กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง ส.ทล.1 กก.1 บก.ทล.(อยุธยา) และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตม.จว.พระนครศรีอยุธยา เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.สส.สตม. เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ปทส. เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 บก.ป. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.มหาราช ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา ร่วมกันจับกุม ผู้ถูกจับที่ 1 ชายไทย อายุ 31 ปี โดยกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐาน รู้ว่าคนต่างด้าวคนใดเข้ามาในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนกฎหมาย ให้เข้าพักอาศัย ซ่อนเร้น หรือช่วยด้วยประการใด ๆ เพื่อให้คนต่างด้าวนั้นพ้นจากการจับกุม, 2.ประกอบการขนส่งโดยไม่ได้รับอนุญาต ผู้ถูกจับที่ 2 – 8 เป็นบุคคลต่างด้าง สัญชาติเมียนมา โดยกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐาน "เป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต" พร้อมด้วยของกลางมี
1.รถยนต์ตู้นั่งสี่ตอน สีขาว จำนวน 1 คัน (ผู้ถูกจับที่ 1 แสดงตนเป็นผู้ขับขี่)
2.โทรศัพท์ สีดำ จำนวน 1 เครื่อง (ของผู้ถูกจับที่ 1)
3.กุญแจรถยนต์ จำนวน 1 ดอก
สถานที่จับกุม บริเวณ กม.44-45 ถนนสายเอเชียขาเข้า ตำบลบ้านใหม่ อำเภอมหาราช จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
พฤติการณ์แห่งคดี เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ได้รับแจ้งจากสายลับว่า จะมีขนแรงการต่างด้าว โดยใช้ถนนสายเอเชีย เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมเฝ้าระวังตามเส้นทาง จนกระทั่งพบรถยนต์ตู้นั่งสี่ตอน สีขาว ติดแผ่นป้ายทะเบียนหมายเลข กรุงเทพมหานคร ขับขี่ผ่านมาด้วยความเร็วมีการเปลี่ยนช่องทางกระทันหัน และติดฟิล์มมืดทึบมีเหตุอันควรต้องสงสัย
โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ส่งสัญญาณไฟกระพริบสีแดงและใช้สัญญาณเสียงรวมถึงการพูดออกคำสั่งผ่านไมโครโฟนเรียกคันดังกล่าวให้หยุด เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ขอทำการตรวจสอบพร้อมกับได้แสดงความบริสุทธิ์ใจจนเป็นที่พอใจแล้ว เบื้องต้นสอบถาม ผู้ชายคนดังกล่าว ผู้ถูกจับที่ 1 แสดงตนเป็นผู้ขับขี่ จากนั้นเจ้าหน้าที่พบเห็นบุคคลโดยสารภายในรถยนต์คันดังกล่าวพบว่าเป็นแรงงานต่างจำนวน 7 คน เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมขอตรวจสอบหนังสือเดินทาง หรือเอกสารอื่นใดที่ใช้แทนหนังสือเดินทาง
เบื้องต้นเป็นคนต่างด้าวสัญชาติเมียนมาไม่มีหนังสือเดินทาง หรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางแต่อย่างใด มาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมและ สอบถามผู้โดยสารผ่านล่ามแปลเมียนมาแจ้งว่าตนนั้นได้นั่งโดยสารรถตู้นั่งสี่ตอน สีขาว ติดแผ่นป้ายทะเบียนหมายเลข กรุงเทพมหานคร มาจาก จ.นครสวรรค์ เพื่อไปกรุงเทพมหานคร
เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม จึงได้แจ้งข้อกล่าวหา ให้ผู้ต้องหาทั้งหมดทราบ และควบคุมตัวพร้อมของกลางและนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.มหาราช ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป