดขึ้น
ยูโกสลาเวียเองอยู่ในสถานะพิเศษ
แม้จะเป็นประเทศสังคมนิยม แต่ภายใต้การนำของ Josip Broz Tito กลับไม่ได้อยู่ภายใต้อิทธิพลของสหภาพโซเวียตอย่างเต็มตัว และก็ไม่ได้เข้าร่วมฝ่ายตะวันตกเช่นกัน
ประเทศแห่งนี้เลือกเดินบนเส้นทางของตนเองในฐานะผู้นำของกลุ่มประเทศไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด
แต่การวางตัวเป็นกลางไม่ได้หมายความว่าจะปลอดภัย
ตรงกันข้าม มันทำให้ยูโกสลาเวียต้องเตรียมพร้อมรับมือกับภัยคุกคามจากทุกทิศทาง
เมืองลับใต้ภูเขาที่ไม่มีใครรู้ว่ามีอยู่จริง
ในปี ค.ศ. 1953 Tito ได้อนุมัติโครงการลับขนาดมหึมา
โครงการที่ใช้เวลาก่อสร้างยาวนานถึง 26 ปี และแล้วเสร็จในปี 1979 เพียงหนึ่งปีก่อนที่เขาจะเสียชีวิต
ว่ากันว่าการก่อสร้างใช้งบประมาณสูงถึง 4.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งถือเป็นตัวเลขมหาศาลอย่างยิ่งในยุคนั้น
ความลับถูกปกปิดอย่างแน่นหนา
แม้แต่ชาวบ้านที่อาศัยอยู่เหนือภูเขาแห่งนี้ก็ไม่รู้เลยว่า ใต้พื้นดินที่พวกเขาเดินผ่านทุกวันนั้น มีฐานบัญชาการขนาดยักษ์ซ่อนตัวอยู่
บังเกอร์ถูกออกแบบให้รองรับผู้นำประเทศ นายทหารระดับสูง และเจ้าหน้าที่สำคัญรวมประมาณ 350 คน
หากเกิดสงครามนิวเคลียร์ขึ้นจริง พวกเขาจะสามารถดำรงชีวิตอยู่ภายในได้ต่อเนื่องนานถึง 6 เดือน โดยไม่ต้องพึ่งพาโลกภายนอกเลย
ตู้คอนเทนเนอร์แห่งกาลเวลา
เมื่อประตูเหล็กหนาหลายชั้นเปิดออก ผู้มาเยือนจะพบว่าตนเองกำลังก้าวเข้าสู่โลกอีกใบหนึ่ง
ทางเดินคอนกรีตทอดยาวลึกเข้าไปในภูเขา
อุณหภูมิภายในคงที่ราว 21–23 องศาเซลเซียสตลอดทั้งปี
ภายในประกอบด้วยห้องบัญชาการสงคราม ศูนย์สื่อสาร ห้องประชุม
ห้องพักอาศัยของนายทหาร
ห้องนอนส่วนตัวของ Tito
ระบบผลิตไฟฟ้า ระบบกรองอากาศ ระบบน้ำสำรอง และคลังเชื้อเพลิงที่ถูกออกแบบไว้อย่างครบถ้วน
สิ่งที่น่าทึ่งที่สุดคือ ทุกอย่างแทบยังคงอยู่ในสภาพเดิม
โทรศัพท์สีแดง เครื่องโทรพิมพ์ แผงควบคุม แผนที่ยุทธศาสตร์ เฟอร์นิเจอร์ และอุปกรณ์สื่อสารต่าง ๆ ยังคงถูกเก็บรักษาไว้อย่างดี
การเดินอยู่ภายในบังเกอร์จึงให้ความรู้สึกราวกับกำลังย้อนเวลากลับไปสู่ยุคทศวรรษ 1970
เหมือนเวลาหยุดนิ่งอยู่ที่นี่
ราวกับผู้คนเพิ่งลุกออกจากห้องประชุมและจะกลับมาอีกครั้งในไม่กี่นาที
สถานที่ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อรับมือสงครามที่ไม่เคยเกิดขึ้น
สิ่งที่น่าประหลาดที่สุดคือ
สงครามที่บังเกอร์แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อรับมือ ไม่เคยเกิดขึ้น
ไม่มีระเบิดนิวเคลียร์ลูกใดตกลงบนยูโกสลาเวีย
ไม่มีมหาอำนาจฝ่ายใดบุกเข้าทำลายประเทศ
บังเกอร์ใต้ภูเขาแห่งนี้จึงไม่เคยต้องทำหน้าที่ตามที่ถูกสร้างขึ้นมา
แต่ประวัติศาสตร์กลับเลือกเส้นทางที่แตกต่างออกไป
หลังการเสียชีวิตของ Tito ในปี 1980 ศูนย์กลางอำนาจที่เคยยึดโยงผู้คนหลากหลายเชื้อชาติและศาสนาเข้าด้วยกันเริ่มอ่อนแอลง
ปัญหาเศรษฐกิจสะสม
กระแสชาตินิยมกลับมารุนแรงขึ้น
และรอยร้าวที่เคยถูกซ่อนอยู่ภายใต้ความมั่นคงของรัฐก็ค่อย ๆ ปรากฏชัดขึ้นทุกปี
ในที่สุด ภัยคุกคามที่ทำให้ยูโกสลาเวียล่มสลาย ไม่ได้มาจากขีปนาวุธนิวเคลียร์ของมหาอำนาจ
แต่เกิดขึ้นจากความแตกแยกภายในประเทศเอง
จากฐานบัญชาการสงครามสู่พิพิธภัณฑ์ศิลปะ
หลังการล่มสลายของยูโกสลาเและสงครามในบอลข่าน บังเกอร์แห่งนี้เกือบถูกทำลายทิ้ง
แต่โชคดีที่มันรอดพ้นมาได้
ปัจจุบัน ARK D-0 ได้รับการอนุรักษ์ให้เป็นทั้งพิพิธภัณฑ์ทางประวัติศาสตร์และพื้นที่จัดแสดงศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ
ศิลปินจากทั่วโลกได้รับเชิญให้นำผลงานเข้ามาจัดแสดงภายในโถงคอนกรีตและทางเดินใต้ดินอันเงียบงัน
เกิดเป็นภาพที่น่าสนใจอย่างยิ่ง
ระหว่างสถานที่ที่ถูกสร้างขึ้นจาก “ความหวาดกลัว”
กับงานศิลปะที่สะท้อน “ความเป็นมนุษย์”
เมื่อเดินอยู่ในอุโมงค์ยาวใต้ภูเขาแห่งนี้ เราไม่ได้กำลังมองเพียงสิ่งก่อสร้างทางทหาร
แต่กำลังมองเห็นภาพสะท้อนของยุคสมัยหนึ่ง
ยุคที่ผู้คนเชื่อว่าโลกอาจถูกทำลายได้เพียงการกดปุ่มครั้งเดียว
และยุคที่ผู้นำประเทศพยายามสร้างที่หลบภัยเพื่อรักษารัฐและอำนาจเอาไว้ แม้โลกภายนอกจะพังทลายลงก็ตาม
หาก Stari Most คือสัญลักษณ์ของการเชื่อมโยงผู้คนเข้าหากัน
Tito’s Cold War Bunker ก็คือสัญลักษณ์ของการแยกตัวออกจากโลก
แต่ในอีกมุมหนึ่ง สถานที่ทั้งสองแห่งต่างก็เล่าเรื่องเดียวกัน
นั่นคือความพยายามของมนุษย์ที่จะอยู่รอดท่ามกลางความไม่แน่นอนของประวัติศาสตร์
และเป็นบทนำสำคัญของเรื่องราวการแตกสลายของยูโกสลาเวีย ซึ่งในอีกไม่กี่ปีต่อมา จะนำไปสู่สงครามอันโหดร้ายและการปิดล้อมซาราเยโว หนึ่งในเหตุการณ์ที่เจ็บปวดที่สุดของยุโรปหลังสงครามโลกครั้งที่สอง
:::
บันทึก
2
1
3
2
1
3
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย